“ พันแสง” ปลุก “โหวตเตอร์” เฟ้น “คนคุณภาพ” เข้าสภาฯ จับตา “กติกาใหม่” ใครได้ใครเสีย ?

การเมือง2 ม.ค. 2566 • 15:08 น.
“ พันแสง” ปลุก “โหวตเตอร์” เฟ้น “คนคุณภาพ” เข้าสภาฯ จับตา “กติกาใหม่” ใครได้ใครเสีย ?

หนังสือพิมพ์สยามรัฐ ยืนหยัดฟันฝ่า ทุกอุปสรรค ทุ่มเท ทำงานเพื่อรับใช้สังคม นำเสนอความจริง ผลงานก้าวสู่ปีที่ 73 เป็นเครื่องพิสูจน์ ...*...

 ในวารดิถีขึ้นปีใหม่ 2566 ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จงดลบันดาลให้ท่านพร้อมครอบครัว ประสบแต่ความสุข ความเจริญ ขอให้เป็นปีกระต่ายทอง ของทุกๆท่าน ...*...

การเมืองไทย ตั้งเค้าเข้มข้นมาตั้งแต่ปีที่แล้ว 2565 และจะเข้าสู่โหมดของความดุเดือด เปิดหน้าเล่น เปิดหน้าชนกันมากขึ้นนับจากนี้ไปจนถึงวันใกล้เลือกตั้ง ทั้งฟาก “ฝ่ายค้าน” หรือ “ฝ่ายรัฐบาล” ด้วยกันเอง โดยเฉพาะ “พรรคร่วมรัฐบาล” ที่ทำงานร่วมกันใน “ครม.” ย่อมเลยเวลาที่จะ “รอมชอม” กันอีกต่อไป ด้วยเหตุนี้จึงไม่ต้องแปลกใจ หากจะเห็นว่าปัญหา “การงัดข้อ” ระหว่าง “แกนนำ” ในรัฐบาล จะผุดขึ้นเป็นระยะๆ ใน ครม. ...*...

เมื่อปีนี้ 2566 คือปีแห่งการเข้าสู่ปีแห่งการเลือกตั้ง เพราะไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จะตัดสินใจ “ยุบสภาฯ” หรือ “อยู่ครบเทอม” แต่ที่สุดแล้วการเลือกตั้งจะต้องเกิดขึ้น ดังนั้น นับจากนี้ไป ในห้วงเวลาที่ยังเหลือย่อมเป็นได้ทั้ง “โอกาส” และ “วิกฤติ” สำหรับทุกฝ่าย ทั้ง “นักการเมือง” รวมถึง “ประชาชน” ที่จะกลายเป็น “โหวตเตอร์” เมื่อวันหย่อนบัตรมาถึง ...*...

 สำหรับ “นักการเมือง” แล้วคงไม่ต้องเป็นห่วง เพราะการช่วงชิงความได้เปรียบเสียเปรียบ ย่อมมีขึ้นทุกทาง ทุกโอกาส แต่ “ประชาชน” แล้วในห้วงเวลาที่ยังเหลือไปจนถึงวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 3-4 เดือนจากนี้ คือการติดตาม พิจารณาก่อนตัดสินใจว่าจะเลือก “ใคร” ให้เข้ามาทำงาน จะศึกษาจาก “ผลงาน” หรือ “พฤติกรรม” ที่ผ่านมา ก็สุดแท้แต่ ...*...

ที่แน่ๆขอให้เลือก “คนคุณภาพ” เข้าสภาฯ คนที่พร้อมจะทุ่มเททำงานเพื่อประชาชน มีเป้าหมายผลักดันให้สังคมดีขึ้น ให้เกิดความเท่าเทียม การเลือกตั้งครั้งหน้าคงไม่ได้เห็น “นักการเมืองหิวแสง” หลุดรอดเข้ามา เป็นแค่ “สีสันสภาฯ” กันอีก เพราะทุกบาท ทุกสตางค์ คือภาษีจากประชาชน ...*...

การจับขั้ว ควบรวมพรรคการเมือง จะเกิดชึ้นจากนี้ไปอย่างต่อเนื่องด้วยเหตุที่มาจาก กติกาเลือกตั้งเปลี่ยน มาใช้ “บัตร 2 ใบ” และสูตร “หาร 100” และด้วยกติกานี้จะส่งผลให้ แต่ละพรรคการเมืองมีความได้เปรียบ เสียเปรียบ แตกต่างกันไป ...*...

หลายคนอาจมองว่า “พรรคเพื่อไทย” น่าจะได้เปรียบ มากกว่าใครเพื่อน ทว่าแท้จริงแล้ว ต้องรอดูว่า “พรรคเพื่อไทย” จะชูนโยบายเรื่องใดมาสู้กับ “รัฐบาลลุงตู่” จะ “ปัง” หรือ “พัง” จะ “ซื้อใจ” บรรดาโหวตเตอร์ได้หรือไม่ ย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะก่อนหน้านี้ “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ขายไอเดีย “ค่าแรง 600 บาท” ยังโดนถล่มยับ ทั้ง “ฝ่ายการเมือง” ไปจนถึง “ภาคเอกชน” ว่าจะเอาเงินมาจากไหน จนต้องถอยกันแทบไม่ขบวนมาแล้ว ! ...*...