บทโหด “บิ๊กทิน” จมเรือดำน้ำจีน สัญญาณ รมว.กห.พลเรือน “ไม่หมู”?

การเมือง27 ต.ค. 2566 • 23:00 น.
บทโหด “บิ๊กทิน” จมเรือดำน้ำจีน สัญญาณ รมว.กห.พลเรือน “ไม่หมู”?

เห็นพูดช้าๆ นุ่มนวล เข้าใจกองทัพ จนถูกแซว เป็น โฆษกกลาโหม ใครๆก็คิดว่า “บิ๊กทิน” สุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม พลเรือน คนแรก ที่มาแบบโดดๆ ไม่ใช่ นายกฯมาควบจะ “หมู”

การแถลงยกเลิก เรือดำน้ำจีน แม้จะใช้คำว่า ชะลอก็ตาม ถือเป็น สัญญาณ ที่ส่งไปถึง กองทัพว่า สุทิน แม้จะเป็น สส.บ้านนอก ไม่รู้เรื่องทหาร ความมั่นคง แต่ก็ใช่ว่า จะหว่านล้อม ล็อบบี้ เป่าหู อะไรได้ง่ายๆ

แม้จะมีเหตุผล จากการที่จีน ไม่สามารถ หาเครื่องยนต์เยอรมัน มาใส่ในเรือดำน้ำ ที่ต่อที่จีน ลำแรก ได้ตามสัญญา ก็ตาม

แต่ทว่า กองทัพเรือ ได้ส่งทีมไปตรวจสอบ เครื่องยนต์ CHD 620 ของจีน ที่เสนอให้ใส่ในเรือดำน้ำจีน แทน เครื่องยนต์เยอรมัน  และสรุปผล เสนอกลาโหม แล้วว่า ทร. พร้อมที่จะใช้เครื่องยนต์จีน

อีกทั้ง ทร. ก็ชี้แจงว่า เครื่องยนต์นี้ ไม่ใช่เครื่องยนต์เรือดำน้ำ แต่เป็นแค่ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า ไปชาร์จ แบตเตอรี่ ของเรือดำน้ำเท่านั้นก็ตาม

อันเป็นการสะท้อนว่า สุทิน หรือ รัฐบาลพรรคเพื่อไทย  ตั้งเป้า ในการที่จะยกเลิก เรือดำน้ำจีน นี้อยู่แล้ว เพราะตั้งแต่เป็น พรรคฝ่ายค้าน ก็มีการโจมตี โครงการเรือดำน้ำจีนมาตลอด

อีกทั้ง โครงการเรือดำน้ำจีน 3 ลำ 3.6 หมื่นล้านบาทนี้ ก็ก่อกำเนิดในรัฐบาล คสช. ที่มี “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมวกลาโหม ในเวลานั้น เป็นผู้ผลักดันโครงการ จนได้ชื่อว่า เป็นผู้ให้กำเนิด เรือดำน้ำจีน เลยทีเดียว  และ พรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะ ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สส. มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในเวลานั้น ก็อภิปรายในสภา แฉเรื่อง ผลประโยชน์ต่างๆ มาตลอด

ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องเกินคาดหมายนัก ที่ รัฐบาลพรรคเพื่อไทย จะยกเลิกเรือดำน้ำจีน ของ พล.อ.ประวิตร และ คสช. 

แต่ก็มีขั้นตอน เพราะ ทางกลาโหม ได้ขอให้ พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผบ.ทร. คนใหม่  เสนอทางเลือกมาว่าหากไม่สามารถเปลี่ยนเครื่องยนต์ได้ มีข้อเสนอใดบ้าง จนเป็นที่มาของ การเสนอ เปลี่ยน จากเรือดำน้ำ เป็น เรือฟริเกต จีน  หรือ เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง OPV ที่ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี นำไปหารือกับ ผู้นำจีน  ตอนที่ไปประชุมที่จีน และผลออกมาคือ จีน ไฟเขียว ให้ เปลี่ยนเป็น เรือฟริเกต  เพราะจีน ไม่ต้องการคืนเงิน ที่ ทร. ผ่อนจ่ายไป กว่า 8 พันล้านด้วย

สุทิน จึงปฏิเสธว่าไม่ใช่ นโยบายของ พรรคเพื่อไทย ที่ไม่ต้องการเรือดำน้ำ แต่เป็นการหาทางออกร่วมกันของกลาโหม กับ ทร. และย้ำว่า เป็นข้อเสนอของ ทร. เอง

ในขณะที่ กระแสข่าวที่ออกจาก ทร.สะท้อนว่า เป็น ข้อเสนอ ที่กลาโหมสั่งมา ให้หาทางออก เพราะเกรงว่า ใช้เครื่องยนต์จีน จะมีปัญหา ประชาชน ไม่สบายใจ และอาจมีปัญหาในข้อกฎหมาย ตามมาได้ พล ร อ อะดุง ได้พยายามเจรจาต่อรอง ที่จะเดินหน้า เริอดำน้ำจีน ด้วยการ ใช้เครื่องยนต์จีนแล้ว  แต่ก็ยากที่จะต้านทาน ใบสั่งของรัฐบาล ของกลาโหม แม้ สุทิน จะให้สัมภาษณ์ปฏิเสธว่า ไม่มีใบสั่ง ของ พรรคเพื่อไทย แต่เป็น ใบสั่ง จากประชาชน

เพราะเป็นที่รู้กันว่า พล.อ.ประวิตร  มีส่วนในการสนับสนุน พล.ร.อ.อะดุง ขึ้นมาเป็น ผบ.ทร. ต่อเนื่องจาก พล.ร.อ. เชิงชาย ชมเชิงแพทย์  และ พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย อดีตผบ.ทร.ที่ล้วนได้รับการสนับสนุน ให้เป็น ผบ.ทร. จาก พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกลาโหม มือขวา พล.อ.ประวิตร  ในยุคที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯและ รมว.กลาโหม

แต่เมื่อ ใบสั่งจาก กลาโหม มีพลังแรง พล.ร.อ.อะดุง ก็ยากที่จะต่อต้าน  ไม่อาจเดินหน้าเรือดำน้ำจีนต่อไปได้  ที่คาดว่า พล.อ.ประวิตร ก็คงจะเข้าใจ ว่ากองทัพเรือ ได้พยายามแล้ว เพราะ ทร. ก็ต้องการ เรือดำน้ำ

แต่หากย้อน กลับมาดู จะเห็นความขัดแย้งใน ทร. ในเรื่องขั้วอำนาจ ก็มีผลต่อเรือดำน้ำจีน เพราะแม้จะเป็น โครงการของ พล.อ.ประวิตร แต่คนที่ทำโครงการนี้มาตลอด ตั้งแต่ เป็น เสธ.ทร.จนเป็น ผบ.ทร. คือ “บิ๊กลือ” พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ 

เป็นที่รู้กันดีว่าแม้ พล.ร.อ.ลือชัย จะผลักดัน “บิ๊กอุ้ย” พล.ร.อ. ชาติชาย ศรีวรขาน ขึ้นมาเป็น ผบ.ทร. สายต่อเรือดำน้ำ ได้1 ปี  แต่เกิดโควิดเสียก่อน รัฐบาลให้ชะลอการต่อลำ 2-3 ออกไป

แต่เมื่อขั้วอำนาจเปลี่ยน มาเป็น “บิ๊กเฒ่า” พล.ร.อ.สมประสงค์ มาเป็น ผบ.ทร. ไม่ได้เสนอของบฯซื้อเรือดำน้ำต่อ แต่พุ่งเป้า ต่อเรือฟริเกต สมรรถนะสูง อีกลำแทน  และก็สานต่อ มาจน พล.ร.อ.เชิงชาย เป็น ผบ.ทร. และ ต่อด้วย พล.ร.อ. อะดุง

ดังนั้น จึงมีหลายเหตุผล หลายสาเหตุ ทั้งที่มองเห็น และมองไม่เห็น ประกอบกัน  และอาจเป็น อาถรรพ์ เรือดำน้ำ ทร.   ที่แม้จะเซ็นสัญญา ต่อเรือไปแล้ว ก็ยังเกิดปัญหา เครื่องยนต์  และตามมาด้วย โควิด และ มาเปลี่ยนรัฐบาล เปลี่ยนนายกฯ เปลี่ยน รมว.กลาโหม พอดี จึงทำให้ เรือดำน้ำจีนลำแรก ต้องจมไม่มีวันโผล่ รวมทั้ง เรือดำน้ำจีน อีก 2 ลำ ที่รัฐบาล คสช. อนุมัติไว้ ก็ดำไม่โผล่

ที่ต้องรอดูว่า ในยุครัฐบาล พรรคเพื่อไทย ที่มีทั้ง นายกฯ และนายกฯเงานี้ จะมีการตั้งโครงการเรือดำน้ำ ขึ้นมาใหม่  แต่ไม่เอาเรือจีน  แต่เอาเรือเยอรมัน  แต่จัดซื้อ แบบ การค้าต่างตอบแทน กับสินค้าเกษตรฯ  อาจเกิดขึ้น ก็เป็นได้  เพราะหากได้ เรือดำน้ำเยอรมัน ทหารเรือ ก็คงยิ้มได้ แต่ทว่า จะใช้งบประมาณ เป็น 2-3 เท่า ของ เรือดำน้ำจีน เลยทีเดียว หากต้องซื้อให้ครบ 3 ลำ ตามแผนยุทธศาสตร์

ดังนั้น บทบาท ของ สุทิน  รมว กลาโหม พลเรือน ที่แม้จะดูใจดีกับทหาร มาแบบยิ้ม นุ่มๆ แต่บทจะโหด ก็จัดการเด็ดขาด  แม้จะรู้ว่า เป็นนโยบาย ก็ตาม จึงน่าจับตามองว่า จากนี้ จะมี “ใบสั่ง” อะไรตามมา  ไปจนถึงการแต่งตั้งโยกย้าย  และการปฏิรูปกองทัพ เลยทีเดียว

เพราะต้องตระหนักว่า  ผู้มีบารมีของ พรรคเพื่อไทย คือ อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร  ที่แม้ อยู่ชั้น 14 รพ.ตำรวจ  แต่ก็ถูกมองว่า เป็น นายกฯตัวจริง  นั่นเอง