'หมอวรงค์'ร้อง สตง.สอบเปลี่ยนป้ายสถานีกลางบางซื่อ แนะรมว.คมนาคมระงับโครงการรอผลสอบ  

การเมือง5 ม.ค. 2566 • 08:07 น.
'หมอวรงค์'ร้อง สตง.สอบเปลี่ยนป้ายสถานีกลางบางซื่อ แนะรมว.คมนาคมระงับโครงการรอผลสอบ  

วันที่ 5 ม.ค.66 เวลา 10.30 น. นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี พร้อมคณะผู้บริหารพรรคเข้ายื่นหนังสือต่อสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินให้ตรวจสอบกระบวนการว่าจ้างเอกชนเปลี่ยนป้ายชื่อสถานีกลางบางซื่อ โดยวิธีเฉพาะเจาะจง ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 33 ล้านบาทเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลหรือไม่
 


นพ.วรงค์ กล่าวว่า พรรคไทยภักดีสนับสนุนการเปลี่ยนชื่อจากสถานีกลางบางซื่อไปเป็นสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ แต่สิ่งที่ประชาชนตั้งข้อสังเกตคือ ทำไมถึงราคาแพงเพราะตั้งงบประมาณกลางไว้ 34 ล้านบาท แต่มีการชี้เฉพาะเจาะจงที่ราคา 33  ล้านบาท ขณะเดียวกันการจัดจ้างก็ใช้โดยวิธีเฉพาะเจาะจง โดยอ้างว่าเป็นเรื่องความเร่งด่วน ซึ่งหากลองไปดูสถานที่จริงจะพบว่าไม่ได้มีอะไรซับซ้อน แน่จริงเปิดประมูลใหม่ เชื่อว่าจะได้ราคาถูกกว่านี้ “ผมเชื่อตอนนี้การเมืองกำลังหารายได้ เพราะกำลังจะมีการเลือกตั้ง การกระทำอะไรหลายๆอย่างของรัฐวิสาหกิจ เชื่อว่ามีฝ่ายการเมืองสั่งการ เพียงแต่ไม่มีเป็นลายลักษณ์อักษร  ขอเรียกร้องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสั่งระงับ ให้ สตง.ตรวจสอบก่อนว่า เป็นจริงตามข้อกล่าวหาหรือไม่ 


 
โดย นพ.วรงค์ กล่าวว่า พรรคไทยภักดีติดตามการทำงานของการรถไฟฯ และฝ่ายการเมืองผู้เกี่ยวข้องมาต่อเนื่อง เพราะที่ผ่านมาการรถไฟฯ ได้สร้างข้อกังขาให้กับประชาชนในหลายประเด็น โดยเฉพาะการประมูลรถไฟรางคู่สายเหนือ-อิสาน วงเงิน 128,000 ล้านบาท โดยมีการซอยย่อยเป็น 5 สัญญา ปรากฏว่ามีบริษัทใหญ่ 5 บริษัทเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้การประมูลครั้งนั้นที่พรรคไทยภักดีร้องเรียนไปยังนายกรัฐมนตรีพบว่า งบประมาณ 128,000 ล้านบาท ประหยัดไปเพียงร้อยกว่าล้าน และเรื่องนี้ตอนหลังก็เงียบไป นี่เป็นสิ่งที่เป็นข้อกังขาที่พรรคไทยภักดีและประชาชนตั้งข้อสงสัยว่ามีการเอื้อประโยชน์หรือนำไปสู่การทุจริตหรือไม่