ทางสามแพร่งของ“3 ป.”คิดต่างความเห็นแตก“บิ๊กป้อม” ไปต่อ“บิ๊กตู่-บิ๊กป๊อก”สู้

การเมือง12 ส.ค. 2565 • 23:00 น.
ทางสามแพร่งของ“3 ป.”คิดต่างความเห็นแตก“บิ๊กป้อม” ไปต่อ“บิ๊กตู่-บิ๊กป๊อก”สู้

พี่น้อง 3 ป. กำลังเดินมาถึงทางสามแพร่งของชีวิต และอนาคตทางการเมืองแล้ว ไม่ใช่แค่ว่าจะไปต่อ หรือ พอแค่นี้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงว่า ถ้าพอแค่นี้แล้ว จะพอด้วยกัน ทั้ง 3 ป. เลยหรือไม่  เพราะมีการทวงสัญญา 3 ป. ที่ว่า “มาด้วยกัน ไปด้วยกัน”

โดย “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา  รมว.มหาดไทย ที่ปกติไม่ค่อยจะให้สัมภาษณ์สื่อ แต่กลับพูดคุยกับสื่อหลังจากที่ได้อวยพร วันเกิด 77 ปี “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พี่ใหญ่ ที่บ้านป่ารอยต่อฯ แล้ว

โดยยืนยันว่า พล.อ.ประวิตร ไม่คิดเป็นนายกฯต่อจาก “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หลังจากที่คาดการณ์ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะตีความวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 8 ปีของพล.อ.ประยุทธ์ เริ่มนับเมื่อรัฐธรรมนูญ 2560 ประกาศใช้

ที่หมายถึงว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นนายกฯรัฐมนตรีได้จนถึงปี 2568 หากได้รับการเลือกตั้ง เข้ามาจะจัดตั้งรัฐบาลในสมัยหน้า ก็จะเป็นนายกฯ ได้แค่อีก 2 ปี และ ถูกมองว่า พล.อ.ประวิตร จะเป็นนายกฯ ต่อใน 2 ปีที่เหลือ

“โอ้ย !คงไม่ใช่หรอกมั้ง ไม่ใช่แน่นอน บอกตรงๆ คงไม่ใช่ เพราะมาด้วยกันไปด้วยกัน” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว          

เสมือนเป็นการ สะกิดเตือนใจ พี่ใหญ่ ที่ก็ส่งสัญญาณว่าจะไปต่อ สู้ศึกเลือกตั้งในปีหน้า เพราะเคยประกาศว่าจะเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ไปจนตาย

และเป็นความเคลื่อนไหว หลังจากที่สภาล่ม คว่ำกฎหมายลูก สูตรคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ แบบหารด้วย 500 ที่เป็นการวัดพลังของ พล.อ.ประยุทธ์  ที่ต้องการแบบหาร 500 ส่วนพล.อ.ประวิตร และพปชร. ยืนยันอุดหนุนหาร 100 มาตั้งแต่ต้น

แม้สงคราม จะยังไม่จบ เพราะยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดว่าจะได้ใช้สูตรหาร 100 เพราะต้องไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ ก็ตาม แต่ก็ทำให้ความสัมพันธ์พี่น้อง 3 ป.ถูกจับตามองอีกครั้ง

หลังจากที่เกิดรอยร้าว หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ 6 ส.ส. สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ โหวตไม่ไว้วางใจ พล.อ.อนุพงษ์ และเกิดกระแสสนับสนุนพล.อ.ประวิตร ให้เป็นรมว.มหาดไทย แทน พล.อ.อนุพงษ์ เพื่อเตรียมพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง

แต่พล.อ.ประยุทธ์ ก็ประกาศย้ำหลายครั้งว่า ยังไม่คิดเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี

หลัง ปฏิบัติการสภาล่ม เพื่อล้มหาร 500 ส่งผลให้พล.อ.ประวิตร กลายเป็นเป้าโจมตี ของฝ่ายสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ว่ามีดีล พิเศษกับพรรคเพื่อไทย เพื่อหวัง เขี่ย พล.อ.ประยุทธ์  ออกจากอำนาจ และหวังจะเป็นนายกฯเอง ในการจัดตั้งรัฐบาลสมัยหน้า

รวมไปถึงคนใกล้ชิด พล.อ.ประวิตรและคนในครอบครัว  พล.อ.ประวิตร ก็ถูกโจมตีว่า อยู่เบื้องหลังปฎิบัติการ สภาล่ม  ล้ม หาร500 ล็อบบี้ เสียง ส.ว. เพื่อหวังดันพล.อ.ประวิตร ให้เป็นนายกฯในอนาคต

จนที่สุด พี่น้อง 3 ป.  ก็มานั่งทาน ข้าวด้วยกันในวันเกิดของพล.อ.ประวิตร เมื่อ 11 สิงหาคม ที่ผ่านมา ที่มูลนิธิป่ารอยต่อฯ  โดย พล.อ.ประวิตร ยืนยันว่าไม่ได้มีทะเลาะกัน เป็นสื่อเขียนข่าวกันไปเอง ส่วนพล.อ.ประวิตร ก็ยืนยันว่าไม่ได้ดีลกับใคร เช่นที่ถูกโจมตี หรือเกิดกระแสข่าวลือ

มีรายงานว่าเหตุที่พล.อ.ประวิตร เลือกบัตร 2 ใบ และ สูตรหาร 100 ก็หวังที่จะสกัดกั้นพรรคเล็ก โดยเฉพาะพรรคก้าวไกลให้เข้าสภามาน้อยที่สุด เพราะห่วงเรื่องจุดยืนและแนวคิดที่หมิ่นเหม่ ขณะที่พรรคเพื่อไทยนั้น ยังไม่มีปัญหาในเรื่องนี้

นอกจากนั้นยังมีเป้าหมายที่จะสร้างความปรองดอง ให้เกิดขึ้น เพราะไม่เช่นนั้นประเทศ ก็จะมีปัญหาอยู่แบบนี้แตกแยกแบ่งขั้ว ที่รุนแรงขึ้นอีกทั้งตลอด 8 ปีที่ผ่านมาในยุคของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่สามารถสร้างความปรองดอง ให้เกิดขึ้นได้ แต่พล.อ.ประวิตร มีสายสัมพันธ์คอนเน็กชั่น กับทุกกลุ่ม

ดังนั้น พล.อ.ประวิตร จึงตั้งเป้าที่จะอยู่บนถนนการเมืองต่อไป ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และสร้างพันธมิตรทางการเมือง ทั้งการให้ “บิ๊กน้อย” พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา น้องรักไปเป็นหัวหน้าพรรครวมแผ่นดิน และมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ที่ถือว่าเป็นพรรคพันธมิตร

โดยที่พล.อ.ประวิตร ถูกจับตามองว่ามีเป้าหมาย ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี ในอนาคตเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมาย อีกทั้งการที่ พล.อ.ประวิตร ไม่ปฏิเสธที่จะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ หากสมาชิกพรรคสนับสนุน ก็ทำให้ถูกมองว่า หากพล.อ.ประยุทธ์ ผ่านวาระ 8 ปีไปได้ พลังประชารัฐ ก็จะเสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรค รวมถึงจะมีชื่อของพล.อ.ประวิตร ในฐานะหัวหน้าพรรค เป็นแคนดิเดตนายกฯด้วย

แต่ในขณะเดียวกัน มีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นนายกฯรัฐมนตรี ในสมัยหน้า ได้แค่ 2 ปีพล.อ.ประยุทธ์ ก็จะไปต่อ ยังไม่คิดที่จะหยุดเพราะภารกิจยังไม่จบ และห่วงพล.อ.ประวิตรว่าจะตกเป็นเครื่องมือของนักการเมือง

มีกระแสข่าวว่า พี่น้อง 3 ป. ได้หารือกันถึงอนาคต  พล.อ.ประวิตร นั้น ตั้งใจว่าจะอยู่ทำงานการเมืองอีกสมัยหนึ่ง หากพล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.อนุพงษ์ จะพักก็ให้พัก ไปทำงานอยู่เบื้องหลังก่อน  แต่ก็มีสัญญาใจกันไว้ว่า มาด้วยกัน ไปด้วยกัน หากพล.อ.ประวิตร ไม่พัก ไม่หยุด พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.อนุพงษ์ ก็จะไปต่อเช่นกัน

ดังนั้นทิศทางการเมือง จึงอยู่ที่ความสัมพันธ์ของพี่น้อง 3 ป. ที่ส่อเค้าความเห็นแตก ความคิดต่าง และมีเป้าหมายเดียวกัน แต่กลยุทธ์ หรือเส้นทางเดินแตกต่างกัน และปัญหาจากคนรอบข้างของแต่ละฝ่าย