อดีตรองโฆษกปชป.จับมือชาวหลังสวน ต้านสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล ชี้กระทบสวล. ส่อขัดกฎหมายชัด

การเมือง23 ก.ค. 2563 • 12:14 น.
อดีตรองโฆษกปชป.จับมือชาวหลังสวน ต้านสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล ชี้กระทบสวล. ส่อขัดกฎหมายชัด
อดีตรองโฆษกปชป.จับมือชาวหลังสวน ต้านสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล ซัดมุบมิบทำประชาพิจารณ์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเพียบ งงใกล้ รพ.- ชุมชน ได้ใบอนุญาตได้ยังไง ชี้ขัดกฎหมายชัด เมื่อวันที่ 23 ก.ค.นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ Facebook Chao Meekhuad เรื่อง โรงไฟฟ้าชีวมวล กับความทุกข์ของชาวหลังสวน มีเนื้อหาระบุว่า ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวหลังสวนจังหวัดชุมพร ที่กำลังทุกข์หนักกับการเตรียมเดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานชุมชน Bio Green Power Plant เชื้อเพลิง ชีวมวล ขนาดกำลังการผลิต 9.9 เมกะวัตต์ โดยจะก่อสร้างในพื้นที่หมู่ที่ 7 ตำบลวังตะกอ อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร เนื้อที่ประมาณ 48 ไร่ ปัญหาที่เป็นข้อกังวลของชาวบ้านมีสามประเด็นหลักคือ 1. การทำประชาพิจารณ์ไม่ชอบ แบบมุบมิบสมรู้กันเพียงไม่กี่คน ไม่แจ้งให้ราษฎรผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคนทราบตามระเบียบของกฎหมาย 2. ผลกระทบกับชุมชนซึ่งเป็นแหล่งที่พักอาศัยในเขตเทศบาล มีบ้านเรือนราษฎร์แน่นหนาไม่ต่ำกว่า 2,000 หลังคาเรือน อีกทั้งอยู่ใกล้โรงพยาบาล วัด และโรงเรียน 3. ผลกระทบมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม แม่น้ำลำคลอง โดยเฉพาะแม่น้ำหลังสวนซึ่งถือเป็นสายน้ำสายเลือดของคนหลังสวน อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ระบุต่อไปว่า โครงการนี้มีการทำประชาพิจารณ์ไปเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่เชิญชาวบ้านไปแค่ประมาณ 20 คน โดยประชาชนที่อาศัยและมีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่หมู่ 7 หมู่ 2 และหมู่ 6 ตำบลวังตะกอ รวมถึงบริเวณใกล้เคียงพื้นที่ก่อสร้างโครงการส่วนใหญ่ไม่ทราบและไม่ได้เข้าร่วมรับฟังการประชาสัมพันธ์ถึงโครงการก่อสร้างดังกล่าว ซึ่งต่อมาเมื่อชาวบ้านทราบข่าวจึงมีการประชุมระดมความเห็นชาวบ้านผู้นำชุมชน มีมติเป็นเอกฉันท์คัดค้านไม่ให้มีการก่อสร้างโครงการนี้ และไม่ให้ใช้ผลประชาพิจารณ์ในวันที่ 3 กรกฎาคม เนื่องจากเป็นการรับฟังความเห็นประชาชนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย “ผมแปลกใจว่าทำไมมีการอนุญาตให้ก่อสร้างที่นี่ เพราะแม้แต่ข้อมูลของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ที่เผยแพร่บนเวปไซต์ เกี่ยวกับการเลือกสถานที่ตั้งโรงไฟฟ้ายังระบุว่า ต้องหลีกเลี่ยงสถานที่สำคัญหรือมีความอ่อนไหวต่อความรู้สึกของชุมชน เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน วัด โบราณสถาน ฯลฯ รวมถึงหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีชุมชนอาศัยอยู่หนาแน่น แต่โครงการนี้กลับกำลังจะสร้างในเขตเทศบาล ใกล้ทั้งโรงพยาบาลและโรงเรียน แทนที่จะไปหาที่อื่นที่มีความเหมาะสมไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน ซึ่งไม่ใช่ที่นี่” นายเชาว์ กล่าว