เปิดโผครม.ฉบับ จันทร์โอชา+จันทร์ส่องหล้า

การเมือง12 มิ.ย. 2563 • 17:10 น.
เปิดโผครม.ฉบับ จันทร์โอชา+จันทร์ส่องหล้า
ฝนตกที่พรรคพลังประชารัฐ แต่หนาวไปทั้งปริมณฑลการเมืองไทย เมื่อ 18 กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐปลดล็อกให้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพรรคใหม่ กระทบชิ่ง 2 ช็อต ช็อตแรกกระแทกไปถึงเก้าอี้รัฐมนตรี ของกลุ่ม “4 กุมาร” ช็อตต่อมากระแทกไปที่เก้าอี้รัฐมนตรีในโควตาของพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวของดีลระดับอภิมหาเซอร์ไพรส์ ดึงพรรคเพื่อไทยเข้ามาเสียบ ทำให้เหล่าจอมยุทธ์การเมืองทั้งหลาย ลมปราณแตกซ่าน ด้วยสัญญาณชัดระดับ 5 จี จากการวางตัวกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ที่แคนดิเดตแม่บ้านพรรคคนใหม่ จะมีนามว่า สันติ พร้อมพัฒน์ แม้ปัจจุบัน “สันติ”จะนั่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังอยู่แล้ว และสังกัดพรรคพลังประชารัฐ แต่คนการเมืองรู้ดีว่า “สันติ”นั้น เป็นสายตรง “บ้านจันทร์ส่องหล้า” !! ด้วย “สันติ” นั้น ถือเป็นนายทุนพรรคคนสำคัญของพรรคเพื่อไทย และเคยช่วยรับผิดชอบเสบียงกรังในการทำศึกเลือกตั้งส.ส. แทน ทักษิณ ชินวัตร และ “คุณหญิงอ้อ”พจมาน ดามาพงศ์ มาก่อน โดย “เสี่ยเพ้ง” พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล เป็นผู้ส่งเข้าประกวด บารมีของ “สันติ” จึงยังเบ่งบานในหัวใจของส.ส.พรรคเพื่อไทยอย่างไม่ต้องสงสัย ในขณะที่ “ทักษิณ”ต้องไปใช้ชีวิตในต่างแดนทำให้ “คุณหญิงอ้อ”ในปัจจุบันได้กลายเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของพรรคเพื่อไทย ฉะนั้น จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะชวนพรรคเพื่อไทยมาพายเรือแป๊ะไปด้วยกัน จาก “คอนเน็กชั่นแน่นปึ้ก” ของ “สันติ” สะท้อนจากการเล่นไพ่สองหน้า ของ “ทักษิณ” ที่ใช้ยุทธการแตกแบงก์พันสั่งมือกระบี่คนสนิท แยกออกจากเพื่อไทยไปตั้งพรรคการเมืองใหม่ ไว้รองรับแฟนคลับในการเลือกตั้ง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นตัวละครที่ไม่มีชื่อติดโผครม.ใหม่ ขณะเดียวกัน เงาของนายหญิงแห่งบ้านจันทร์ส่องหล้า ย่อมซ้อนทับมาที่ “สันติ”อย่างปฏิเสธไม่ได้ จึงเป็นที่จับตาถึงบารมีของ “คุณหญิงอ้อ” ที่จะมีต่อโฉมหน้าของพรรคพลังประชารัฐ และครม.ชุดใหม่ แต่ที่ยัง “ยักตื้นติดกึก ยักลึกติดกัก” กันอยู่นี้ ก็เพราะ “ติดเงี่ยง” ของค่ายพระแม่ธรณีบีบมวยผม และค่ายพหลโยธินที่ไม่ยอมคายโควต้าเก้าอี้รัฐมนตรี ด้วยเงื่อนไขที่สร้างความกระอักกระอ่วนใจ เพราะต้องคายเก้าอี้กระทรวงใหญ่ อาทิ ประชาธิปัตย์ ที่นั่งกุมบังเหียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ต้องปล่อยเก้าอี้ออกมากระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง เช่นเดียวกับภูมิใจไทยที่ครองเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธรณสุข และกระทรวงคมนาคม ก็ต้องคืนกองกลางมากระทรวงหนึ่งเช่นกัน ดีลจึงยังไม่จบ!! กระนั้น “เด็ดดอกไม้ สะเทือนดวงดาว” เมื่อเกิดมีการเขย่าเก้าอี้ในพรรคร่วมรัฐบาล คลื่นใต้น้ำในพรรคประชาธิปัตย์ก็ก่อตัวขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด โดยมีรายงานว่า มีการเคลื่อนไหวรวบรวมเสียงของส.ส.เพื่อเบียดชิงเก้าอี้รัฐมนตรีในโควตาของพรรค เป้าหมายหลักๆคือ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ “หากมีการปรับครม.เชื่อว่าพรรคพลังประชารัฐ จะรักษามารยาททางการเมือง ในการให้พรรคร่วมรัฐบาลพิจารณาปรับเปลี่ยนกันเองภายใน ตามโควต้ารัฐมนตรีของพรรค หากจะมีการดึงพรรคการเมืองเข้ามาร่วมเพิ่มเติม ก็จะต้องไปบริหารจัดการในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐเอง ไม่ใช่มาดึงจากพรรคร่วมรัฐบาล”แหล่งข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์ ระบุ แต่เมื่อหันมาดูในส่วนของพรรคพลังประชารัฐเอง ก็ยังฝุ่นตลบ ล่าสุดกลุ่มของ วิรัช รัตนเศรษฐ “เสี่ยเฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น และ “เสี่ยแฮงค์” อนุชา นาคาศัย นัดแสดงพลัง และส่ง ไพบูลย์ นิติตะวัน ออกมากระชุ่นให้ อุตตม สาวนายน ในฐานะรักษาหัวหน้าพรรคเรียกประชุมคัดเลือกกรรมการ บริหารพรรคชุดใหม่โดยเร็ว ในขณะที่ท่าทีของ 4 กุมารยังคงเตะถ่วงการเลือกกรรมการบริหารพรรคออกไป ด้วยอ้างกรอบเวลา 45 วัน แม้เรื่องเก้าอี้ในพรรคไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่โฟกัสไปที่เก้าอี้รัฐมนตรี จึงต้องกัดฟันสู้ต่อแม้จะกระอักเลือด ใกล้ไฟธาตุแตกเต็มทน ด้วยยังหวังพึ่ง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่าจะรักษาบางเก้าอี้เอาไว้ได้ ไม่หลุดไปหมดทั้งยวง ทั้งที่ลึกๆก็รู้ดีว่า จริงยิ่งกว่าจริง คือการจะให้พี่กับน้องหักกันนั้น เป็นแค่เรื่อง “ฝันกลางวันกลางแดด”!! แม้ “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะบอกว่าการปรับครม.เป็นเรื่องของตน จะรู้เองว่าควรจะพิจารณาเมื่อไหร่ อย่างไร และขอความกรุณา เลิกเสนอข่าวดราม่า เหมือนละคร “อย่าเพิ่งถามเรื่องการปรับครม.หาก จะปรับเมื่อไหร่ตนบอกเอง หรือบางทีไม่ต้องบอกก็ปรับเอง... พรรคร่วมก็เป็นเรื่องของพรรคร่วม ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลก็มีหลายพรรคเพราะฉะนั้นใครจะเป็นหรือไม่เป็นผมยังไม่ได้คิดสักอย่าง” อ่านเผินๆ ก็อาจจะดูเหมือน “บิ๊กตู่”จะไม่อินังขังขอบ และจะยังไม่ปรับครม. ในห้วงเวลานี้ แต่หากอ่านนัยที่ว่า “บางทีไม่ต้องบอกก็ปรับเอง” ก็จะอรรถาธิบายได้อย่างที่ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย วิษณุ เครืองาม ตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ว่า โดยปกตินายกฯ จะแจ้งล้วงหน้าเรื่องการปรับ ครม. หรือไม่ ซึ่งรองนายกฯวิษณุ บอกกับนักข่าวว่า “มีทุกแบบ แบบที่หนึ่ง คือ ไม่แจ้งรัฐมนตรี ซึ่งหากจะปรับอย่างนั้นก็เหมือนกับการปลดออกจากตำแหน่ง คือ กราบบังคมทูล ให้พ้นจากตำแหน่งเลย แบบที่สอง คือ แจ้งรัฐมนตรี หมายความว่าเป็นการบอกให้เขาเขียนลาออก และแบบที่สาม คือ แจ้งแต่ว่ายังไม่ได้บอกว่าเมื่อไหร่ เพียงแต่แจ้งว่า มรสุมกำลังจะมา ฝนกำลังจะตก กางร่มเตรียมไว้นะ แต่ไม่รู้เมื่อไหร่ก็มีเหมือนกัน” กระนั้น แหล่งข่าวระดับสูงจากทำเนียบรัฐบาล ก็ฟันธงให้กางร่มเอาไว้ได้เลย เพราะมรสุมมาแน่!! เนื่อง จาก “บิ๊กตู่”เคาะออกมาแล้ว ว่าเก้าอี้ใดบ้างจะอยู่ในโควตามที่ “บิ๊กตู่” เป็นผู้พิจารณาจัดสรรเสนาบดีลงไปนั่งกุมบังเหียน หนึ่งคือ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง สองคือรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ สามคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สี่คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และห้าคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ส่วนเก้าอี้นายกรัฐมนตรี นั้นยังเป็น “บิ๊กตู่”คนเดิม อย่างไรก็ดี แม้มรสุมจะถาโถมเรือแป๊ะ จนต้องหาฝีพายมาเพิ่ม แต่เซียนการเมืองก็มองว่า การเสริมลูกเรืออย่างพรรคเพื่อไทยเข้ามานั้น เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งยังมีปัญหาเรื่องของความ “ไว้วางใจ” ที่หาก อยู่ๆกันไปแล้ว “มือไม่พาย แต่เอาเท้าราน้ำ” ป่วนมากๆเข้า อาจถึงขั้นยุบสภาฯ ก็อาจพาเรือแป๊ะล่มได้ ฉะนั้น แม้จะดึงพรรคเพื่อไทยเข้ามาเสียบ แต่พรรคพลังประชารัฐจะยังไม่หักกับ 2 พรรค ทั้งประชาธิปัตย์ กับภูมิใจไทย แม้จะมีกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นถีบตกเรือ จึงต้องเดินเกมบีบให้คายเก้าอี้ออกมา ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ ที่อาจต้องยอมให้เกลี่ยกันใหม่ เพื่อให้ได้ไปต่อ