"อรรถพล" ลุยสานงานกรมอุทยานฯ เดินหน้ากู้ภาพลักษณ์ แต่งตั้งโยกย้ายเจ้าหน้าที่เป็นธรรม
จากกรณีนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้ลงนามในคำสั่งและมีผลทันที ให้นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ให้ไปรักษาการในตำแหน่ง อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : เซ็นแล้ว ! "รมว.ทส." ตั้ง "อรรถพล เจริญชันษา" นั่ง "รักษาการอธิบดีกรมอุทยานฯ"
วันที่ 26 ม.ค.66 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) และรักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้สักการะสิ่งศักดิ์และถวายเครื่องราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือ รัชกาลที่ 5 บริเวณกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อความเป็นสิริมงคล ในการเข้ารับตำแหน่งรักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช
นายอรรถพล กล่าวว่า เป็นการเข้ามาช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ภายในกรมอุทยานฯ และขอทำงานในหน้าที่อย่างเต็มที่ตามที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งมีเรื่องที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนพร้อมกัน 8 เรื่อง คือ แก้ปัญหาผู้ได้รับผลกระทบที่ไม่เป็นธรรมจากการแต่งตั้งโยกย้ายเฉพาะผู้ได้รับผลกระทบจริงๆเท่านั้น โดยพิจารณาเป็นรายบุคคลไม่ใช่ทุกกรณีดูจากข้อมูลการออกคำสั่งโยกย้ายเทียบกับข้อมูลหรือข้อร้องเรียนที่ได้รับ จะเริ่มพิจารณาในสัปดาห์หน้าจาก 300 ตำแหน่งโยกย้ายที่มีปัญหา โดยบุคคลต้องเหมาะสมกับงานและเกิดประโยชน์สูงสุด ต้องทำระบบให้ดีหลังจัดสรรคนให้ตรงและเหมาะสมกับงาน ควบคู่กับสร้างวัฒนธรรมใหม่ๆ ที่ดีให้กับองค์กร คาดว่า จะต้องใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน เพื่อให้เข้าที่เริ่มจากการเสริมฐานรากให้แข็งแรงก่อน ส่วนตัวเชื่อในความสามารถของเจ้าหน้าที่อุทยานทุกคน สร้างความโปร่งใสและถูกต้องในการทำงานทุกกิจกรรมสามารถตรวจสอบได้ โดยเฉพาะการจัดเก็บรายได้ของแต่ละอุทยาน ยิ่งเป็นอุทยานแห่งชาติเกรด A ที่ได้รับความนิยมจากประชาชนและนักท่องเที่ยวต้องดูแลเป็นพิเศษมากขึ้น ต้องยกระดับชุดดูแลปกป้องคุ้มครองพื้นที่ในอุทยานแห่งชาติให้มีประสิทธิภาพ เพื่อใช้เป็นแนวป้องกัน ปราบปราม เพิ่มความเข้มงวดการรักษาผืนป่าและแก้ปัญหารีสอร์ทรุกเขตป่า ดูแลการจัดสรรเขตป่าที่เสื่อมสภาพให้ประชาชนเข้าใช้ประโยชน์ทำกินและพัฒนาพื้นที่
เร่งแก้ปัญหาไฟป่าหมอกควันในภาคเหนือให้เป็นไปตามการจัดสรรงบประมาณอย่างเต็มที่จะไม่ตัดงบประมาณ ปรับปรุงโครงสร้างการทำงานของกรมอุทยานฯใหม่ โดยให้แต่ละพื้นที่บริหารเชิงพื้นที่มากขึ้นในรูปแบบ Single Command พร้อมปรับลดหน่วยงานภาคสนามให้น้อยลงเพื่อลดความซ้ำซ้อน สร้างขวัญกำลังใจใหม่ให้ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนกลับคืนมาและมั่นใจในกระบวนการทำงานของกรมอุทยานฯ รวมถึง เข้ามาดูแลสวัสดิการและค่าตอบแทนของผู้พิทักษ์ป่าให้จริงจังมากขึ้น โดยเฉพาะเงินช่วยเหลือการลาดตระเวน และสุดท้าย เร่งผลักดันกองทุนจัดการปัญหาช้างป่า เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่าและช่วยเหลือช้างป่า ด้วยการขอจัดสรรงบประมาณจากงบกลางมาช่วยเหลือ
นายอรรถพล กล่าวย้ำว่า กรมอุทยานฯพร้อมสนับสนุนข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการสอบสวนสืบสวนเรื่องการเรียกรับเงินเพื่อผลประโยชน์อย่างเต็มที่ หรือมอบหมายให้บุคคลใดบุคลหนึ่งที่เกี่ยวข้องไปให้การเพิ่มเติมหากมีการร้องขอ ทั้งในส่วนของกระบวนการสอบวินัยร้ายแรงและคดีอาญา โดยขอให้ไว้ใจกระบวนการยุติธรรมและกระบวนการสอบสวนสืบสวนที่กำลังดำเนินการ พร้อมย้ำ ไม่รู้สึกกดดันในการเข้ามาทำงาน เพราะได้ทำงานอย่างเต็มที่และสามารถกอบกู้ชื่อเสียงกลับคืนมาได้