"แรมโบ้" สวน " แกนนำราษฎร -แอมเนสตี้" โกหกโกอินเตอร์ ชักศึกเข้าบ้าน ปลุกปั่นฝ่าฝืนกฎหมาย เตือนครั้งสุดท้าย ปลายทางคือคุก

การเมือง8 ธ.ค. 2564 • 12:22 น.
"แรมโบ้" สวน " แกนนำราษฎร -แอมเนสตี้"  โกหกโกอินเตอร์ ชักศึกเข้าบ้าน ปลุกปั่นฝ่าฝืนกฎหมาย เตือนครั้งสุดท้าย ปลายทางคือคุก
วันที่ 8 ธ.ค.64 นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีกลุ่มม็อบราษฎรแถลงจะเคลื่อนไหวยกเลิก ม.112 ต่อเนื่องและนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข จะฟ้องยูเอ็นว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่เคารพสิทธิมนุษยนชน แต่กลับให้ตนแสดงจุดยืนขับไล่องค์กรแอมเนสตี้ออกจากประเทศ ว่า ตนประกาศขับไล่แอมเนสตี้ประเทศไทย ไม่มีใครมาสั่งให้ตนทำ นายกฯก็ไม่ได้สั่ง แต่เป็นเพราะองค์กรดังกล่าวสนับสนุนกลุ่มคนที่ทำผิดกฎหมายไทยซ้ำซาก ฝ่าฝืนคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญอันถือเป็นที่สุด มีผลผูกพันทุกองค์กร จาบจ้วงสถาบันรุนแรง แสดงตนเป็นปฏิปักษ์กับสถาบันพระมหากษัตริย์ เสนอเลิกมาตรา 112 กดดันระบบยุติธรรมให้ยกเว้นดำเนินคดีกับจำเลยคดี 112 ที่เป็นแกนนำม็อบทำผิดซ้ำซาก ไม่ใยดีกับสิทธิและเสียงของคนไทยอีกหลายสิบล้านคนที่ทนไม่ไหวกับขบวนการจาบจ้วงสถาบันโดยใช้ข่าวปลอมสารพัดเรื่อง แม้กระทั่งกรณีสนามม้านางเลิ้งที่จะกลายเป็นสวนสาธารณะก็เคยถูกศาสดาของคนพวกนี้ใส่ร้ายป้ายสีสร้างความเกลียดชังต่อสถาบันมาอย่างต่อเนื่อง “ไล่ดูแถลงการณ์ ไล่ดูกิจกรรม ไล่ดูหน้าเว็บของแอมเนสตี้ แทบจะไม่ต่างจากเว็บของกลุ่มม็อบจาบจ้วงสถาบัน ถ้าแอมเนสตี้ประเทศไทยดำเนินการถูกต้อง ไม่มีแผล ไม่มีการซิกแซก ฝ่าฝืนกฎหมาย กฎระเบียบ ไม่ได้รับเงินต่างชาติมาทำกิจกรรม ไม่ได้รับใช้เพื่อผลประโยชน์ของใคร ใครก็ทำอะไรไม่ได้ทั้งนั้น ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องเกรง แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เคยชี้แจงรายละเอียดว่ารายรับแต่ละปี เงินทุนที่นำมาดำเนินการมาจากไหน เท่าไหร่ มีแต่ปฏิเสธแบบเรื่อยเปื่อย จึงต้องมีการตรวจสอบให้สาธารณชนได้รับความกระจ่างชัด เพราะคนไทยอีกหลายสิบล้านคนที่เห็นว่าแอมเนสตี้ล้ำเส้นไปมากแล้ว ดำเนินการขัดวัตถุประสงค์ของการจดจัดตั้งตาม ป.แพ่งและพาณิชย์ ม.101 ขัดต่อกฎหมาย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรืออาจเป็นภยันตรายต่อความสงบสุขของประชาชน หรือความมั่นคงของรัฐ ตาม ม.102หรือไม่ รู้ดีอยู่แก่ใจ ส่วนที่จะไปฟ้องยูเอ็นนั้น สงสัยคิดว่ายูเอ็นเป็นบิดาหรืออย่างไร เพราะเรื่องกิจการภายในประเทศ อำนาจอธิปไตยของชาติ ยูเอ็นจะมาก้าวก่ายแทรกแซงก็ไม่ได้ ไปยื่นหนังสือหลอกเด็กไปวันๆ” นายเสกสกลยังเตือนด้วยว่า ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาด ว่าการปราศรัย การเคลื่อนไหว ที่อ้างว่าเรียกร้องปฏิรูปสถาบันนั้น แท้จริงเป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป้นประมุข ให้ยุติการกระทำเสีย ถ้ายังกระทำฝ่าฝืน ก็เตรียมตัวรับผลตามกฎหมายที่จะตามมา อย่าได้เอาเด็ก เยาวชน เอามวลชนมาเป็นโล่ จงใจฝ่าฝืนกฎหมาย ปลายทางคือคุกสถานเดียว