"ปปช."แจงปมตีตก"3ผู้บริหารอบต.คลองด่าน" ยันรื้อฟื้นคดี"วัฒนา อัศวเหม"ไม่ได้แล้ว

การเมือง23 เม.ย. 2563 • 12:50 น.
"ปปช."แจงปมตีตก"3ผู้บริหารอบต.คลองด่าน" ยันรื้อฟื้นคดี"วัฒนา อัศวเหม"ไม่ได้แล้ว
"ป.ป.ช."แจงปมตีตกคดี "3 ผู้บริหารอบต.คลองด่าน"ทำหลักฐานเท็จโครงการบ่อบำบัดน้ำเสีย ยันรื้อฟื้นคดี"วัฒนา"ไม่ได้ เหตุคนละเรื่องกับ"ศาลฎีกาฯ"เคยมีคำพิพากษาปี2551 วันที่ 23 เม.ย.63 นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกป.ป.ช. แถลงชี้แจงกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ระบุว่า ได้หนังสือสำคัญจากอดีตประธานกรรมการบริหารและอดีต 2 สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลคลองด่าน จังหวัดสมุทรปราการ โดยทั้ง 3 คน ยืนยันตรงกันว่า พวกตนพ้นข้อกล่าวหาจาก ป.ป.ช. ว่ากระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการเพื่อให้ความเห็นชอบ เกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ก่อสร้างอาคารโครงการจัดการน้ำเสียอันเป็นเท็จเพื่อนำหลักฐานไปใช้ประกอบการเบิกเงินค่าที่ดินให้กับนายวัฒนา อัศวเหม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (ขณะนั้น) โดยหนังสือดังกล่าวระบุว่าป.ป.ช. พิจารณาแล้วไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพียงพอว่าบุคคลทั้ง 3 คนกระทำความผิดตามที่กล่าวหา จึงมีมติให้ข้อกล่าวหาตกไป และจะมีผลให้คดีที่เกี่ยวพันกับนายวัฒนาอาจจะต้องรื้อฟื้นคดีใหม่ เพราะถือว่าเป็นข้อเท็จจริงใหม่ ทั้งนี้ คณะกรรมการป.ป.ช.พิจารณาแล้วมีมติว่าจากการไต่สวนข้อเท็จจริงไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพียงพอที่จะฟังได้ว่านายณรงค์ ยอดศิรจินดา (ประธานกรรมการบริหารองค์การ บริหารส่วนตำบลคลองด่าน) นายชะเอม ปู่มิ้ม (สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลคลองด่าน)  และนายบุญลือ โพธิ์อรุณ (สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลคลองด่าน) ได้ร่วมกันจัดทำหลักฐานการประชุมสภาฯ อันเป็นเท็จ ตามข้อกล่าวหา ให้ข้อกล่าวหาตกไป สำหรับนายวัฒนาไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่ามีส่วนเร่งรัดหรือข่มขืนใจให้สภาอบต.คลองด่าน ลงมติดังกล่าวหรือไม่ ประกอบกับนายวัฒนาได้หลบหนีหมายจับตามคำพิพากษาศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ อม.2/2551 จนกระทั่งปัจจุบัน เป็นเหตุให้คดีขาดอายุความแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (6) จึงมีมติให้ยุติการไต่สวน นายวรวิทย์ กล่าวว่า กรณีดังกล่าว การกระทำของนายวัฒนาเป็นคนละกรณีกับการที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ ที่ อม.2/2550 คดีหมายเลขแดงที่ อม.2/2551  เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2551 จำคุกนายวัฒนา อัศวเหม เป็นเวลา 10 ปี ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 ซึ่งได้กระทำเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยระหว่าง พ.ศ. 2531 ถึง พ.ศ. 2535  ได้ใช้อำนาจข่มขืนใจหรือจูงใจเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองและเจ้าพนักงานสำนักงานที่ดินจังหวัดสมุทรปราการ สาขาบางพลี ให้ร่วมกันออกโฉนดที่ดินจังหวัดสมุทรปราการในเขตพื้นที่สงวนหวงห้าม ทับที่สาธารณประโยชน์ให้แก่นายวัฒนาในนามของบริษัท ปาล์มบีช ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัดโดยมิชอบ “ทั้งยังเป็นคนละกรณีกับกรณีที่ศาล ฎีกามีคำพิพากษา ที่ 8064/2560  เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 จำคุกนายวัฒนาเป็นเวลา 3 ปีในความผิดฐานฉ้อโกง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 (เดิม) ซึ่งนายวัฒนากับพวกร่วมกันรวบรวมที่ดินแล้วนำมาเสนอขายกรมควบคุมมลพิษ เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2540 โดยหลอกลวงและปกปิดข้อเท็จจริงว่าที่ดินมีเนื้อที่ไม่ครบเนื่องจากมีการออกโฉนดโดยมิชอบออกทับคลองและถนนสาธารณะ"นายวรวิทย์ กล่าว