ป.ป.ช.ไต่สวนศุภชัย ปมที่ดินรัฐ
"อนุสรณ์" แนะ "บิ๊กตู่" ยอมรับความจริง-ยุติบทบาททางการเมือง เย้ยภาพ"ส.ส.พปชร." แห่ต้อนรับ"บิ๊กป้อม"บทพิสูจน์ ไม่มีใครเอา ส่วน"ป.ป.ช." สั่งไต่สวน"ศุภชัย โพธิ์สุ" ปมถือครองที่ดินของรัฐแล้ว หลังถูก "กมธ.ป.ป.ช." ยื่นสอบ ขณะที่ "เจี๊ยบ"ไม่รอดโดนหมายเรียกคดีจัด "คาร์ม็อบ" 1ต.ค. มอบตัวพร้อม "เต้น-บก.ลายจุด-หมอทศพร"
เมื่อวันที่ 23 ก.ย.64 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการแยกตัวลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งปรากฏว่า มีส.ส.พรรคไปร่วมรับนายกฯ แค่ 9 คน แต่มีส.ส.ไปต้อนรับพล.อ.ประวิตร 55 คน ว่า พล.อ.ประยุทธ์มักทำอะไรผิดที่ผิดเวลา ตอนโควิดวิกฤตหนักสุด ประชาชนเรียกร้องให้ใส่ชุด PPE ลงพื้นที่ให้กำลังใจประชาชน แต่กลับเวิร์คฟอร์มโฮมในค่ายทหาร มีเพียงนักรบเสื้อกาวน์ที่ยืนหยัดสู้โควิดเพื่อประชาชน รอจนโควิดซาพล.อ.ประยุทธ์ถึงค่อยออกมา ประชาชนไม่ได้ประโยชน์จากการลงพื้นที่ประลองกำลังเพื่อแก้ปัญหาทางการเมืองภายในพรรครัฐบาล อยู่มาเกือบ 8 ปี เพิ่งคิดจะมาพลิกโฉมประเทศ จึงถึงเวลาที่พล.อ.ประยุทธ์ควรยุติบทบาททางการเมืองได้แล้ว เพราะบริหารงานล้มเหลว ขาดภาวะผู้นำ ไม่มีศักยภาพ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาภายในประเทศได้
"การลงพื้นที่วัดกำลังกับพล.อ.ประวิตร ผลก็ออกมาชัด 9 ต่อ 55 แสดงว่านอกจากประชาชนจะไม่เอาพล.อ.ประยุทธ์แล้ว ส.ส.ส่วนใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐก็ไม่เอาด้วย พล.อ.ประยุทธ์อย่าไปหลงเสียงเชียร์จากการจัดฉาก แต่ต้องรับฟังความต้องการที่แท้จริงของประชาชน และถึงเวลาที่พล.อ.ประยุทธ์ ต้องยอมรับความจริง ก่อนพลิกโฉมประเทศ ควรพลิกการตัดสินใจ ยุติบทบาททางการเมือง เพราะเดินต่อไปลำบากแล้ว"
ด้าน แหล่งข่าวระดับสูงจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร เตรียมยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวหา นายศุภชัย โพธิ์สุ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย และรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 แจ้งถือครองที่ดินของรัฐ (น.ส.2) โดยมิชอบ โดยมีการระบุว่าถือครองไว้ในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ทั้งที่ไม่มีสิทธิในการถือครองว่าข้อกล่าวหามีมูลหรือไม่ คาดว่าเร็วๆนี้จะมีการสรุปสำนวนเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.เพื่อพิจารณาว่าข้อกล่าวหามีมูลหรือไม่ หากมีจะมีการแจ้งข้อกล่าวหา และให้นายศุภชัยมาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อไป
ส่วนกรณีนักการเมืองแจ้งถือครองที่ดิน น.ส.2 ทำได้หรือไม่นั้น แหล่งข่าวระบุว่า เดิมที่ดินดังกล่าวเป็นสิทธิในการถือครอง ไม่ต้องแจ้งในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน คล้ายคลึงกับการถือครอง ภ.บ.ท.5 เพราะเป็นที่ดินของรัฐ แต่ปัจจุบันมีบางรายแจ้งในบัญชีทรัพย์สินเข้ามาบ้าง ดังนั้นเมื่อแจ้งว่า ป.ป.ช. ต้องตรวจสอบ หากปรากฏกรณีว่าถือครองไม่ถูกต้อง เช่น กรณีของ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้เป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ แต่เป็นความผิดตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง
"ดังนั้นต้องดูเจตนาของนายศุภชัยว่า การแจ้งถือครองที่ดิน น.ส.2 ดังกล่าว เป็นอย่างไร ถือครองโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ดูพฤติการณ์เป็นหลัก หากมีมูลว่าถือครองไม่ถูกต้อง อาจถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับผิดมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงแบบกรณีของน.ส.ปารีณา ซึ่งเป็นกลไกตามรัฐธรรมนูญ ในส่วนของคดีอาญานั้น เป็นเรื่องของพนักงานสอบสวนดำเนินการไป เช่น กรณีการแผ้วถางป่า หรือรุกป่า"
ส่วนนักการเมืองรายอื่นๆ ที่ถูกร้องเรียนเข้ามายัง ป.ป.ช. นั้น แหล่งข่าว ระบุว่า ปัจจุบันอยู่ระหว่างการตรวจสอบทุกเรื่อง ถ้ารวบรวมพยานหลักฐานใกล้แล้วเสร็จ จะดำเนินการสั่งไต่สวน เหมือนกรณีของนายศุภชัย และน.ส.ปารีณา
วันเดียวกัน นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล(ก.ก.) ทวีตข้อความบนทวิตเตอร์ พร้อมโชว์หมายเรียกของสภ.เมืองปทุมธานี กรณีร่วมจัดคาร์ม็อบเมื่อวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุว่า "เป็นผู้ต้องหาอีกครั้ง ข้อหาร่วมกันจัดคาร์ม็อบ ได้รับหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 2 หลังจากโทรคุยรองผกก.เมื่อรับหมายเรียกครั้งแรกว่าจะไม่ใช้เอกสิทธิ์ส.ส. และจะไปรับทราบข้อกล่าวหาที่สน.พร้อมคุณณัฐวุฒิ บก.ลายจุด และคุณหมอทศพร ในวันที่ 1 ต.ค.นี้"