ชี้รัฐบาลอ่อนหัด...พ่ายยับสงครามข่าวสาร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภัทร เหมสุข นักวิชาการอิสระ ได้โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว Pat Hemasuk เกี่ยวกับเรื่องสงครามข่าวสารของรัฐบาลประยุทธ์ 1 ระบุข้อความว่า...
สงครามข่าวสารนั้นไม่ใช่ใครก็ทำได้ ผมบอกได้เลยว่าตลอดห้าปีของรัฐบาลตู่1 นั้นสอบตกเรื่องสงครามข่าวสารมาตลอด เพราะปล่อยให้นักข่าวเป็นคนตั้งคำถามรัฐบาลรายวันมาตลอด ถ้าคำถามไม่ถูกใจทั้งลุงตู่และลุงป้อมก็จะทำท่าทีหน้าตาไม่พอใจที่เข้าทางนักข่าวให้ยั่วรายวันให้เกิดข่าวในแนวนี้มาตลอด 5 ปี เพราะพื้นที่ข่าวนั้นผู้ถามนำในข่าวแบบพับสนามเล่นอยู่ฝ่ายเดียวคือนักข่าว แต่ไม่ใช่ข่าวที่ทางรัฐบาลต้องการสื่อให้ประชาชนได้ทราบ ดูเหมือนว่ารัฐบาลจะไม่รู้จักการใช้วิธีแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน (Press Statement) ที่เป็นการชี้นำคำตอบของรัฐบาลไปยังนักข่าวที่เป็นเรื่องปกติของทำเนียบขาวหรือรัฐบาลอื่นๆ ทั่วโลกที่จะมีการแถลงข่าวของรัฐบาลทุกวัน ใครสงสัยอะไรก็ถามกันเป็นเรื่องเป็นราวในห้องแถลงข่าวโดยโฆษกรัฐบาล โฆษกกระทรวง หรือแม้กระทั่งตัวรัฐมนตรีหรือตัวนายกรัฐมนตรีมาเป็นคนตอบคำถามเองสดๆ โดยที่ไม่ต้องให้นักข่าวไปดักหน้าดักหลังผู้นำรัฐบาลแบบที่เห็นในข่าวของบ้านเรา และทั้งนายกและบรรดารัฐมนตรีต้องตอบคำถามระหว่างที่เดินขึ้นรถบ้างหรือเดินไปประชุมที่อื่นบ้าง นั้นคงไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องสักเท่าไรในการเตรียมตัว "ตอบคำถามอย่างฉลาด" ในแถลงข่าวต่างๆ ของรัฐบาลที่ต้องการสื่อไปยังประชาชน และที่สำคัญคือเรื่องนั้นๆ คือเรื่องที่รัฐบาลหรือผู้บริหารของกระทรวงต่างๆ ควรจะต้องตอบคำถามนั้นตามที่นักข่าวชี้นำหรือไม่ ผมยังคิดเลยว่าข่าวดาราเตียงหักหลายข่าวที่มีทั้งปีนั้น เหล่าดาราและเซเล็ปในวงการบันเทิงยังรู้จักใช้วิธีการนัดแถลงสื่ออย่างเป็นเรื่องเป็นราวมากกว่าผู้นำรัฐบาลเสียอีก เคยสงสัยกันไหมครับว่าเวลานี้ทำไมนักข่าวทั้งโลกจะอ่านทวีตเตอร์ของ ปธน.ทรัมป์กันเป็นอาหารเช้าก่อนเข้าสำนักข่าว เพราะเวลานี้การสื่อสารของรัฐบาลและผู้นำประเทศต่างๆ นั้นเปลี่ยนรูปแบบไปไกลมากแล้ว รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐก็แถลงว่าวันนี้จะทำอะไร จะพบกับใคร จะคุยเรื่องอะไร ก็จะบอกบนทวีตเตอร์ให้นักข่าวและคนที่ติดตามข่าวได้รู้กันสดๆ ปธน.ทรัมป์ ก็สื่อบนทวีตเตอร์ว่าจะคุยอะไรกับคนโน้นคนนี้ก่อนเวลาพบไม่กี่ชั่วโมง แม้แต่การคุยกันกับตี๋คิมครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนที่แล้วก็นัดคุยกันบนทวีตเตอร์ที่นักข่าวก็ต้องอ่านกันบนนั้นสดๆ พร้อมกับคนอีกหลายร้อยล้านคนที่ตามอ่านทวีตเตอร์ของทรัมป์ นั่นคือนักข่าวไม่ได้เป็นคนนำเสนอข่าวตามใจชอบอีกต่อไปแล้ว แต่ผู้นำเสนอข่าวคือรัฐบาลและผู้นำภาคส่วนต่างๆ ของรัฐบาล ส่วนคำถามจะมีต่อด้วยอะไรนั้นเป็นหน้าที่ของนักข่าวจะต้องฉลาดคิดคำถามกันสดๆ ในตอนนั้น ซึ่งแน่นอนว่าบรรดารัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีจะเตรียมคำตอบมาแล้วในทุกมิติของคำถามล่วงหน้า แต่นักข่าวจะฉลาดพอที่จะถามสดๆ หลังจากที่ได้ฟังแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในวันนั้นหรือไม่เท่านั้น นั่นคือการพับสนามเล่นในสงครามข่าว แทนที่จะให้นักข่าวเป็นคนพับสนามเล่นนำเสนอเสียเองแบบทุกวันนี้ พัฒนาตัวเองในสงครามข่าวสารเถอะครับ ผมเชื่อว่ารัฐบาลนี้ไม่โง่และมีคนเก่งในมือมากมาย เพียงแต่จะใช้สิ่งที่ตัวเองมีอยู่หรือไม่ หรือจะยังเน่ากับสงครามการนำเสนอข่าวสารที่ปล่อยให้นักข่าวดักหน้าดักหลังตั้งคำถามที่เจ้าตัวไม่ได้คิดคำตอบที่ "ฉลาดพอ" ไว้ล่วงหน้าแบบทุกวันนี้เครดิตภาพ ABC NEWS ห้องแถลงข่าวในทำเนียบขาวที่บางวัน ปธน.ทรัมป์ออกมาแถลงข่าวเองโดยไม่ใช่โฆษก