"ชาญชัย"ย้ำเอาผิด “คิงพาวเวอร์”จนท.ทอท.ปมละเลยติดตั้ง"พีโอเอส"
"ชาญชัย"ย้ำ เอาผิด “คิงพาวเวอร์”จนท.ทอท.ปมละเลยติดตั้ง"พีโอเอส"ทำชาติเสียหาย 2.7หมื่น ลบ.
วันที่ 25 พ.ย.นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์และรองประธานอนุกรรมธิการปัองกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ ในคณะกรรมาธิการวิสามัญป้องกันและปราบปรามการทุจริต สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงกรณีที่บริษัทการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย(ทอท.) ทำสัญญาให้กลุ่มบริษัทเอกชนเข้าใช้บริหารพื้นที่ภายในสนามบินสุวรรณภูมิโดยบริษัทเอกชนต้องมีการจัดแบ่งสรรผลประโยชน์จากยอดการขายสินค้าปลอดอากรและบริการให้ ทอท.15เปอร์เซ็นต์ จากยอดที่ให้บริษัทคิง พาวเวอร์เก็บได้ไม่เกิน 20เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมีเงื่อนไขสำคัญว่าจะต้องติดตั้งระบบพ้อย ออฟเซล(พีโอเอส) ซึ่งเป็นระบบที่สามารถตรวจสอบยอดการขายสินค้า การได้มาของรายได้และสต็อกสินค้าในคลัง ตั้งแต่วันลงนามในสัญญาและเป็นเงื่อนไขของการประกวดราคาด้วย ที่ต้องทำโดยเคร่งครัด หากไม่ทำ ถือว่าเป็นการทำผิดสัญญาที่ ทอท. สามารถบอกเลิกสัญญาได้ทันที ซึ่งตลอดเวลา9 ปีที่ผ่านมา พบว่าไม่มีการติดตั้งระบบ พีโอเอส ในการเช็คยอดรายได้จริงๆจากการขายสินค้าของบริษัทเอกชนได้เลย ทอท. ไม่สามารถตรวจหรือรู้ยอดการขายสินค้าและบริการที่แท้จริง ซึ่งทาง สตง. เข้าไปตรวจสอบ ผลปรากฎว่า ไม่สามารถตรวจสอบยอดการขายสินค้าและบริการที่แท้จริงได้เพราะไม่มีการติดตั้งระบบพีโอเอส ตามที่ระบุไว้ในสัญญา
นายชาญชัยกล่าวต่อว่าอีกทั้งพบว่า ก่อนหน้าที่จะเป็นสัญญาคือ ก่อนการประมูล ทาง ทอท.ได้มีการประมูลระบบพีโอเอสไว้แล้วโดยใช้งบประมาณกว่า 200 ล้านบาท(ตามภาพที่นำแสดงต่อสื่อมวลชน ที่สตง.ไปตรวจสอบพบเครื่องมืออุปกรณ์ระบบพีโอเอส ได้ถูกกองไว้ใต้สายพานลำเลียง อย่างไร้ค่า) ซึ่งอุปกรณ์ของระบบพีโอเอสนี้ยังสามารถใช้ได้ดี คือสามารถเช็คยอดการซื้อสินค้า และตัดยอดสินค้าในสต็อกแบบเรียลไทม์ได้ทันที โดยสามารถรู้ยอดการขายสินค้าและบริการแบบเรียลไทม์ในแต่ละวันได้ทันที แต่ปรากฎข้อเท็จจริงว่า ตั้งแต่เปิดขายสินค้าจนถึงปัจจุบัน บริษัทคิงพาวเวอร์ กลับส่งแต่รายงานยอดการขายสินค้าและบริการ หลังจากพ้นระยะเวลาไปแล้ว 24 ชั่วโมง คือรายงานของเมื่อวาน ต่อ ทอท.
นายชาญชัย กล่าวต่อว่า ตนขอตั้งข้อสังเกตว่า ในเมื่อมีการทำผิดสัญญาที่ระบุชัดแล้วในสัญญาหลักเรื่องการไม่ติดตั้งระบบพีโอเอส ทำไม ทอท.จะไม่เตือน หรือบอกยกเลิกสัญญา แต่กลับมีการสมรู้ร่วมคิดระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนกับเอกชนในการปล่อยปละละเลยในการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ให้กับบริษัทคิง พาวเวอร์ ขณะที่บริษัทเอกชนดังกล่าวก็รู้ว่าตัวเองทำผิดสัญญาที่ไม่ยอมติดตั้งระบบพีโอเอส เพื่อให้ตรวจสอบยอดการขายสินค้าปลอดอากรและบริการในแต่ละวัน โดยไม่ติดตั้งระบบดังกล่าวให้ตัวแทนรัฐรับทราบ ถือว่าผิดทั้งทางแพ่ง ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องมีความผิดทางอาญาที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เป็นเหตุทำให้รัฐรับความเสียหายจำนวนเงินหลายหมื่นล้านบาท ทั้งนี้ทางคณะอนุกมธ.ฯ เคยรายงานให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯฝ่ายกฎหมายรับทราบแล้วเฉพาะรายการนี้อย่างเดียวประเมินว่า รัฐเสียหายไม่น้อยกว่า 2.7 หมื่นล้านบาท ตลอด9 ปีที่ผ่านมาและหากมีการตรวจสอบทวนด้านเอกสารอาจจะเสียหายมากกว่านี้ เพื่อเป็นการยืนยันข้อมูลกรณีนี้ได้มีการทำรายละเอียดรายงานให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอขา นายกฯและหัวหน้าคสช. ทราบแล้ว ยังขาดเพียงชื่อของเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องร่วมรู้เห็นและกระทำความผิด รวมถึงคนที่ปล่อยปละละเลย และยังพบรายงานการประชุมของคณะกรรมการใน ทอท.บางชุดที่ทำรายงานโกหกว่า ได้ติดตั้งระบบพีโอเอสนี้แล้วเป็นการโกหกหลวกลวงประชาชนและผู้ถือหุ้น ทอท. ซึ่งมีหลักฐานชัดเจนที่ทางสตง.ตรวจสอบพบเมื่อวันที่ 29 ก.พ.2559 โดยสตง.ทำรายงานถึงนายนิตินัย ศิริสมรรถการ ผอ.ใหญ่การท่าฯ และประธาน คือนายประสงค์ พูลธเนศ ซึ่งทราบเรื่องนี้ดีแต่กลับไม่แก้ไขอะไรเลย ถามว่าควรหรือไม่ ที่นายกฯจะปล่อยให้คนเหล่านี้อยู่บริหารต่อในตำแหน่งต่อไป จึงเป็นที่มาของการทำความเห็นของสปท.ชุดปราบโกงได้เสนอให้ปลดออก เพราะทำผิดสัญญาและละเลยอย่างนี้ ตนจึงจำเป็นต้องชี้แจงบอกกล่าวต่อสังคมให้รับทราบข้อเท็จจริง