'เจ้าพระยา'เช็กอาการหวั่นไหว! รุมขยี้'รวมไทยสร้างชาติ'
สยามรัฐ ยึดมั่นอุดมการณ์ปกป้องเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ยืนหยัดรับใช้สังคมด้วยจิตสำนึกแห่งความรับผิดชอบ...*...
แล้ว “ลุงตู่” พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ก้าวสู่ถนนการเมืองเต็มตัว ส่วนจะไปได้ไกลเพียงไหน ประชาชนคือผู้ให้คำตอบจากการเลือกตั้งครั้งหน้า...*...
“วันนี้หลายคนสงสัยว่าผมอยากเป็นต่อหรือไม่ ผมไม่ได้อยากเป็นใหญ่ ไม่ได้อยากมีอำนาจ อำนาจมีเยอะแล้วมีมาทั้งชีวิต แต่อำนาจมาพร้อมความรับผิดชอบ การมีอำนาจต้องใช้ให้ถูกต้องเป็นธรรม ตามกระบวนการ ที่มาวันนี้ไม่ได้อยากเป็น ไม่ได้อยากเป็นผู้ยิ่งใหญ่ และไม่อยากรับผลประโยชน์อะไรทั้งสิ้น วันนี้ที่มายืนตรงนี้เพราะเคารพในกระบวนการประชาธิปไตยของประเทศไทย ไม่ได้มาเพราะอยากอยู่ต่อ แต่อยากพูดกับทุกคนว่าประเทศไทยต้องไปต่อ บนพื้นฐาน ความมีศักยภาพ ความมั่นคง เพื่อเดินหน้าสู่การเมืองที่เป็นประชาธิปไตย ตลอดจนการพัฒนาประเทศ วันนี้ถ้ารวมใจ รวมคนไทย รวมไทยสร้างชาติ ทุกอย่างเราแก้ได้แน่” ถ้อยแถลงบางช่วงบางตอนจากพลเอกประยุทธ์หลังสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ...*...
แม้ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเข้าเป็นนายกฯครั้งแรกของพลเอกประยุทธ์มาจากการทำรัฐประหารยึดอำนาจเพื่อคลี่คลายปัญหาความแตกแยกขัดแย้งที่ใกล้บานปลายกลายเป็น “สงครามกลางเมือง” ทว่า ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า การเป็นนายกฯสมัยที่ 2 ของพลเอกประยุทธ์นั้น มาจากการเลือกตั้งในฐานะแคนดิเดตนายกฯของพรรคพลังประชารัฐ ที่สามารถรวบรวมเสียงส.ส.ได้เกินกว่ากึ่งหนึ่งของสภาฯ ตามกฎกติกาที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ...*...
กระนั้น ถึงรัฐบาลพลเอกประยุทธ์มีเสียงสนับสนุนที่เรียกว่า “ปริ่มน้ำ” แต่ก็สามารถทำงานนำพาประเทศฝ่าฟันวิกฤตโควิดที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงไปทั้งโลก ผลักดันให้เศรษฐกิจไทยสามารถกลับมาขับเคลื่อนเดินหน้า เรียกความมั่นใจจากหลายๆ ภาคส่วนอีกครั้ง...*...
นั่นจึงไม่แปลกที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า เสียงปรามาสหยามเหยียดเสียดสีพรรครวมไทยสร้างชาตินั้น จริงๆ แล้วส่วนหนึ่งมาจากความหวั่นไหวต่อพรรครวมไทยสร้างชาติที่มีพลเอกประยุทธ์เป็นตัวชูโรง...*...
ที่มา: เจ้าพระยา (12/01/66)