"นายกฯ" ปราศรัย "วันสหประชาชาติ" ย้ำให้ความสำคัญพหุภาคี​ หนุนคนรุ่นใหม่ออกแบบอนาคต

การเมือง24 ต.ค. 2565 • 04:14 น.
"นายกฯ" ปราศรัย "วันสหประชาชาติ" ย้ำให้ความสำคัญพหุภาคี​ หนุนคนรุ่นใหม่ออกแบบอนาคต

วันที่​ 25​ ต.ค.65​  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา   นายกรัฐมนตรีได้กล่าวคำปราศรัย เนื่องในวันสหประชาชาติ (24 ต.ค. 65) ผ่านทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย FM.92.50 MHz และ AM 819,891 และ 1467MHz ว่า พี่น้องชาวไทยที่รักทุกท่าน วันที่ 24 ต.ค.ของทุกปี ถือเป็นวันสหประชาชาติ ซึ่งไทยได้ร่วมเป็นสมาชิกตั้งแต่ พ.ศ. 2489 และเป็นสมาชิกที่มีบทบาทแข็งขัน สร้างสรรค์ ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับองค์การระหว่างประเทศในประเด็นที่ไทยมีศักยภาพ อาทิ การน้อมนำหลักปัญญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้เพื่อขับเคลื่อนและบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และการแสดงบทบาทนำด้านสาธารณสุขของไทยในเวทีโลก โดยร่วมกับองค์การอนามัยโลกจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าร่วมกับองค์การเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ จัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดีในเด็กและเยาวชน

ปัจจุบันทั่วโลกกำลังเผชิญกับผลกระทบหลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาที่ต้องรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจการขาดแคนอาหารและพลังงานและความขัดแย้ง อีกทั้งภัยพิบัติต่างๆ ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งสร้างความเสียหาย อย่างประเมินค่าไม่ได้ ส่งผลให้เศรษฐกิจฟื้นตัวยาก และต้องการการช่วยเหลือเยียวยาผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศ

ขอย้ำว่าประเทศไทย ให้ความสำคัญกับระบอบพหุภาคี ซึ่งมีสหประชาชาติเป็นแกนกลาง รวมทั้งพร้อมสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน รวมไปถึงการใช้พลังและความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ มาร่วมกัน ออกแบบอนาคตที่ดีกว่าเดิม เชื่อมั่นว่าความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันภายใต้กรอบสหประชาชาติ จะทำให้รอดพ้นจากวิกฤตต่างๆ ความท้าทายแบบดั้งเดิมและความท้าทายรูปแบบใหม่ พร้อมทั้งทำให้โลกของเรามีความสงบสุขประชาชนมีความกินดีอยู่ดีและมนุษย์สามารถอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติได้อย่างสมดุล

รัฐบาลไทยจะสนับสนุนภารกิจและวาระต่างๆ ของสหประชาชาติ รวมทั้งความร่วมมือกับองค์การนานาชาติอย่างแข็งขัน ขณะนี้ไทยได้ประกาศตัวสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ วาระปี ค.ศ. 2025-2027 ขอย้ำว่าความร่วมมือระหว่างประเทศเป็นหนทางที่จะเสริมสร้างให้โลกมีความผาสุข เป็นโลกที่น่าอยู่สำหรับทุกคน และคนรุ่นหลัง และภูมิใจที่หน่วยงานต่างๆ ของสหประชาชาติเลือกประเทศไทยเป็นที่ตั้ง รวมถึงคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก และขอแสดงความยินดีกับการก่อตั้งครบ 75 ปี ในโอกาสนี้ด้วย.