"จิตภัสร์”ร่วมเสวนารัฐสภาอาเซียน ปม“ความเท่าเทียมทางเพศ” ยันไทยพร้อมรับสังคมสูงวัย

การเมือง13 ม.ค. 2563 • 07:40 น.
"จิตภัสร์”ร่วมเสวนารัฐสภาอาเซียน ปม“ความเท่าเทียมทางเพศ” ยันไทยพร้อมรับสังคมสูงวัย
"จิตภัสร์”ร่วมเสวนารัฐสภาอาเซียน ปม“ความเท่าเทียมทางเพศ” ยันไทยพร้อมรับสังคมสูงวัย พ่วงความหลากหลายทางเพศ โวจ่อออกกม.หุ้นส่วนทางแพ่ง หวังป้องสิทธิของกลุ่มความหลากหลายทางเพศ ( LGBTI )แน่ เมื่อวันที่ 13 ม.ค.63 ที่โรงแรมแลงคาสเตอร์ กรุงเทพฯ น.ส. จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนสมาชิกรัฐสภาหญิงของไทยเข้าร่วมเสวนาทางวิชาการเรื่อง ความเท่าเทียมกันทางเพศ ที่จัดโดยสมัชชารัฐสภาอาเซียน (ASEAN Inter-Parliamentary Assembly : AIPA) ซึ่งเป็นการประชุมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับความเข้าใจ และตระหนักในเรื่องเพศสภาพ (Gender Senstivity Training Workshop) โดยช่วงเช้าเป็นการแนะนำสมาชิกรัฐสภาของแต่ละประเทศในชาติอาเซียน พร้อมคณะที่มาร่วมงาน และบทบาทหน้าที่ของแต่ละท่าน ซึ่งมีสมาชิกชาติอาเซียนส่งตัวแทนเข้าร่วม รวม 7 ประเทศ คือ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สหพันธรัฐมาเลเซีย ประเทศกัมพูชาและประเทศไทย ทั้งนี้งานเสวนาดังกล่าวมุ่งหวังที่จะช่วยส่งเสริมสร้างความเท่าเทียมระหว่างเพศ โดยน.ส. จิตภัสร์ กล่าวเสวนาตอนหนึ่งว่า ประเด็นปัญหาที่กระทบต่อความเท่าเทียมกันทางเพศและการส่งเสริมขีดความสามารถของสตรี ยังมีอุปสรรคปัญหาบ้าง แม้ว่าการส่งเสริมให้ผู้หญิงมีส่วนร่วมในแผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจะเป็นสิ่งสำคัญสำหรับสังคมไทย แต่ผู้หญิงก็ยังคงได้รับการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียม และได้รับประโยชน์ที่ไม่เท่าเทียมด้วยเหตุที่สังคมยังตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องเพศสภาพไม่เพียงพอ บทบาทของผู้หญิงมักถูกกำหนดโดยค่านิยมทางสังคม ดังนั้นผู้หญิงไทยซึ่งมีจำนวนครึ่งหนึ่งของประชากรในประเทศ จึงถูกมองข้ามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้. ส่วนความท้าทายที่สําคัญ คือ เรื่องค่าตอบแทน โอกาสและความก้าวหน้าในหน้าที่การงานที่ไม่เท่าเทียมกัน โดยเฉพาะภาระ การดูแลครอบครัว ขณะที่ทางสหประชาชาติ(UN)สำรวจ พบว่า ประเทศไทยเป็นสังคมผู้สูงวัย ที่วัดค่าเฉลี่ยจาก หนึ่งในสิบของประชากรของประเทศมีอายุสูงกว่า 60 ปี และกำลังจะเปลี่ยนก้าวเป็น สังคมผู้สูงอายุ ที่วัดค่าโดยหนึ่งในห้าของประชากรมีอายุสูงกว่า 60 ปี ภายในปี 2568 ทั้งนี้ จำนวนคนไทยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปจะเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 14ในปี 2559 เป็นร้อยละ 17.5 ในปี 2563 และเปลี่ยนเป็นร้อยละ 21.2ในปี 2568 และร้อยละ 25.5ในปี 2573 ​น.ส.จิตภัสร์ กล่าวต่อว่า สำหรับการดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ในปัจจุบันประเทศไทยมีพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)หลายฉบับ ซึ่งครอบคลุมประเด็นต่างๆที่เกี่ยวกับความเสมอภาคทางเพศ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีข้อกังวลเกี่ยวกับการออกกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพและการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าด้วยกัน อาทิ พ.ร.บ.ความเท่าเทียมกันทางเพศ ปี 58 เป็นกฎหมายที่มีความสำคัญในการแก้ไขปัญหาการเลือกปฏิบัติทางเพศ ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นเพศชายหรือเพศหญิง หรือมีเพศสภาพที่แตกต่างจากเพศที่กำเนิด พ.ร.บ.ฉบับนี้กำหนดกลไกระดับชาติไว้ 3 ข้อ เพื่อปรับปรุงนโยบายที่เกี่ยวข้อง การดูแลเรื่องร้องเรียน และการเยียวยาสำหรับผู้ถูกเลือกปฏิบัติ ส่วนแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2562-2566) เป็นแผนที่ส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียมกันทางเพศ เป็นพื้นฐานในการบรรลุตามแผนการพัฒนาที่ยั่งยืนก็ใช้รองรับเพื่อแก้ไขปัฯหานี้ระดับหนึ่ง เมื่อรวมถึงการส่งเสริมศักยภาพสตรี ที่ปัจจุบันประเทศไทยกำลังยกร่าง พ.ร.บ.หุ้นส่วนทางแพ่ง เพื่อประกันสิทธิทางกฎหมายของกลุ่มความหลากหลายทางเพศ ( LGBTI ) ที่จะให้สิทธิบุคคลที่ประสงค์จะเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนทางแพ่งซึ่งครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ เช่น ความสัมพันธ์ทางกฎหมายสิทธิในทรัพย์สินและการสืบทอด (LGBTI: lesbian (หญิงรักหญิง) gay (ชายรักชาย) bisexual (คนรักสองเพศ) transgender/transsexual (คนข้ามเพศ) และ intersex (เพศที่กำกวม) เมื่อผนวกกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ในสังกัดกระทรวงยุติธรรมที่จัดกิจกรรมฝึกอบรมในระดับจังหวัด โดยเฉพาะการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังข้ามเพศ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ประเทศไทยกำลังวางแผนในอนาคตอันใกล้ เพื่อรองรับสังคมที่หลากหลายทางเพศเพื่อความเท่าเทียมกัน คือการแสวงหาโอกาสความร่วมมือระหว่างหน่วยงานระดับชาติ และระหว่างประเทศเพื่อแก้ไขปัญหาอคติและความรุนแรงต่อกลุ่ม LGBTI