ชวนสอบญัตติซักฟอกรบ.
"ชวน" สั่งจนท.ตรวจสอบญัตติซักฟอกถูกต้องหรือไม่ ชี้เป็นสิทธิผู้ยื่นเพิ่ม-ลดชื่อได้ ระบุยังไม่เคาะวันอภิปรายฯ "วิษณุ" แย้มวันซักฟอกนับแต่ 18 ก.ค. เป็นต้นไป บิ๊กตู่ บอกยังไม่ถึงเวลาแจง ด้าน"อัครเดช" ตามตื้อฝ่ายค้านทบทวนญัตติฯ แนะใส่ชื่อ "สุพัฒนพงษ์" แทน "สุชาติ" อาจมีเซอร์ไพรส์น็อกกลางสภา "สุชาติ" สวน "ก้าวไกล" อย่าจุ้น ระวังจะหนาว ขณะที่ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่" บุกทำเนียบฯ ร้องขอเก้าอี้รมต.
ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.65 นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี และผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และรมว.แรงงาน ขอให้ตรวจสอบญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจมีการเพิ่มเติมผู้ถูกอภิปราย ถือว่าเป็นญัตติเถื่อน ว่า หลังจากรับญัตติของพรรคร่วมฝ่ายค้านเมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้ส่งไปให้ฝ่ายประจำช่วยตรวจสอบ รวมทั้งของนายสุชาติด้วยว่ามีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ปกติแล้วเป็นสิทธิของผู้ยื่น เขาจะเพิ่มผู้ใดหรือตัดผู้ใดก็ได้ แต่สิ่งที่นายสุชาติร้องว่าเวลาเสนอให้มีสมาชิกรับรอง 10 คน แต่เราไม่รู้ข้อเท็จจริง ซึ่งปกติแล้วเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารที่ส่งมา ถ้าข้องใจอะไร ก็จะสอบถามกลับไปถึงเจ้าของญัตติและผู้นำฝ่ายค้าน ที่ผ่านมาเรื่องในทำนองนี้ยังไม่เคยได้ยิน
เมื่อถามว่า จะมีการเรียกวิปทั้ง 3 ฝ่าย เพื่อหารือวันอภิปรายในช่วงใด นายชวน กล่าวว่า ยัง เพราะต้องรอให้มีการวินิจฉัยก่อนว่าญัตติที่ยื่นมานั้นถูกต้องหรือไม่ ภายใน 7 วัน ซึ่งจะครบในสัปดาห์นี้ จะมีความชัดเจน ถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็สั่งบรรจุในระเบียบวาระว่าจะเป็นช่วงใด แต่ยังไม่ได้กำหนดวันอภิปราย แต่เบื้องต้นกำหนดตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค.เป็นต้นไป แต่ยังไม่แน่นอน เพราะต้องดูความพร้อมของรัฐบาลด้วยว่า จะมีความพร้อมเมื่อใด รวมทั้งฝ่ายค้านด้วย
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีนายสุชาติออกมาระบุว่าการยื่นญัตติอภิปรายของพรรคร่วมฝ่ายค้านเป็นญัตติเถื่อน ว่า หลักการคนที่จะลงลายมือชื่อต้องเห็นข้อความในญัตติ และมีบรรทัดฐานตั้งแต่ปี 2557 ในญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มีการอ้างว่ายื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ ทั้งนี้ตนไม่ทราบรายละเอียดการยื่นญัตติในครั้งนี้ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน อยู่ที่นายสุชาติจะได้ข้อมูลมาอย่างไร ส่วนคำว่าเห็นข้อความในญัตตินั้นคือเห็นข้อความในญัตติ และเห็นพ้องต้องกันยินยอมที่จะลงนามลงไปในนั้นได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีส.ส.ฝ่ายค้านออกมาเปิดเผยว่าถูกแอบอ้างจะทำให้ญัตติดังกล่าวไม่ชอบใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า มีโอกาสเป็นเช่นนั้นได้ เพราะหากปรากฏว่าเมื่อหักชื่อออกไปจำนวนไม่เพียงพอต่อการยื่นญัตติ ก็ต้องเข้าชื่อกันใหม่ ในขณะเดียวกันสุดท้ายไม่มีส.ส.แสดงตัว ก็แปลว่า ไม่มีหลักฐาน
เมื่อถามว่า รัฐบาลพอจะกำหนดวันอภิปรายได้แล้วหรือยัง นายวิษณุ กล่าวว่า ยังไม่ได้ เพราะสภายังไม่ส่งญัตติมา ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นเขาจึงยังไม่ส่งมา ก็คงต้องรอให้สภาส่งมา ในส่วนของรัฐบาลยังไม่ได้กำหนดไทม์ไลน์อะไรไว้ไม่มีปัญหาอะไรในเรื่องนี้
ถ้าพูดถึงเดือนก.ค. มันอัตโนมัติอยู่แล้วว่าสัปดาห์แรกรัฐบาลว่างไม่ติดภารกิจ พอสัปดาห์ต่อไป 13-15 ติดช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ก็ไปอีกสัปดาห์หนึ่งวันที่ 18 -20 ก.ค. ก็มีความเป็นไปได้ไม่มีปัญหาอะไรกับเรื่องนี้ เมื่อถามย้ำว่า กรอบเวลาที่เหมาะสมคือ 18-22 ก.ค. ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ได้ทั้งนั้นไม่มีปัญหา ทำมาทุกปีอยู่แล้ว
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ และรัฐมนตรีรวม 11 คน ว่า ยังไม่ถึงเวลา มีเวลาอีก 1 เดือน เมื่อถามว่า พร้อมที่จะชี้แจงมากน้อยแค่ไหน นายกฯ กล่าวว่า ก็บอกไปตั้งนานแล้ว เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านจะหยิบยกเรื่องการแก้จนมาอภิปราย นายกฯ ตอบว่า ก็ว่าไปตามนั้น ถึงเวลานี้เรื่องการศึกษาก็กำลังแก้ไขอยู่
ด้าน นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ให้มีการตรวจสอบการยื่นญัตติการขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า ในเมื่อจะมีการทบทวนญัตติแล้ว ตนจึงขอฝากให้พรรคร่วมฝ่ายค้านได้ทบทวนชื่อของ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และรมว.พลังงาน ด้วย เนื่องจากการบริหารงานของรมว.พลังงานมีความล้มเหลว และที่ผ่านมาได้เคยตอบกระทู้ส.ส.ในที่ประชุมสภาว่าไม่สามารถนำกำไรของโรงกลั่นของปตท.มาช่วยเหลือประชาชนได้ ดังนั้นตนจึงขอเรียกร้องไปยังฝ่ายค้านเมื่อได้ทบทวนของรมว.แรงงานแล้ว ก็ควรเอาชื่อของรมว.พลังงานใส่เข้าไปแทนที่รมว.แรงงาน
ขณะนี้มีส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลหลายคนไม่พอใจการบริหารจัดการราคาน้ำมันเชื้อเพลิง เพราะประชาชนได้รับความเดือดร้อนมาก และหากพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นชื่อรมว.พลังงานในการอภิปรายด้วยอาจจะได้เห็นรัฐมนตรีน็อคกลางสภา ขอเรียกร้องให้ฝ่ายค้านได้ทบทวนญัตติ ในเมื่อท่านประธานชวนได้สั่งให้ตรวจสอบแล้ว ถ้ามีโอกาสได้ใส่ชื่อรมว.พลังงานในการอภิปรายด้วย ถ้าฝ่ายค้านยื่นรมว.พลังงานอาจจะเห็นเซอร์ไพรส์เหมือนกับพ.ร.บ.สุราก้าวหน้า และ พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมที่มีส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลโหวตสนับสนุนพรรคร่วมฝ่ายค้าน
นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีสมาชิกพรรคก้าวไกลระบุว่าควรที่จะกล้าให้ตรวจสอบ ถ้าสะอาดอย่ากลัวการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า การอภิปรายเพื่อตรวจสอบการทำงานรัฐบาลเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่ขั้นตอนควรทำให้ถูกต้องชอบธรรม ในส่วนของตนที่เรียกร้องไปถึง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เพื่อให้ตรวจสอบความถูกต้องของญัตติ เพราะเห็นถึงความผิดปกติ เนื่องจาก นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ยอมรับว่าในวันที่ 14 มิ.ย. มี ส.ส. ลงชื่อ 182 คน ยื่นอภิปราย 10 รัฐมนตรี และปรากฏว่ามาเก็บตกเพิ่มรายชื่อ ในวันที่ 15 มิ.ย. ตรงนี้ถามว่า ส.ส. ทั้ง 182 รายชื่อ ที่ลงชื่อไปก่อนหน้านี้รับทราบและเห็นด้วยหรือไม่ เป็นการสลับร่างเพิ่มรายชื่อหรือไม่ ตรงนี้ที่ขอให้ตรวจสอบ
นายสุชาติ กล่าวว่า หากส.ส. เซ็นใหม่แล้วไม่เหมือนเดิมถือว่าไม่ถูกต้อง ขอถามว่าคนเป็นผู้แทนฯจะเซ็นอะไรโดยที่ไม่ได้ดูความถูกต้องและเนื้อหาเลยหรือ และเรื่องนี้คนที่ทำรู้อยู่แก่ใจ ตนจบไปตั้งแต่ขอให้ตรวจสอบญัตติ แต่พรรคก้าวไกลที่มีนักกฎหมายอยู่ในพรรคน่าจะเข้าใจ แต่กลับมาระบุในทำนองที่ไม่กล้าให้ตรวจสอบ เป็นคนละประเด็นกัน
ขอย้ำว่าไม่ได้ซีเรียสในเรื่องการถูกอภิปราย ไม่กลัว เพราะสามารถตอบได้ทุกครั้งถ้าเป็นเรื่องของงาน แต่ไม่ชอบการกระทำที่ทำให้สภาเกิดความเสื่อมเสีย ที่ผ่านมาพูดถึงฝ่ายค้านและตั้งข้อสังเกตว่าในญัตติที่มีการลงชื่อในวันที่ 14 มิ.ย. แต่มาเพิ่มชื่ออีกในวันที่ 15 มิ.ย. เท่ากับเป็นการสารภาพของผู้นำฝ่ายค้านหรือไม่เท่านั้น ผมไม่เคยพูดไม่เคยยุ่งกับพรรคก้าวไกล และพรรคคุณมีนักกฎหมาย ฉะนั้นย่อมรู้ดีว่าการลงชื่อยื่นญัตติเป็นไปโดยถูกต้องชอบธรรมหรือไม่ ผมไม่ยุ่งกับคุณ แต่ถ้าคุณมายุ่ง เดี๋ยวจะหนาว หากยังอวดภูมิ จะทำให้เห็นแล้วจะช็อก
ส่วน นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า วันนี้ได้ยื่นหนังสือถึงประธานสภาฯ ให้ตรวจสอบญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี 11 คน ว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ม.151 หรือไม่ สืบเนื่องจากข่าวการตรวจสอบญัตติอภิปรายรัฐมนตรี 11 คน ของฝ่ายค้านว่าเป็นญัตติเถื่อนหรือไม่
เรื่องนี้ เมื่อแสวงหาข้อเท็จจริงพบว่าญัตติของฝ่ายค้านก่อนลงนามมีสองฉบับคือ ฉบับไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรี 10 คน กับฉบับไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี 11 คน และทั้งสองฉบับ ลงวันที่ 15 มิ.ย. เหมือนกัน ญัตติที่ลงวันที่เดียวกันจึงเป็นพิรุธน่าสงสัย
นายเรืองไกร กล่าวอีกว่า กรณีญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี 11 คน ซึ่งยื่นนายชวนไปแล้วตามเลขรับที่ 7/2565 เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. เวลา 13.20 น. จึงน่าจะเป็นญัตติที่ทำขึ้นใหม่ แต่ใช้บัญชีรายชื่อที่ลงไว้เดิมมาเก็บตกแล้วนำมาเป็นบัญชีแนบท้ายญัตติฉบับที่ยื่นนายชวน ดังนั้นจึงมีประเด็นปัญหาตามมาว่าญัตติใหม่ที่ใช้รายชื่อที่ลงนามไว้เดิมมาแนบนั้นชอบหรือไม่ ซึ่งหากเทียบแนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 15-18/2556 อาจจะทำให้ญัตติ 11 คน ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 เพราะอาจถือเป็นญัตติที่ยังไม่มีบัญชีรายชื่อแนบท้ายนั่นเอง
นายเรืองไกร สรุปว่า ด้วยมูลเหตุข้างต้น จึงต้องร้องนายชวนให้ตรวจสอบญัตติฝ่ายค้านที่ยื่นอภิปรายรัฐมนตรี 11 คน ว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 หรือไม่ และการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตาม รัฐธรรมนูญ ม.234(1) หรือไม่ และเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ข้อ 8 หรือไม่ เรื่องนี้จะยื่นป.ป.ช. ให้ตรวจสอบอีกทางหนึ่งด้วย
วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุรทิน พิจารณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ เดินทางมายื่นหนังสือให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ประสานขอตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ให้กับสมาชิกพรรค หลังพรรคการเมืองอื่นๆได้ตำแหน่งอื่นๆไปแล้ว ทั้งนี้ตนมองว่าตำแหน่งดังกล่าวยังว่างอยู่
นายสุรทิน กล่าวว่า วันนี้ไม่ได้พบพล.อ.ประวิตร แต่ได้พูดคุยทางโทรศัพท์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยพล.อ.ประวิตรได้สอบถามตนถึงการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งตนได้ตอบไปว่าตัวเองในส่วนตัวให้คะแนนเสียงกับพล.อ.ประวิตรคนเดียว และส่วนพรรคเล็กอื่นๆ เท่าที่คุยเบื้องต้นก็จะเทคะแนนให้พล.อ.ประวิตรเช่นเดียวกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐมนตรี คนอื่น จะลงคะแนนให้ด้วยหรือไม่ นายสุรทิน กล่าวว่า ตนขอฟังการอภิปรายก่อน ขอดูตามเนื้อผ้า เมื่อถามย้ำว่า ถ้าพล.อ.ประวิตรขอจะให้ หรือไม่ นายสุรทิน ตอบว่า ขอให้เป็นเรื่องอนาคต ยืนยันพรรคประชาธิปไตยใหม่มาจากประชาชน