28 ปี พฤษภาทมิฬ! “ญาติวีรชนฯ” ออกโรงจี้ "บิ๊กตู่" ลาออก หมดเวลาอ้างปฎิรูปประเทศ

การเมือง17 พ.ค. 2563 • 03:54 น.
28 ปี พฤษภาทมิฬ! “ญาติวีรชนฯ” ออกโรงจี้  "บิ๊กตู่" ลาออก หมดเวลาอ้างปฎิรูปประเทศ
28 ปี พฤษภาทมิฬ! “ญาติวีรชนฯ” ออกโรงจี้ "บิ๊กตู่" ลาออก หยุด “สืบทอดอำนาจ” หมดเวลาอ้างปฎิรูปประเทศ เปิดทาง “รัฐบาลใหม่” ล้างกระดานสร้างความปรองดองแห่งชาติ เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2563 คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ออกแถลงการณ์ในโอกาสครบรอบ 28 ปี เหตุการณ์พฤษภาคม 2535 ระบุว่า ในโอกาสครบรอบ 28 ปี เหตุการณ์พฤษภาคม 2535 ที่วีรชนพฤษภาประชาธรรมผู้รักในประชาธิปไตยได้เสียสละเลือดเนื้อและชีวิต ออกมาต่อสู้เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย จนนำไปสู่การปฏิรูปทางการเมืองได้สำเร็จในขณะนั้น แต่ทว่าในช่วงระยะหลังมานี้สถานการณ์ทางการเมืองพลิกผัน มีการแบ่งขั้วแบ่งฝ่าย มีการรัฐประหาร จนนำพาสถานการณ์เข้าสู่วังวนความขัดแย้ง ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีแนวโน้มจะยุติลงได้ง่ายๆ คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ได้ติดตามสถานการณ์บ้านเมืองมาโดยตลอด มีความห่วงใยทุกครั้งที่วิกฤตความขัดแย้งทางการเมืองจะมาบรรจบจนเกิดความรุนแรงและความสูญเสีย ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาได้เตือนรัฐบาลมาทุกครั้งเพื่อร่วมกันหาทางแก้ไข ก่อนจะบานปลายกลายเป็นเหตุการณ์นองเลือดและความรุนแรงเช่นในอดีต ทั้งนี้เพื่อความสมานฉันท์ ปรองดองของบ้านเมือง โดยนำเอาเหตุการณ์พฤษภาประชาธรรมมาเป็นอุทาหรณ์และบทเรียนสำคัญคอยเตือนใจผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหลายให้ตระหนักถึงความเสียหายอันที่จะเกิดขึ้น และบัดนี้ การเมืองไทยภายหลังยุคสมัย คสช. ผ่านพ้นมาจนถึงรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มาจากการเลือกตั้งหลังรัฐประหาร ยังคงมีความขัดแย้งสะสมเรื่อยมา ท่ามกลางปัญหาความยากจนข้นแค้นของประชาชน และความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่มหาศาล รวมถึงอุปสรรคในการพัฒนาการเมืองไทยจากเงื่อนไขรัฐธรรมนูญที่ถูกออกแบบไว้อย่างผูกขาด และยุทธศาสตร์ชาติที่ไร้ทิศทาง ไร้ประโยชน์ในปัจจุบัน หลังจากต้องพบกับวิกฤตจากภัยพิบัติทางธรรมชาติจากโคโรนาไวรัส(โควิด-19)ระบาด รัฐบาลได้ประกาศใช้อำนาจพิเศษตามพระราชบัญญัติการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และจัดระเบียบสังคมเพื่อแก้ปัญหา แม้จะควบคุมโรคไม่ให้ระบาดได้ ซึ่งเป็นเพราะประชาชนคนไทยมีวินัยให้ความร่วมมือ รวมถึงระบบสาธารณสุข ที่มีประสิทธิภาพ แต่ก็ไม่มีทีท่าปัญหาพื้นฐานความเดือดร้อนของประชาชนจะถูกแก้ไขได้ ซ้ำร้ายปัญหาเศรษฐกิจและความขัดแย้งทางการเมืองมีแนวโน้มจะขยายบานปลายหลังสถานการณ์วิกฤตของโรคโควิด ประกอบกับประชาชนขาดความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจต่อจากนี้ได้ คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ได้ประเมินสถานการณ์ในอนาคตในระยะ 3-4 เดือนข้างหน้าอย่างกังวล จึงมีข้อเสนอต่อรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดังต่อไปนี้ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ย่อมทราบดีว่า ที่ผ่านมาท่านคือหนึ่งในปัญหาความขัดแย้งที่ถูกสร้างขึ้นหลังการรัฐประหาร แม้ว่าจะผ่านการเลือกตั้งมาในรอบใหม่แต่ปัญหาต่างๆ ก็ยังสะสมมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยไม่มีทางออก ท่ามกลางเสียงเรียกร้องต้องการการแก้ไขรัฐธรรมนูญและฉันทามติของรัฐสภาและประชาสังคมร่วมกันในอนาคต และ เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นอุปสรรคของความขัดแย้งและการพัฒนาประชาธิปไตยเสียเอง ทางที่ดีควรพิจารณาตัวเอง ด้วยการแสดงเจตจำนงค์ลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อเปิดโอกาสให้รัฐบาลที่จะเกิดขึ้นใหม่ได้แก้ปัญหา ก่อนสถานการณ์ต่างๆ จะเต็มไปด้วยความขัดแย้งที่ไร้ทางออก จึงอยากเห็นการเสียสละจาก พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อยับยั้งความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 2.คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ทำเพื่อบ้านเมืองก่อนลงจากอำนาจ โดยเฉพาะการแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจและปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม ท่ามกลางภาวะข้าวยากหมากแพงและวิกฤตโคโรนาไวรัสระบาด คนยากจนตกงานจำนวนมาก ผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางแทบเอาตัวไม่รอด และสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานต่างๆ ยังถูกบรรดานักธุรกิจการเมืองผูกขาดแสวงหากำไร จึงขอให้นายกรัฐมนตรีออกคำสั่งแก้ไข ให้มีการลดค่าใช้ไฟฟ้าประปา ราคาพลังงานและระบบขนส่งมวลชนสาธารณะให้ถูกลงกว่าเดิม เพื่อบรรเทาปัญหาของพี่น้องประชาชน รวมทั้งยกเลิกสัญญาที่ไม่เป็นธรรมต่างๆ ที่ทำไว้กับเอกชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการให้สัดส่วนเอกชนในการผลิตไฟฟ้าเกินความจำเป็น หรือการให้เอกชนผูกขาดการจัดการทรัพยากรน้ำและพลังงานต่างๆ เป็นต้น 3.พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ รวม1.9ล้านล้านบาท และร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายฯ เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าจากวิกฤติไวรัสโควิด รัฐบาลจะต้องนำงบประมาณไปใช้ฟื้นฟูเศรษฐกิจสังคมอย่างแท้จริง มีการเยียวยาวประชาชนที่ได้รับผลกระทบเดือดร้อนให้ทั่วถึง ต้องไม่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มนายทุนและอย่าให้มีการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะวงเงินกู้ 4 แสนล้านบาทเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับท้องถิ่นทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการเริ่มต้นที่ดีแต่ที่ผ่านมาการจัดเงินลงไปล้วนเป็นไปตามความต้องการของกระทรวงมหาดไทยมิได้รับฟังความเห็นของชุมชนอย่างแท้จริง นำไปสู่การรั่วไหลและการหาประโยชน์ส่วนตนอันมิชอบ ดังนั้นการคัดเลือกโครงการจะต้องผ่านกระบวนการประชุมแลกเปลี่ยนกันในชุมชน เพื่อให้การใช้งบประมาณเกิดประสิทธิผลป้องปรามการฉ้อราษฎร์บังหลวงอย่างแท้จริง คณะกรรมการญาติฯ หวังว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะได้พิจารณาข้อเสนอดังกล่าวข้างต้นโดยเร็ว ทั้งนี้เพื่อผลประโยชน์แก่ประชาชนและประเทศชาติ นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภาฯ 35