นายกฯ เปิดโรงงานผลิตแบตเตอรี่ที่แรกในไทย พร้อมเร่งดันแผนพลังงานแห่งชาติ ขอ “ภาครัฐ-เอกชน” ไม่หยุดทำสิ่งดีๆ ให้ปท.แม้เผชิญโควิด

การเมือง19 ก.ค. 2564 • 11:48 น.
นายกฯ เปิดโรงงานผลิตแบตเตอรี่ที่แรกในไทย พร้อมเร่งดันแผนพลังงานแห่งชาติ ขอ “ภาครัฐ-เอกชน” ไม่หยุดทำสิ่งดีๆ ให้ปท.แม้เผชิญโควิด
วันที่ 19 ก.ค.64 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาลพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดโรงงานผลิตหน่วยกักเก็บพลังงานต้นแบบ (Battery Pilot Plant) ในรูปแบบเสมือนจริง โดยมีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯและรมว.พลังงาน นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานกรรมการบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) นายทศพร ศิริสัมพันธ์ ประธานคณะกรรมการบริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) และนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ร่วมงาน โดยใช้โปรแกรมซูม (Zoom Meeting) เชื่อมสัญญาณไปยัง นายวรวัฒน์ พิทยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซันเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)นางรสยา เธียรวรรณ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่พัฒนาธุรกิจ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) ที่โรงงานผลิตหน่วยกักเก็บพลังงาน (Energy Storage Unit) นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง โดยนายกฯ กล่าวเปิดพิธีตอนหนึ่งว่า ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของประเทศไทยในการที่จะเริ่มต้นพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านพลังงานที่จะตอบสนองนโยบายของรัฐบาลที่จะมุ่งหน้าเข้าสู่การนำพาประเทศเข้าสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Society) และการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (net zero) ด้วยกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกทางด้านพลังงาน ที่อยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านจากการใช้พลังงานฟอสซิลไปสู่การใช้พลังงานหมุนเวียนมากทั้งพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลมและพลังงานน้ำโดยประเทศส่วนใหญ่ในโลกให้ความสำคัญและตั้งเป้าหมายในการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์ในปี 2050 นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลได้เร่งผลักดันแผนพลังงานแห่งชาติ มุ่งเน้นในการกำหนดเป้าหมายในความเป็นกลางทางคาร์บอนและการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางประเทศอื่นๆทั่วโลกและต้องสอดรับกับยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยที่ปัจจุบันมีการใช้มากยิ่งขึ้นทั้งนี้ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยานยนต์ไฟฟ้าได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะราคาของรถที่ลดลง เข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น และการพัฒนาแบตเตอรี่ทำให้ประสิทธิภาพของยานยนต์ไฟฟ้ามีมากขึ้น รวมถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมให้สอดคล้องรองรับการเติบโตของตลาดยานยนต์ไฟฟ้า ถือเป็นสิ่งสำคัญที่รัฐบาลต้องการสนับสนุนให้เกิดขึ้น นายกฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราได้กำหนดให้อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ เพื่อจูงใจให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการผลักดันเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งการเปิดโรงงานแบตเตอรี่ที่มีความทันสมัยแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเชียงใต้ในวันนี้จึงถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยรักษาจุดยืนความเป็นผู้นำฐานการผลิตยานยนต์ในภูมิภาคและต่อยอด เปลี่ยนผ่านตัวเองเข้าสู่เทคโนโลยีการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าได้เร็วขึ้น เพื่อมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางของการลงทุนยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญของอาเซียน ตนเชื่อมั่นว่าการสนับสนุนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงความร่วมมือกันระหว่างไทยและต่างประเทศ จะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมด้านพลังงานของประเทศ พร้อมทั้งอุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่นๆให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากลได้อย่างเป็นรูปธรรมและทำให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก “ สิ่งที่เราทำกันในวันนี้ เป็นการทำงานเพื่อปัจจุบันและอนาคต รัฐบาล ภาครัฐและภาคเอกชนจะต้องไม่หยุดยั้งในการทำสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ถึงแม้ว่าเราจะเผชิญสถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบัน ประเทศไทยเราต้องเดินหน้าไปในหลายกิจกรรมด้วยกัน เพื่อให้ประเทศมีรายได้เพียงพอ มีรายได้สูง ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นด้วยนวัตกรรม เป็นสิ่งใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย และต้องขอฝากทุกคนที่จะไม่หยุดยั้งในการที่จะคิดอะไรก็ตามที่จะเป็นประโยชน์กับประเทศไทยและคนไทยในวันนี้และในอนาคต” นายกฯ กล่าว