ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ประเดิมคดีแรก พิพากษายืนตามกกต.

การเมือง22 ก.พ. 2562 • 14:00 น.
ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ประเดิมคดีแรก พิพากษายืนตามกกต.
ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ประเดิมคดีแรก พิพากษายืนตามกกต. ตัดสิทธิไม่ประกาศชื่อ "จีรเดช ทองย้อย " เป็นผู้สมัครเมืองย่าโม เขต 12 พรรคประชาชาติ เหตุเป็นสมาชิกซ้ำซ้อนกัน 2 พรรค ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมา ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งได้มีคำพิพากษายกคำร้องในคดีที่นายจีรเดช ทองย้อย ผู้สมัครส.ส.เขต 12 นครราชสีมา พรรคประชาชาติ ยื่นฟ้องผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 12 จ.นครราชสีมา กรณีไม่ประกาศชื่อให้เป็นผู้สมัคร โดยศาลเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้อง คำคัดค้าน และเอกสารประกอบ นายจีรเดช เป็นสมาชิกพรรคประชาชาติ เมื่อวันที่ 26 พ.ย. 61 ตามหนังสือรับรองของหัวหน้าพรรคประชาชาติที่ ปช. 2562/0164 แต่ก่อนหน้านั้นนายจีรเดชยอมรับว่าเคยเป็นสมาชิกพรรคเพื่อแผ่นดินแม้จะอ้างว่า ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อแผ่นดินเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 61 ตามหนังสือ ขอลาออกฉบับลงวันที่ 6 ธ.ค. 2561 แต่ตามเอกสารผลการตรวจสอบสมาชิกพรรคการเมืองของผู้สมัครส.ส.แบบแบ่งเขตที่บันทึกเข้าระบบฐานข้อมูลพรรคการเมือง ข้อมูล ณ.วันที่ 14 ก.พ. 2562 แนบท้ายคำร้องของนายจีรเดช ซึ่งพรรคเป็นผู้นำข้อมูล ดังกล่าวเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลพรรคการเมืองเอง ตามระเบียบกกต.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560ข้อ 25 ประกอบข้อ 24 (6) ปรากฎว่านายจีรเดชสิ้นสภาพการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อแผ่นดินเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 61 แสดงว่าในระหว่างวันที่ 26 พ.ย.61 จนถึงวันที่6 ธ.ค.61นายจีรเดชเป็นสมาชิกพรรคเมืองสองพรรคซ้ำซ้อนกัน อีกทั้งตามพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 มาตรา 24 กำหนดว่า สมาชิกต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อบังคับและ มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 9 (1) (3) และ(5) และมาตรา 9 บัญญัติว่า บุคคลซึ่งมีอุดมการณ์ทางการเมืองในแนวทางเดียวกัน และมีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ จำนวนไม่น้อยกว่า 500 คน อาจร่วมกันดำเนินการจัดตั้งพรรคการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ได้ ( 5) ไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองอื่น บทบัญญัติมาตรา 24 ประกอบมาตรา 9(5) ดังกล่าวแสดงว่า การเป็นสมาชิกพรรคการเมืองอื่นในเวลาเดียวกัน เป็นลักษณะต้องห้ามของการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง และเมื่อกรณีดังกล่าวเกิดขึ้น พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 26 บัญญัติว่า ในกรณีที่ปรากฎต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองว่าบุคคลใดเป็นสมาชิกหลายพรรคการเมืองให้มีหนังสือแจ้งให้หัวหน้าพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องทราบ และลบชื่อผู้นั้นออกจากการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองนั้น การที่บทบัญญัติดังกล่าวให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งให้หัวหน้าพรรคเมืองที่เกี่ยวข้องทราบและลบชื่อผู้นั้นออกจากการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองนั้น ไม่ได้บัญญัติให้หนังสือแจ้งเฉพาะหัวหน้าพรรคการเมืองแรก หรือหัวหน้าพรรคการเมืองหลัง และไม่ได้ระบุให้ลบชื่อผู้นั้นออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเฉพาะพรรคการเมืองแรกหรือพรรคการเมืองหลังเท่านั้น แสดงให้เห็นว่าพ.ร.ป.พรรคการเมือง 60 มีเจตนารมณ์ที่จะให้ผู้นั้นพ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองที่ซ้ำซ้อนกันทุกพรรค ดังนั้นเมื่อข้อเท็จจริงปรากฎว่า ในระหว่างวันที่ 26 พ.ย.61 จนถึงวันที่ 6 ธ.ค.61 นายจีรเดชเป็นสมาชิกพรรคประชาชาติและพรรคเพื่อแผ่นดิน นายจีรเดชจึงไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคการเมืองเดียวเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วันนับถึงวันเลือกตั้ง ขาดคุณสมบัติในการเป็นผู้สมัครส.ส. ตามรฐธรรมนูญมาตีรา 97(3)และพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.2561 มาตรา 41(3) ดังนั้นที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขต ฯ ไม่ประกาศรายชื่อนายจีรเดชเป็นผู้สมัครส.ส.เขต 12 นครราชสีมา จึงชอบแล้ว