"ผู้ตรวจการฯ"จับมือ"4กระทรวง"ทำเอ็มโอยูพัฒนาทักษะอาชีพแก่นร.ยากจนมุ่งยกระดับแรงงานฝีมือ
"ผู้ตรวจการฯ"จับมือ 4 กระทรวงหลัก "มหาดไทย- ศึกษาฯ-แรงงาน-พม." ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) และจัดประชุมชี้แจงผู้ว่าฯทั่วประเทศ เดินหน้า “โครงการเพิ่มทักษะด้านอาชีพแก่นักเรียนครอบครัวยากจนที่ไม่ได้เรียนต่อ
นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ตรวจการแผ่นดิน เผยว่า จากข้อมูลของศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงศึกษาธิการ พบว่าในแต่ละปีมีนักเรียนที่จบการศึกษาภาคบังคับ (ม.3) แต่ไม่ได้เรียนต่อเป็นจำนวนมาก เฉลี่ยปีละ 80,000 - 100,000 คน โดยเฉพาะปีการศึกษาล่าสุด (2561) มีจำนวนถึง 147,644 คน นักเรียนกลุ่มดังกล่าวหลังจบการศึกษาภาคบังคับจะเข้าสู่ตลาดแรงงานทันทีเนื่องจากครอบครัวยากจน ในฐานะแรงงานไร้ฝีมือได้ค่าจ้างรายวันเพียงค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน ทั้งนี้ หากได้บูรณาการการช่วยเหลือเพิ่มทักษะด้านอาชีพให้แก่นักเรียนกลุ่มดังกล่าวหลังจบการศึกษาภาคบังคับก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงานในแต่ละปีแล้ว จะช่วยให้นักเรียนกลุ่มดังกล่าวเข้าสู่ตลาดแรงงานในฐานะแรงงานมีฝีมือทำให้มีรายได้ค่าจ้างสูงขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ร่วมกับจังหวัดแม่ฮ่องสอนดำเนินโครงการนำร่อง “โครงการเพิ่มทักษะด้านอาชีพแก่นักเรียนครอบครัวยากจนที่ไม่ได้เรียนต่อหลังจบการศึกษาภาคบังคับ (ม.3)” ปีการศึกษา 2561 ผลการดำเนินโครงการประสบความสำเร็จด้วยดี เด็กนักเรียนกลุ่มเป้าหมายมีทักษะด้านอาชีพ เข้าสู่ตลาดแรงงานในฐานะ “แรงงานมีฝีมือ” มีรายได้ค่าจ้างสูงขึ้นเป็น 350 - 500 บาทแต่วัน มากกว่าอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ
โดยวันนี้ 13 ก.ย.ได้จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างผู้ตรวจการแผ่นดิน และปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน อธิบดีกรมการจัดหางาน และอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานโครงการของหน่วยงานในสังกัดในระดับจังหวัด และการประชุมชี้แจงขั้นตอนการดำเนินการแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดและหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดที่เกี่ยวข้องจาก 76 จังหวัดทั่วประเทศ กว่า 600 คน เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อน “โครงการเพิ่มทักษะด้านอาชีพแก่นักเรียนครอบครัวยากจนที่ไม่ได้เรียนต่อหลังจบการศึกษาภาคบังคับ (ม.3)” ไปยังทุกจังหวัดทั่วประเทศ สำหรับนักเรียนที่จะจบการศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 เป็นต้นไป และในเดือนพฤศจิกายนนี้ สถานศึกษาในระดับจังหวัดทั่วประเทศจะเริ่มสำรวจเด็กกลุ่มเป้าหมายและชี้แจงโครงการแก่ครูแนะแนว ถือเป็นการขับเคลื่อนในระดับต้นน้ำ เข้าสู่ระดับกลางน้ำ นำนักเรียนฝึกอบรมและศึกษาดูงาน จนถึงระดัยปลายน้ำ จัดหางาน สร้างอาชีพสู่ตลาดแรงงานต่อไป
นับเป็นการร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ในปีการศึกษา 2562 เป็นต้นไป นักเรียนครอบครัวยากจนที่ไม่ได้เรียนต่อหลังจบการศึกษาภาคบังคับ (ม.3) นับแสนคนในแต่ละปี จะได้รับการดูแลจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องในการเพิ่มทักษะด้านอาชีพ เพื่อที่เด็กกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวจะได้เข้าสู่ตลาดแรงงานในฐานะ แรงงานมีฝีมือ เป็นการเพิ่มต้นทุนชีวิตให้กับเด็กที่กำลังเผชิญกับสภาวะยากจน อันจะช่วยให้มีรายได้ค่าจ้างที่สูงขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดี เป็นการช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ของรัฐตามรัฐธรรมนูญได้ครบถ้วนสมบูรณ์