รบ.โต้ปูดข่าวเขื่อนแตก!
รัฐบาลโต้ข่าวพายุโนรูพัดถล่มไทย ทำเขื่อนใหญ่แตก-น้ำเต็มอ่าง ยันอ่างขนาดใหญ่ยังสามารถรับน้ำได้อีก ขณะที่โนรูกระหน่ำเวียดนาม จ่อฟาดหางใส่เหนือ-อีสาน-กลาง
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 28 ก.ย.65 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากประกาศกรมอุตุนิยมวิทยาเตือนพายุโนรูทำให้มีการเผยแพร่ข้อมูลมีเขื่อนแตกหรือไม่สามารถเก็บกักน้ำได้อีกแล้ว ผ่านสื่อโซเซียลจนเกิดความเข้าใจผิด จึงขอให้ประชาชนรับฟังข้อมูลข่าวสารการแจ้งเตือนและความเคลื่อนไหวของสถานการณ์จากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด
น.ส.รัชดา กล่าวว่า จากรายงานสถานการณ์น้ำของกรมชลประทาน (ข้อมูล ณ วันที่ 27 ก.ย.) พบว่าสภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง (447 แห่ง) มีปริมาตรน้ำในอ่างฯ 55,078 ล้านลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 72 ปริมาตรน้ำในอ่างฯ เทียบกับปี 2564 มากกว่าปี 2564 จำนวน 5,935 ล้านลบ.ม. ปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ 1,156.63 ล้านลบ.ม. ปริมาณน้ำระบาย 462.06 ล้านลบ.ม.สามารถรับน้ำได้อีก 21,030 ล้านลบ.ม.
สภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ปริมาตรน้ำในอ่างฯ 50,688 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 71 ปริมาตรน้ำในอ่างฯ เทียบกับปี 2564 มากกว่าปี 2564 จำนวน 5,727 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ จำนวน798.10 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำระบาย จำนวน 175.47 ล้าน ลบ.ม. สามารถรับน้ำได้อีก 20,249 ล้านลบ.ม. ในส่วนของเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ รวม 4 เขื่อน มีปริมาตรน้ำ 16,307 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 66 ปริมาณน้ำไหลลง เขื่อน 363.78 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณน้ำระบาย 22.37 ล้าน ลบ.ม. สามารถรับน้ำได้อีก 8,564 ล้าน ลบ.ม.
อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ในเกณฑ์ มากกว่าร้อยละ 80 ขึ้นไป ของความจุอ่างฯ จำนวน 15 อ่างฯ อาทิ อ่างฯ แม่งัดสมบูรณ์ชล 87% อ่างฯ จุฬาภรณ์ 85% อ่างฯ อุบลรัตน์ 82% อ่างฯ ลาตะคอง 81% อ่างฯ สิรินธร 85% อ่างฯ ทับเสลา 85% อ่างฯ กระเสียว 82% และอ่างฯ ศรีนครินทร์ 82% ซึ่งหลายอ่างฯไม่ได้อยู่ในพื้นที่ๆ จะได้รับผลกระทบจากมรสุม และหน่วยงานภาครัฐมีแผนบริหารจัดการหากจำเป็นต้องระบายน้ำไว้แล้ว เพื่อให้ประชาชนในเขตพื้นที่รับน้ำได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ยืนยันอ่างเก็บน้ำทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ในประเทศไทย ยังสามารถรับน้ำได้ ขอให้เชื่อมั่นต่อแผนรับน้ำ และการระบายน้ำของรัฐบาล ทั้งนี้ ทุกหน่วยงานไม่ได้นิ่งนอนใจเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ พายุโนรูอยู่ตลอดเวลา
วันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ โพสต์ภาพ พร้อมข้อความระบุว่า พายุไต้ฝุ่นโนรู ได้เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองฮอยอันประเทศเวียดนามแล้ว มีศูนย์กลางที่ละติจูด 16.1 องศาเหนือ ลองจิจูด 108.1 องศาตะวันออก ทางตะวันออกของแขวงเซกอง ประเทศลาว ประมาณ 70 กิโลเมตร ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ห่างจากอ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ประมาณ 265 กิโลเมตร ส่งผลทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง มีฝนตกหนักถึงหนักมากกับมีลมแรงในช่วงวันที่ 28 ก.ย.-1 ต.ค.นี้