"ผู้กำกับหนุ่ย - ทนายอาร์ม" ลั่น "พรรคกล้า" พร้อมสู้เลือกตั้งซ่อมชุมพร -สงขลา ชูสร้างการเมืองคุณภาพ
"ผู้กำกับหนุ่ย - ทนายอาร์ม" ลั่น "พรรคกล้า" เลือกตั้งซ่อมชุมพร -สงขลา ชูความสร้างสรรค์ ไม่แบ่งแยก เปลี่ยนการเมืองเก่า สู่การเมืองคุณภาพ
วันที่ 13 ม.ค.65 พ.ต.อ.ทศพล โชติคุตร์ หรือ "ผู้กำกับหนุ่ย" ผู้สมัครส.ส.เขต 1 จ.ชุมพร จากพรรคกล้า กล่าวว่า ตนเคยเป็นนายตำรวจติดตาม นายกรณ์ จาติกวณิช สมัยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เห็นถึงความเป็นคนเก่ง คนดี มีฝีมือ ที่โชว์ต่างประเทศได้อย่างไม่อายใคร ซึ่งตนเคยให้สัญญากับคุณกรณ์ ไว้ว่า เมื่อไหร่ที่ท่านออกมาตั้งพรรคใหม่ ตนจะลาออกมาช่วย ซึ่งวันนี้ตนได้ทำตามคำมั่นที่ให้ไว้แล้ว
พ.ต.อ.ทศพล กล่าวต่อว่า ตนเกิดและเติบโตที่จังหวัดชุมพร ลูกแม่ค้าในตลาด เด็กวัดบ้านนา เด็กวัดเขาถล่ม ศิษย์ศรียาภัย เรียนปริญญาตรีมหาวิทยาลัยรามคำแหง สอบเข้ารับราชการตำรวจ ไต่เต้าตั้งแต่ชั้นประทวนจนถึงสัญญาบัตร ประวัติขาวสะอาด ไม่มีด่างพร้อยให้มัวหมองถึงครอบครัว เป็นคนติดพื้นที่ คลุกคลีกับชาวบ้าน พูดได้ว่าไม่มีพื้นที่ไหนที่ไม่รู้จัก ไม่มีซอกซอยไหนที่ไม่เคยเดิน ที่ตรงไหนดินปลูกอะไรถึงงาม ทะเลมุมไหนถ่ายรูปแล้วสวยเขารู้หมด
ผู้กำกับหนุ่ย กล่าวว่าการเลือกคั้งครั้งนี้ จะสามารถปักธงชัย ให้กับ พรรคกล้า อย่างแน่นอน เพราะกว่า 1 ปี ที่ผ่านมา แม้จะยังไม่มีปี่กลองเลือกตั้ง เขาก็ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการฉีดพ่นฆ่าเชื้อโควิด แจกแมสก์ ร่วมสร้างโรงพยาบาลสนาม แจกอาหารการกินช่วงน้ำท่วม เรียกได้ว่าพื้นที่ไหนมีปัญหาจะต้องเห็นหน้าผู้กำกับหนุ่ยเสมอ
"ชุมพรคือบ้านของผม ผมรักบ้านหลังนี้ วันนี้บ้านหลังนี้เศรษฐกิจยังไม่เติบโต อย่างที่ควรจะเป็น กีปีกีปีผ่านไป ชุมพรเป็นได้แค่จังหวัดทางผ่าน ทั้ง ๆ ที่เรามีของดีมากมาย ผลไม้อร่อยไม่แพ้ที่ไหนในโลก ความสมบูรณ์ของแหล่งท่องเที่ยวและการประมง แต่ทำไม ชาวสวน ชาวไร่ คนทำธุรกิจตัวเล็ก ๆ ถึงลืมตา อ้าปากไม่ได้สักที การเมืองแบบเดิม ๆ สืบทอดอำนาจ ควรจะหมดไปได้แล้ว ต้องใช้มืออาชีพเข้ามาบริหาร
ผมมั่นใจในทีมเศรษฐกิจของพรรคกล้า ถ้าผมได้รับเลือกตั้งเข้ามา เหล่าคนเก่งในพรรคกล้าจะเข้ามาช่วยพลิกชีวิตของพ่อแม่พี่น้องชาวชุมพรให้ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน พวกเขาจะมีเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้น คนรุ่นใหม่จะมีโอกาสที่ดีในบ้านเกิด ไม่ต้องไปทำงานที่จังหวัดอื่น ทุกคนได้ใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี ไม่น้อยหน้าใครในประเทศ
นอกจากนี้ผมยังมีความหวังจะได้เห็นการเมืองที่ขาวสะอาด และได้นักการเมืองที่มีความตั้งใจทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง การเมืองไม่ควรเป็นเรื่องของการสืบทอด ไม่ใช่มรดกที่จะมอบให้ใคร แต่การเมืองที่ดีคือต้องได้มืออาชีพ คนทำงานตัวจริงเข้ามา เพราะมันถึงเวลาแล้ว ที่ชุมพรต้องกล้าเปลี่ยน” ผู้กำกับหนุ่ย กล่าว
นายพงศธร สุวรรณรักษา หรือ "ทนายอาร์ม" ผู้สมัคร ผู้สมัครส.ส.เขต 6 จ.สงขลา กล่าวว่า การหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ ตนใช้ยุทธศาสตร์หนึ่งสมองสองมือถือไมค์ ทำทีละหนึ่งเดินทีละบ้านคุยทีละคน นำเสนอตัว หยุดการเมืองแสวงหาอำนาจ ต่อท่อธุรกิจ กินรวบจังหวัด โดยเสนอตัวท้าทายระบบเก่าๆ ปรับเปลี่ยนการทำงานแนวใหม่ เป็นนักการเมืองของประชาชนโดยแท้ จากประชาชนเพื่อประชาชน
นายพงศธร กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนอยากได้ผู้แทนที่เป็นคนในพื้นที่ และต้องเป็นคนที่เข้าถึงง่ายแก้ไขปัญหารวดเร็ว และสิ่งนี้คือสิ่งที่ตั้งใจทำมาตลอด และตั้งแต่ที่ประกาศตัวลงระยะเวลากว่าหนึ่งปี ตนได้ช่วยเหลือแก้ไขปัญหา ทั้งแรงงาน ทั้งล่วงละเมิดเด็ก ปัญหาผู้มีอิทธิพลต่าง ๆ โดยที่ยังไม่มีตำแหน่ง และแม้ว่าตนจะไม่ใช่ลูกหลานนักการเมืองใหญ่ ไม่มีธุรกิจใหญ่โตหนุนหลัง แต่เชื่อว่าความรู้ความสามารถและความเสียสละที่พร้อมทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ของตนมาโดยตลอดจะได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนให้เข้าไปทำงานเป็นผู้แทนของพวกเขาเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในพื้นที่
“ผมพร้อมสู้กับความไม่ยุติธรรม คนที่หากินบนความเดือดร้อนของประชาชน การเป็นผู้แทนต้องไม่ใช่แค่คะแนนนับในสภา ผู้แทนต้องสร้างการเปลี่ยนแปลง ผมเชื่อว่าคนสงขลา วันนี้ถึงจุดที่เขาอยากเห็นความเปลี่ยนแปลง ที่ผ่านมาเขาเบื่อกับการเลือกตั้งที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง รวมถึงการสืบทอดอำนาจ ดังนั้นนักการเมืองที่มาเพื่อลงมือทำ จะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับพวกเขาได้ และผมจะไม่แบ่งแยกคนรุ่นเก่าหรือรุ่นใหม่ แต่ผมจะทำเพื่อทุกคน 16 มกราคม โอกาสเป็นของชาว จ.สงขลา เลือกเบอร์ 4 พรรคกล้า เพื่อเปลี่ยนสงขลาไปด้วยกัน”
นายพงศธร กล่าวว่า แม้จะเป็นการเลือกตั้งสมัยแรก แต่จากการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พบว่ากระแสตอบรับดีมาก ทั้งจากการชื่นชอบหัวหน้าพรรคและทีมงานเศรษฐกิจ และแม้ตนจะเป็นทนายความ แต่ก็จะช่วยผลักดันสิ่งที่พรรคประกาศไว้ว่า จะสร้าง จ.สงขลา ให้เป็นเมืองเศรษฐกิจแบบไร้รอยต่อ ผลักดันสหกรณ์การยาง เพื่อราคายางจะไม่ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ตลอดจนการขยายศักยภาพอุตสาหกรรมแปรรูปไม้ยาง น้ำยาง การประมง การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ที่เข้มข้น รวมถึงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการบริการต่าง ๆ ถ้าเรามองเห็นโอกาสเหล่านี้ และพัฒนาให้ถูกจุด จ.สงขลาจะเป็นกำลังสำคัญและคืนชีพเศรษฐกิจภาคใต้ตอนล่างได้