'ทวี' ชำแหละการเมืองระบอบประชาธิปไตยกับสังคมพหุวัฒนธรรม
พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กชื่อพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ระบุว่า..
การเมืองระบอบประชาธิปไตยกับสังคมพหุวัฒนธรรม งานสัมมนาเรื่อง “การเมืองระบอบประชาธิปไตยกับสังคมพหุวัฒนธรรม” เมื่อวันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2562 ณ โรงแรมวินทรี ซิตี้ รีสอร์ท เชียงใหม่ ของพรรคประชาชาติ กิจกรรมมีการบรรยายพิเศษของท่าน อาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ การเสวนาเรื่อง “ปฏิบัติการของสังคมพหุวัฒนธรรมกับการมีส่วนร่วมทางการเมือง” ของวิทยากรผู้มีความรู้ ความสามารถ เป็นที่ยอมรับ การจัดงาน โดยนายสุธีรพันธ์ สุขวุฒิชัย หัวหน้าสาขาพรรคประชาชาติภาคเหนือ จังหวัดลำพูน ที่จำลองบรรยาการวัฒนธรรมล้านนาและการแต่งกายชุดท้องถิ่นที่เข้ากับงานอย่างดี ส่วนตัวผมได้รับเชิญให้พูดหัวข้อ “อดีต ปัจจุบัน และอนาคตของสังคมไทยในสังคมพหุวัฒนธรรม” “อดีต” เป็นสมบัติของมวลมนุษย์ทั้งโลกเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอดีตได้ แต่เราสามารถเรียนรู้ชีวิตผู้อื่นจากอดีตโดยไม่จำกัดชาติพันธุ์ วัฒนธรรม ภาษา ศาสนา และดินแดน ซึ่งบทเรียนในอดีตถ้าเป็นเรื่องอันเจ็บปวดเราจะต้องไม่ให้เกิดซ้ำรุ่นต่อๆ ไป เพราะ “คนฉลาดเรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีต แต่จะฉลาดกว่าถ้าเรียนรู้จากความผิดพลาดของคนอื่น” นโยบายของรัฐส่วนกลางกับวัฒนธรรม ในอดีตที่รัฐมีนโยบายที่ต้องการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตผู้คน หรือ “วัฒนธรรม” ของชนกลุ่มน้อย กลุ่มชาติพันธ์ุ หรือพื้นที่ภูมิภาคของประเทศ ซึ่งวัฒนธรรมดังกล่าวจะยึดโยงกับศาสนา ภาษา ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และอัตลักษ์ จะทำเกิดความขัดแย้งตามมาได้ ตัวอย่าง เมื่อร้อยกว่าปีที่ผ่านมาในภาคเหนือ กรณี ครูบาศรีวิชัย พระสงฆ์ที่เคารพศรัทธาทางจิตใจและจิตวิญญาณ ของประชาชนภาคเหนือล้านนาที่มีวิถีชีวิตทางศาสนาพุทธของชาวล้านนาเป็นวัฒนธรรมเฉพาะ การที่รัฐบาลส่วนกลางมีความพยายามเข้าเปลี่ยนแปลงคณะสงฆ์ล้านนา ครูบาศรีวิชัย เป็นผู้นำที่ไม่เห็นด้วย จนต้องถูกจับกุมถึง 3 ครั้ง นำไปสู่ความขัดแย้งและต่อต้านที่ยืดยื้อยาวนาน เป็นตัวอย่างที่นำเอาวัฒนธรรมคนส่วนใหญ่ไปมีอิทธิพลเหนือวัฒนธรรมล้านนาหรือวัฒนธรรมชนกลุ่มน้อย ความสำคัญของวัฒนธรรมทุกวัฒนธรรม เป็นสิ่งที่ประชาชนหวงแหน และทําความเจริญงอกงาม ในหลักการที่ถูกต้องให้การส่งเสริม สนับสนุน เคารพให้เกียรติ และรักษาไว้ ปัจจุบันสังคมไทย มีปัญหาความเหลื่อมล้ำมากที่สุด ปัญหาความยากจน ปัญหายาเสพติด ปัญหาทรัพยากรที่ดินสิ่งแวดล้อม ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น ปัญหากฏหมายที่ทำให้โครงสร้างอำนาจของประชาชนอ่อน ปัญหาการเอาเปรียบ และปัญหาอื่นๆที่ร้ายแรงที่เกิดจากบ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตยและผู้มีอำนาจต้องการสืบทอดอำนาจจึงมีรัฐบาลไม่ได้ทำเพื่อประชาชน นอกจากปัญหาดังกล่าวแล้วสังคมไทยยังเผชิญความตึงเครียดถึงความขัดแย้ง แตกแยก แบ่งฝ่ายมีความเห็นเป็น “เรา” เป็น “เขา” มากขึ้นหากปล่อยไว้จะนำสู่ความเผชิญหน้าที่เกิดความรุนแรงขึ้น พรรคประชาชาติ เป็นพรรคที่ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่ผู้บริหารและสมาชิกพรรคเห็นว่าการแก้ปัญหาของชาติต้องแก้ด้วยการสถาปนาประชาธิประไตยให้เกิดขึ้นกับประเทศและประชาชน ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของสมาชิกและประชาชนที่ใช้เสรีภาพทางสติปัญญาอย่างเสรีเพื่อเป็นเสียงของปวงชน พรรคมีนโยบายเฉพาะของพรรคที่เป็นเอกลักษณะ คือ ส่งเสริม “สังคมพหุวัฒนธรรม” ที่ประชากรของประเทศมีความแตกต่างหลากหลายแม้มีชนกลุ่มใหญ่แต่ก็มีชนกลุ่มน้อยอาศัยอยู่ในประเทศด้วย ชนกลุ่มน้อยส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดนของประเทศ นักวิชาการบางท่านบอกว่า ประเทศไทยมีชาติพันธุ์หรือวัฒนธรรมมากกว่า70 ชาติพันธุ์ แต่ในการส่งเสริมสังคมพหุวัฒนธรรม นั้นเป็นความหมายที่กว้างกว่า วัฒนธรรม ชาติพันธุ์ ศาสนา ภาษา อัตลักษณ์ เพศ หรือถิ่นกำเนิด แต่หมายความรวมถึงความแตกต่างทาง ความเชื่อ อุดมการณ์ หรือความแตกต่างอื่นๆ ด้วยก็ถือเป็นประชาชาติคือประชาชนพลเมืองของประเทศที่มีความแตกต่างหลากหลายต้องสามารถอยู่ร่วมกันอย่างเสมอหน้าและสันติในฐานะทุกคนเป็นพลเมืองไทยและมีสิทธิเป็นเจ้าของประเทศรวมกันร่วมกัน ภาพในอนาคต พรรคประชาชาติเชื่อว่า การอยู่ร่วมกันอย่างมีสันติภาพสันติสุขนั้น ต้องขจัดความไม่เป็นธรรม การกดขี่ การกระทำทุจริตคอรัปชัน และความขัดแย้งในสังคม ต้องแก้ปัญหาด้วยกระบวนการประชาธิปไตยและความยุติธรรมบนฐานการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ต้องเรียนรู้บทเรียนจากอดีตเชื่อมต่อปัจจุบัน มีการศึกษา วิจัย การถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี แนวทางประชาธิปไตยที่เคารพซึ่งกันและกัน ไว้ใจซึ่งกันและกัน ต้องยอมรับว่าทุกคนเป็นเจ้าของประเทศร่วมกัน