นายกฯ ชูงานมหกรรม “ไหมไทยสู่เส้นทางโลก” เผยแพร่พระราชกรณียกิจสมเด็จพระพันปีหลวง พร้อมมอบของขวัญผู้สูงอายุ
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 10 พ.ค. 2565 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อนำเสนอข้อมูลโครงการมหกรรมผ้าไหม “ไหมไทยสู่เส้นทางโลก” ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา 12 สิงหาคม 2565 โดยมหกรรมผ้าไหม “ไหมไทยสู่เส้นทางโลก” เป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติในนามรัฐบาล โดยสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ดำเนินการร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสมาคมส่งเสริมผ้าไหมและวัฒนธรรมไทย เปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษา รวมถึงสถาบันการศึกษาด้านการออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอทั่วประเทศ จำนวน 73 สถาบัน ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยจำนวน 20 แห่ง วิทยาลัยการอาชีวศึกษาจำนวน 40 แห่ง และสถาบันออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอภาคเอกชนจำนวน 13 แห่ง รวมอาจารย์จำนวน 231 คน และนักศึกษาจำนวน 318 คน เข้าร่วมโครงการออกแบบและตัดเย็บชุดผ้าไหมให้กับคณะทูตานุทูตและนางแบบ นายแบบกิตติมศักดิ์ โดยใช้ผ้าไหมไทยจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯทั้งหมด
นายกฯ กล่าวว่า นับเป็นโอกาสสำคัญที่จะเผยแพร่พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เรื่องการส่งเสริมและสนับสนุนผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่มีต่อเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมทั่วประเทศ ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ผ้าไหมไทยยังเป็น Soft power อีกด้านของประเทศที่รัฐบาลมุ่งส่งเสริมและพัฒนาต่อยอดอย่างสร้างสรรค์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและเผยแพร่สู่สายตาชาวต่างชาติ นอกจากนี้การเปิดโอกาสให้นิสิต นักศึกษาได้ออกแบบและตัดเย็บชุดผ้าไหมให้กับคณะทูตานุทูต และนางแบบ นายแบบกิตติมศักดิ์ เป็นโอกาสที่ดีที่ได้มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับนานาประเทศ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการออกแบบตัดเย็บผ้าไหมไทยให้มีความเป็นสากล ควบคู่กับการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมไทยด้วย
จากนั้นนายอิทธิพล พร้อมด้วย นางยุพา ทวีวัฒนกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และนายเกรียงศักดิ์ บุญประสิทธิ์ อธิบดีกรมการศาสนา เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อนำเสนอกิจกรรมรณรงค์สัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา ประจำปี พ.ศ. 2565 ในรูปแบบออนไลน์ผ่าน Web Application โดยนายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมกิจกรรมรณรงค์สัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา และรับฟังบรรยายจากตัวแทนนักเรียนเครือข่ายทางวัฒนธรรม พร้อมทั้งรับมอบสื่อประชาสัมพันธ์เนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา พ.ศ. 2565
นายกฯ กล่าวเชิญชวนพุทธศาสนิกชนทุกคนร่วมกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา ร่วมกันทำบุญตักบาตรสวดมนต์ เวียนเทียน ผ่านระบบออนไลน์ และตามวัดต่าง ๆ เนื่องในวันวิสาขบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญสากลของโลก เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง และฝากถึงประชาชนคนรุ่นใหม่ ให้ความสำคัญกับพระพุทธศาสนาที่เป็นศาสนาประจำชาติ พร้อมกำชับการจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ต้องปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันเเละควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อย่างเคร่งครัด
ขณะที่นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข เข้าพบนายกฯ เพื่อประชาสัมพันธ์นโยบายของขวัญวันผู้สูงอายุแห่งชาติ ปี 2565 “สาธารณสุขห่วงใย มอบของขวัญผู้สูงวัย ในวันผู้สูงอายุแห่งชาติ ประจำปี 2565” โดยมีการสาธิตการคัดกรองความเสื่อมของร่างกาย 3 ด้าน ได้แก่ ภาวะโภชนาการ การเคลื่อนไหวร่างกาย และสุขภาพช่องปาก พร้อมโปรแกรมชะลอความเสื่อมของร่างกายในผู้สูงอายุ และการมอบผ้าอ้อมผู้ใหญ่และแผ่นรองซับแก่ญาติผู้สูงอายุติดเตียง
นายกฯ กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ซึ่งรัฐบาลมีความห่วงใยสุขภาพของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ของขวัญผู้สูงวัยในวันผู้สูงอายุแห่งชาติ ประจำปี 2565 นี้ จะเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข สุขภาพแข็งแรง ดูแลตนเองได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน โดยขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการดูแลให้ครอบคลุม เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้กลไกการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นตัวอย่างของขวัญชิ้นที่สาม สิทธิประโยชน์สำหรับผู้สูงอายุกลุ่มเปราะบาง ให้กับนางสาวขนิษฐา นัดกระจ่าง ญาติของผู้สูงอายุติดเตียงด้วย