ปชป.แนะกมธ.แก้รธน.แสวงหาความเห็นร่วมกันในวาระ2-3 ชี้เสียงส.ว.ยังสำคัญต้องทำให้สำเร็จ
เมื่อวันที่ 19 พ.ย.นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงร่างรัฐธรรมนูญที่ได้ผ่านการลงมติจากที่ประชุมร่วมรัฐสภาในวาระที่หนึ่งว่า เป็นอีกก้าวที่สำคัญในเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ได้ผ่านการลงมติในวาระหนึ่ง เป็นจำนวน 2 ร่าง พรรคประชาธิปัตย์โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคได้ประกาศไว้ชัดตั้งแต่เริ่มแรกเมื่อครั้งร่วมรัฐบาล คือการแก้มาตรา 256 ซึ่งเป็นและต่อมามีการเพิ่มเติมให้มีการจัดตั้ง สสร ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เจตจำนงตั้งต้นในเรื่องดังกล่าวต้องถือว่าประสบความสำเร็จมาอีกหนึ่งก้าวที่สำคัญ ต้องขอขอบคุณสมาชิกรัฐสภา แต่ภารกิจที่สำคัญนี้คงไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้ ทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ฝ่ายวุฒิสมาชิก จำเป็นที่จะต้องแสวงหาความเห็นชอบร่วมกันในวาระที่สอง ในชั้นคณะกรรมาธิการ และยังมีวาระที่สามที่เสียงของสมาชิกวุฒิสภา 1 ใน 3 ยังคงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องร่วมกันคิดกันทำให้สำเร็จ รัฐธรรมนูญไม่ได้เป็นของฝ่ายค้าน ไม่ได้เป็นของฝ่ายรัฐบาล ไม่ได้เป็นของวุฒิสมาชิก แต่เราจะต้องทำให้เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชนและประเทศ ภายใต้การปกครองในระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
"การหาความเห็นพ้องจากประชาชนก็เป็นส่วนสำคัญ ในชั้น กมธ. ในส่วนของพรรคจะมีการเสนอให้รับฟังเสียงจากประชาชนให้มากที่สุด เมื่อประชาชนได้มีส่วนร่วม แน่นอนว่าเมื่อเข้าสู่การทำประชามติความสำเร็จที่ประชาชนจะเห็นด้วยก็มีมากขึ้น ส่วนร่างของภาคประชาชนไม่อยากให้มองว่าตกไปทั้งหมด ความตั้งใจทำใส่ส่วนที่ดีที่เป็นประโยชน์ ก็มีความจำเป็นที่จะต้องนำมาประกอบการพิจารณาในทุกขั้นตอน อาจมีบางประเด็นที่เห็นไม่ตรงกัน แต่ส่วนไหนรับได้ส่วนไหนรับกันไม่ได้ก็ควรหยิบยกมาพูดคุยกันก็จะเกิดประโยชน์"นายราเมศ กล่าว