“หมอทวีศิลป์” เผย ผู้ว่าฯ กทม. รายงานศูนย์พักเพียงพอ ยังมีเตียงว่าง 1,900 เตียง พร้อมแจงงบประมาณเกี่ยวกับโควิดปี 63-64
วันที่ 23 ก.พ.65 นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) แถลงภายหลังการประชุมศบค.ชุดใหญ่ ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธาน ถึงภาพรวมการครองเตียงทั้งประเทศว่า มีอัตราการครองเตียง 49.1 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะต้องเอาเตียงนี้ไปให้กับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงในกลุ่มผู้ป่วยวิกฤติและผู้ป่วยหนัก โดยผู้ป่วยที่อาการไม่หนักขอให้อยู่ในส่วนของการรักษาที่บ้าน หรือโฮม ไอโซเลชั่น (Home Isolation) และการรักษาในชุมชน หรือ คอมมูนิตี้ ไอโซเลชั่น (Community Isolation) ทั้งนี้ในพื้นที่กทม. ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ รายงานว่า กทม.ยังมีพื้นที่ Cl เพียงพอซึ่งมีศูนย์พักคอยจำนวน 31 แห่ง มีเตียงเหลืออยู่ 1,900 เตียง ทั้งนี้ในวันที่ 26 ก.พ. นี้จะมีการเปิดเพิ่มอีก 9 แห่ง มีจำนวน 970 เตียง โดยจะมีการเพิ่มคู่สาย 1669 ที่จะมาเสริมสายด่วน 1330 ด้วย
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ในที่ประชุมยังมีการรายงานการใช้จ่ายงบประมาณเกี่ยวกับโควิด-19 โดยในปี 63 กรมบัญชีกลางใช้งบไป 232.19 ล้านบาท ประกันสังคมใช้ไป 306.87 ล้านบาท หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ใช้ไป 3,302.09 ล้านบาท รวม 3,841.15 ล้านบาท ในปี 64 กรมบัญชีกลางใช้ไป 36,652.97 ล้านบาท ประกันสังคมใช้ไป 42,917.39 ล้านบาท หลักประกันสุขภาพแห่งชาติใช้ไป 51,177.58 ล้านบาท รวม 97,747.94 ล้านบาท ขณะที่ปี 65 ในส่วนของหลักประกันสุขภาพมีการวางงบไว้ 32,488 ล้านบาท และอยู่ระหว่างการของบเพิ่มเติม
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สำหรับค่าเฉลี่ยการจ่ายค่ารักษาโควิด-19 แบ่งตามอาการ ในปี 65 จะมีการปรับราคาลง จากเดิมผู้ป่วยสีเขียวมีประมาณค่าใช้จ่ายต่อรายในโรงพยาบาลรัฐอยู่ที่ 23,248 บาท เอกชน 50,236 บาท จะเสนอปรับลดให้เหลือ 12,000 บาท สีเหลือง โรงพยาบาลของรัฐ 81,844 บาท เอกชน 92,752 บาท เสนอปรับให้เหลือ 69,300 บาท สีแดง โรงพยาบาลรัฐ 252,182 บาท เอกชน 375,428 บาท จะปรับให้เหลือ 214,400 บาท
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า หากไปดูสัดส่วนเงินที่ใช้สำหรับยูเซ็ปโควิด-19 แยกเป็นรายสี พบว่าใช้ในส่วนของผู้ป่วยสีเขียว 88% สีเหลือง 11% สีแดง 1% ข้อเท็จจริงในส่วนของยูเซ็ปนี้ควรให้น้ำหนักสีเหลือง สีแดง มากกว่าสีเขียว โดยผอ.ศบค. แจ้งว่าเราจะยังใช้เกณฑ์เดิมอยู่ หากจะมีการปรับ ขอให้ปรับในเกณฑ์ที่ประชาชนไม่เดือดร้อน ซึ่งเลขาธิการ สปสช.กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อพัฒนาระบบอยู่