เพจดังนัด 24 มิถุนาชงกม.ปลดอาวุธคสช.คืนสถานการณ์ปกติ
เพจเฟซบุ๊ก iLaw ได้เผยแพร่ข้อความ ระบุว่า...วาระแรกประชาชน! ได้เวลาเสนอกฎหมาย “ปลดอาวุธ คสช.” ต่อสภา 24 มิถุนายน 2562
หลังประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 24 มีนาคม 2562 ประเทศไทยมีสภาผู้แทนราษฎรกลับมาทำงานอีกครั้ง แต่จากนั้น ประชาชนก็ได้แต่เป็นผู้รับชมเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการประชุมเลือกประธานสภาผู้แทนฯ หรือการเลือกนายกรัฐมนตรีก็ตาม
แต่ในวันที่ 24 มิถุนายน 2562 นี้ ประชาชนมากกว่า 13,000 คน จะร่วมกันใช้สิทธิเสนอกฎหมายฉบับประชาชนเพื่อยกเลิกประกาศ/คำสั่ง คสช. ต่อประธานรัฐสภา ให้เป็นวาระแรกจากประชาชน ในการพิจารณากฎหมายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และทำให้เสียงของประชาชนกลับมามีพลังอีกครั้งผ่านสภาที่เป็นผู้แทนของเรา
กิจกรรม ‘ปลดอาวุธ คสช.’ เริ่มต้นมาตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2561 หรือประมาณ 1 ปี 6 เดือนที่แล้ว เครือข่ายภาคประชาชน 23 องค์กร ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัวการรณรงค์ล่ารายชื่อในการเสนอร่างกฎหมายเพื่อยกเลิกประกาศ/คำสั่ง คสช. ภายใต้แคมเปญ ‘ปลดอาวุธ คสช.’ และ ‘ทวงคืนสถานการณ์ปกติ’
เพื่อเชิญชวนให้ประชาชนใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 133 (3) ที่รับรองให้ประชาชน 10,000 คน เสนอกฎหมายต่อรัฐสภาได้
ไอลอว์และเครือข่ายภาคประชาชน 23 องค์กร จึงขอลุกขึ้นมาเสนอกฎหมายเพื่อยกเลิกประกาศ/คำสั่ง และคำสั่งหัวหน้า คสช. จำนวน 35 ฉบับ ที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ครอบคลุม 4 ประเด็น คือ เสรีภาพการแสดงออก เสรีภาพสื่อ สิทธิกระบวนการยุติธรรม รวมถึงสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อม
อย่างไรก็ตาม หลังการรัฐประหาร คสช. ใช้อำนาจพิเศษและมาตรา 44 ออกประกาศ/คำสั่ง คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช. จำนวนกว่า 538 ฉบับ เพื่อตอบสนองนโยบายแทบทุกระดับ ตั้งแต่การเรียกบุคคลเข้ารายงานตัว ไปจนถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ไม่เพียงเท่านั้น รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มาตรา 279 ได้รับรองให้บรรดาประกาศ/คำสั่ง คสช. ทั้งหมด รวมทั้งการใช้อำนาจใดๆ ภายใต้ประกาศ/คำสั่งเหล่านี้ มีสถานะชอบด้วยกฎหมาย และมีผลใช้บังคับต่อไปจนกว่าจะมีการตรากฎหมายมายกเลิก
กิจกรรมรวบรวมรายชื่อเพื่อเสนอกฎหมายยกเลิกประกาศ/คำสั่ง คสช. เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ภาคประชาชนคิดว่าต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง แม้ในระยะแรกการรวบรวมรายชื่อจะเป็นไปอย่างช้าๆ และทุลักทุเล เนื่องจากบรรยาการทางการเมืองที่ยังอยู่ภายใต้อำนาจการปกครองของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดย 3 เดือนแรก คณะทำงานรวบรวมรายชื่อมาได้เพียง 1,200 รายชื่อ และหลังจาก 7 เดือนผ่านไป เราก็มีรายชื่อเพื่อเสนอต่อสภาฯ อยู่แค่ 3,763 รายชื่อเท่านั้น
แต่เมื่อบรรยากาศทางการเมืองเริ่มเข้าสู่การเลือกตั้ง นอกจากประชาชนจะตื่นตัวทางการเมืองแล้ว กิจกรรมทางการเมืองก็ยังทำได้สะดวกขึ้น จนรายชื่อผู้เข้าร่วมแคมเปญ ‘ปลดอาวุธ คสช.’ ในครั้งนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็น 6,660 รายชื่อภายในระยะเวลา 1 ปีที่เราเริ่มกิจกรรมกันมา และเพิ่มจนครบ 10,000 รายชื่อ ในอีก 3 เดือนถัดมา และปัจจุบัน เรามีรายชื่อประชาชนผู้พร้อมจะเสนอกฎหมายเพื่อยกเลิกประกาศ/คำสั่ง คสช. ในวันที่ 24 มิถุนายน 2562 นี้ ทั้งหมด 13,037 รายชื่อเป็นอย่างน้อย
รายชื่อทั้งหมดกระจายมาจากทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย ผ่านช่องทางและกิจกรรมหลากหลายตลอดทั้งปี เช่น การตั้งโต๊ะตามกิจกรรมทางการเมืองหรือกิจกรรมสาธารณะ การเข้าไปบรรยายในชั้นเรียนในสถาบันการศึกษาต่างๆ การรวบรวมรายชื่อจากเครือข่ายภาคประชาสังคม รวมถึงการให้ประชาชนส่งรายชื่อและเอกสารมาทางไปรษณีย์ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างเกินความคาดหมาย
ที่สำคัญคือ แคมเปญเข้าชื่อเสนอกฎหมาย ‘ปลดอาวุธ คสช.’ นี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากไม่ได้รับความร่วมมือจาก ‘อาสาสมัครทุกท่าน’ ที่อาสาเข้ามาช่วยงานร่วมกันกับเรา ผ่านการช่วยเป็นกระบอกเสียงในการประชาสัมพันธ์โครงการ ช่วยลงแรงในทุกงานเมื่อเราสัญจรไปตั้งโต๊ะกิจกรรมล่ารายชื่อที่ไหน รวมไปถึงกระบวนการตรวจสอบและทำให้เอกสารต่างๆ สมบูรณ์ จนพร้อมที่จะนำไปเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 24 มิถุนายน 2562 ที่จะถึงนี้
ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร แต่นี่คือวาระแรกของประชาชนที่จะได้ใช้สิทธิเพื่อยื่นกฎหมายและขอทวงคืน ‘สถานการณ์ปกติ’ ให้กลับมาเป็นของเราอีกครั้ง!