"เพื่อไทย" กัดฟัน! รับร่าง "กฎหมายกัญชากัญชง" กลัวเป็นจำเลยสังคม "ประชาชาติ" ประกาศคว่ำวาระแรก

การเมือง8 มิ.ย. 2565 • 09:29 น.
"เพื่อไทย" กัดฟัน! รับร่าง "กฎหมายกัญชากัญชง" กลัวเป็นจำเลยสังคม "ประชาชาติ" ประกาศคว่ำวาระแรก

‘เพื่อไทย" กัดฟัน! ผ่าน ‘กฎหมายกัญชากัญชง’ อ้างกลัวเป็นจำเลยสังคม "ประชาชาติ" ยกประกาศ "คกก.อิสลามฯ" ชี้ชัดเป็นสารเสพติดเทียบ ‘สุรา’ ประกาศคว่ำวาระแรก ‘พิเชษฐ์’ ถกดุ ถาม "ประธานฯ" อยากให้ลูกติดหรือ

วันที่ 8 มิ.ย.65 เมื่อเวลา13.45 น. ที่รัฐสภา นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ อภิปรายร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)กัญชากัญชง (ฉบับที่…) พ.ศ….  และพ.ร.บ.ส่งเสริมการใช้ประโยชน์กัญชา กัญชง (ฉบับที่…) พ.ศ…. ว่า พรรคประชาชาติไม่รับหลักการร่างพ.ร.บ.กัญชาฯ เพราะยึดหลักในการพิจารณาว่า ร่างกฎหมายที่จะเข้าสภาฯแต่ละฉบับขัดกฎหมายหรือไม่ ประเทศ และประชาชนได้ประโยชน์หรือไม่ เช่นเดียวกับร่างกฎหมายนี้ คณะกรรมการอิสลามแห่งประเทศไทย ได้มีหนังสือว่ากัญชา กัญชง ถือเป็นสารเสพติดเช่นเดียวกับสุรา หากจะนำมาใช้ทางการแพทย์สามารถใช้ในกรณีจำเป็นเท่านั้น หมายถึงไม่มียาตัวอื่นจะรักษาได้แล้วจึงจะอนุญาต นั่นหมายถึงกัญชาคือฮะรอม ดังนั้น พรรคประชาชาติจึงไม่สามารถรับหลักการได้

“รู้สึกเป็นห่วงที่ปลดล็อคกัญชาไม่ใช่ยาเสพติด ประเทศอื่นๆรอบข้างเรายังไม่มีอนุญาตให้เป็นกัญชาเสรี ประเทศเราจะเป็นแหล่งที่มีกัญชามากที่สุดในย่านนี้ ส่งผลให้โครงสร้างทางสังคม สถาบันครอบครัวอ่อนแอลง ขนาดมีมาตรการและกฎหมายเอาผิด เรายังเอาไม่อยู่ ร่างกฎหมายฉบับนี้เน้นด้านเศรษฐกิจ ส่วนมาตรการป้องกันมีเพียงมาตราเดียว คือมาตรา 37 ป้องกันไม่ให้เยาวชนติดยาหรือเข้าถึงกัญชาได้โดยง่าย โดยห้ามขายให้กับบุคคลที่มีอายุไม่ถึง20ปี” นายกมลศักดิ์ กล่าว

นายกมลศักดิ์ กล่าวอีกว่า ประเทศไทยน่าเป็นห่วงมาก รัฐต้องรักษาคนติดยาเสพติด 2 หมื่นบาท ต่อคน ต่อเดือน ตนมีสถิติว่าขณะนี้มีคนติดกัญชาแล้ว 1.89 ล้านคน ถือว่าสูงมาก และจะมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่าน เพราะประตูสู่สารเสพติดประเภทกัญชาได้เปิดกว้างแล้ว ใครจะไปดูแลควบคุมว่า ปลูกที่บ้านแล้วจะไม่มีการไปแปลงกับยาแก้ไอเป็นอย่างอื่น

ด้านนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า วานนี้(7มิ.ย.) พรรคเพื่อไทยได้หารือถกเถียงถึงเรื่องนี้กันมากพอสมควร จนท้ายที่สุดพรรคเพื่อไทยไม่อยากเป็นจำเลยของสังคมหาว่าเรากำลังสกัดกั้นกัญชา เราจึงมีมติของพรรคให้รับหลักการในเรื่องนี้ แต่สมาชิกพรรคเพื่อไทยหลายคนไม่สบายใจ เพราะไม่เชื่อมั่นว่ากัญชาไม่ใช่ยาเสพติด สิ่งที่ตนกังวลในช่วงวาระที่2 ที่จะตั้งคณะกรรมาธิการฯ จะป้องกันเยาวชนได้หรือไม่ ที่กำหนดห้ามต่ำกว่าอายุ20ปีใช้กัญชา แล้วถ้ากัญชาหาได้หลังบ้านเหมือนต้นกระเพรา ใครจะการันตีว่าเด็กจะไม่ทดลองกับช่อดอกกัญชา นอกจากนี้ยังจะต้องไปแก้บัญชีพืชเศรษฐกิจอีกโดยเพิ่มกัญชาเข้าไป อาจหนักไปถึงว่าต้องไปประกันราคากัญชาเหมือนประกันราคาข้าวหรือไม่ เนื่องจากเป็นกระแส ก็จะไหลกันมาปลูก โดยบางครั้งขาดความรู้ 

“ลึกๆคนที่ได้ประโยชน์คือกลุ่มทุนใหญ่ ผมไม่อยากเห็นสภาฯแห่งนี้เราออกกฎหมายเพื่อเอื้อโอกาสกลุ่มทุนใหญ่ โดยเอาสภาฯแห่งนี้มาโฆษณาชวนเชื่อ เป็นที่รองรับ ผมคิดว่าองค์การสหประชาชาติ หรือยูเอ็น คงไม่ยอม มันอาจมีประโยชน์ทางการแพทย์ แต่ก็มีแพทย์กลุ่มหนึ่งออกมาติติงว่าจะควบคุมได้ขนาดไหน มีประโยชน์จริงหรือไม่ มันจะกลายเป็นเมืองกัญชา ข้าวคนจะเลิกปลูก แล้วหันมาปลูกกัญชากันหมดเพราะราคากิโลเป็นแสน แต่มันจะจริงหรือไม่เมื่อถึงวันนั้นจริงๆ ขอฝากไปยังกรรมาธิการฯว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เล่นๆ ถ้าดีจริง จะได้บันทึกไว้ในชีวิตว่ายุคพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สามารถปลดเปลื้องกัญชาจากยาเสพติดเป็นสมุนไพรนำมารักษาคน แต่ถ้ากัญชาทำลายเด็กเยาวชน พล.อ.ประยุทธ์ต้องรับผิดชอบ” นายครูมานิตย์ กล่าว

ด้านนายสนอง เทพอักษรณรงค์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายชี้แจงร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) กัญชากัญชง (ฉบับที่…) พ.ศ… ว่า เรากำลังสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ที่จะยกเลิกกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดประเภทที่5 แม้ยังไม่มีกฎหมายรองรับ แต่ถามว่ากัญชาทุกวันนี้มีใช้หรือไม่ ต้องยอมรับความจริงว่า ถ้าเรายังปิดกั้นอยู่ มันจะมีทั้งบนดิน ใต้ดิน ยากต่อการควบคุมดูแล แต่ถ้าเราเอามาอยู่บนดิน ทำอะไรเปิดเผย เชื่อว่าประโยชน์มีมากกว่าโทษ ถ้าจะโทษว่ากัญชาเป็นยาเสพติด แล้วบุหรี่ สุรา เป็นยาเสพติดหรือไม่ ก็เห็นค้าขายกันมานาน แล้วไม่มีประโยชน์อะไรเลย สูบบุหรี่เป็นมะเร็ง แต่คนสูบกัญชาไม่มีใครเป็นมะเร็ง ส่วนข้อกังวลที่ว่าจะควบคุมเยาวชนอย่างไรนั้น ถามว่าเยาวชนไปซื้อบุหรี่ ซื้อเหล้า ใครเขาจะขายให้ กฎหมายฉบับนี้ก็เหมือนกัน เราสามารถช่วยกันปรับปรุงกำหนดกฎเกณฑ์ได้ ภายหลังรับหลักการ แล้วตั้งกรรมาธิการฯมากลั่นกรอง

ขณะที่นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะต้องเป็นประธานนโยบายกัญชงกัญชาแห่งชาติ  ประวัติศาสตร์จะได้จารึก ดีหรือไม่ อีก3-5ปีกว่าจะรู้ผล ส่วนการอนุญาตปลูกและการจดแจ้ง ควรให้หน่วยงานที่มีอำนาจ มีหลักมีฐานอยู่ในท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง ติดตามได้ถูก ขณะที่ค่าจดแจ้งจำนวน 50,000 บาท ถามว่าเสรีอย่างไร ในครัวเรือนจะไปจดแจ้งต้องจ่าย50,000บาทหรือไม่เอาให้ชัด สำหรับรายได้ ค่าธรรมเนียมที่ได้จำนวนมหาศาล ไม่ต้องส่งเข้าคลัง เพราะเป็นรายได้ของแผ่นดิน จะมาเก็บไว้ แล้วนำไปใช้กันเองไม่ได้ ยืนยันว่ากัญชาเสพแล้วติดทำให้ครอบครัวเดือดร้อน ท่านประธานในที่ประชุม(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯคนที่2 ทำหน้าที่ในขณะนั้น) อยากให้ลูกติดกัญชาหรือไม่ ท่านคงไม่อยากให้ลูกติดกัญชา แต่กฎหมายไม่ได้ห้าม จึงต้องมีกองทุนในกฎหมายนี้ด้วย เพื่อบำบัดรักษาผู้ที่ติดกัญชา อย่าเห็นแก่การหาเสียงเพื่อประโยชน์เฉพาะหน้า มันไม่คุ้มกับความเสียหายระยะยาว