"พีระพันธ์ุ" ย้ำสโลแกน "3ทำ" ม็อตโต้หาเสียง "รทสช." เตือน "โรม" ไม่หยุดพาดพิงเจอ "ฝ่ายกม." จัดการ แย้มอาจย้ายที่ทำการ หากพรรคใหญ่กว่าเดิม
"พีระพันธุ์" ย้ำสโลแกน 3 ทำ ส่วนหนึ่งใช้เป็นม็อตโต้ในการหาเสียงของ รทสช. ถือเป็นการประชาสัมพันธ์งานของ "บิ๊กตู่" คุยฟุ้ง ปลายเดือนนี้เปิดนโยบาย-ว่าที่ผู้สมัครได้ 100 เปอร์เซนต์ ไม่สน "โรม" พาดพิงที่ทำการพรรคกับกลุ่มทุนสีเทา เผย "ฝ่ายกฎหมาย" พิจารณาอยู่ แย้มอาจย้ายที่หากพรรคใหญ่กว่านี้
เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 22 ก.พ.66 ที่สำนักงาน ก.พ. (เดิม) ถนนพิษณุโลก กรุงเทพฯ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังรับมอบหนังสือจากกลุ่มชาวประมง เพื่อให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี โดยเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงสโลแกน 3 ทำ คือ "ทำแล้ว-ทำอยู่-ทำต่อ" ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรรค รทสช. ใช้ในการลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี จะใช้เป็นสโลแกนหรือมอตโต้ในการหาเสียงพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.)เลยหรือไม่ โดย นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า “ ก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งของการหาเสียง ถือเป็นการประชาสัมพันธ์ผลงานของนายกรัฐมนตรี เพราะหลายเรื่องท่านก็ได้ทำมานานแล้ว ซึ่งยังทำต่อเนื่อง และจะทำต่อไปอีกให้ดีขึ้นกว่าเดิม “
ผู้สื่อข่าวถามถึงการเปิดนโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติจะทำได้เมื่อไหร่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ก็คงจะปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้รวมถึงตัวว่าที่ผู้สมัครก็จะสามารถเปิดได้ทั้งหมด ซึ่งก็อาจจะมีความเป็นไปได้ที่จะมีการเปิดตัวพร้อมกันทั้งในส่วนของนโยบายพรรคและตัวผู้สมัคร ซึ่งทุกอย่างเรียบร้อยครบ 100% ภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้อย่างแน่นอน
เมื่อถามถึงการปราศรัยใหญ่อีกครั้งของพล.อ.ประยุทธ์ ที่จังหวัดนครราชสีมาในวันเสาร์ที่ 25 ก.พ.นี้ ถือเป็นการปราศรัยครั้งแรกในเวทีบ้านเกิดและเป็นการเปิดประตูสู่พื้นที่ภาคอีสานใช่หรือไม่ หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ทราบว่าจะมีเซอร์ไพรส์อะไรหรือไม่เพราะตนไม่ได้เป็นคนจัด จึงไม่ทราบรายละเอียดของงานในครั้งนี้ และขณะนี้ก็ไม่อยากที่จะพูดในเรื่องการเมืองมากนัก
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายรังสิมันต์ โรม ส.ส. พักก้าวไกลยังคงออกมาพูดต่อเนื่องโดยเฉพาะการพาดพิงถึงที่ทำการพรรคกับกลุ่มทุนสีเทา นาย พีระพันธ์ุ กล่าวว่า “ไม่เป็นไรเรื่องนี้ผมและพรรคไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร ตามที่ได้ชี้แจงไปแล้ว”
เมื่อถามย้ำว่าหากยังมีการพาดพิงต่อเนื่องจะมีการดำเนินคดีทางกฎหมายหรือไม่ หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า ตอนนี้ได้ให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาดูอยู่ส่วนโอกาสที่จะยื่นฟ้องร้องหรือไม่นั้นก็มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายเขาพิจารณา อย่างไรก็ตามคิดว่าไม่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของพรรคอย่างแน่นอนคิดว่าประชาชนทั่วไปก็รับรู้
“เราไปเช่าทรัพย์สินใครเราจะไปรู้หรือว่าเขาทำอะไร ถึงแม้ว่าเขาจะทำผิดหรือถูก ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับเรา มันจะมาเกี่ยวอะไรกับเรามันไม่เกี่ยวอยู่แล้ว แต่ถ้าเราไปร่วมกระทำความผิดเราถึงจะมีความผิดด้วย ใครไปเช่าใคร และใครไปทำอะไรจากใครมันไม่ได้เกี่ยวข้องอยู่แล้ว” นายพีระพันธุ์กล่าว
เมื่อถามว่าแต่นายรังสิมันต์ พยายามพูดว่ามีความเชื่อมโยง หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า ในทางการเมืองเขาก็ทำอย่างนั้นถือเป็นเรื่องธรรมดา ก็เห็นกันอยู่ว่าการเมืองก็ทำได้แค่นี้ ส่วนจะมีเหตุผลหรือไม่มีเหตุผลเชื่อว่าประชาชนจะมีวิจารณญาณ เพราะเรื่องการเช่าทรัพย์สินประชาชนทั่วไปก็มีการเช่าทรัพย์สินกันอยู่แล้ว ถ้าไปเช่าทรัพย์สินใครแล้วเจ้าของฯมีความผิดและคนเช่าผิดไปด้วยก็คงไม่มีการเช่าทรัพย์สินเกิดขึ้นในประเทศ ข้อเท็จจริงแบบนี้คนทั่วไปก็รับรู้
เมื่อถามว่าสัญญาเช่า พรรครวมไทยสร้างชาติได้ดำเนินการเช่าระยะเวลากี่ปี นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า เป็นการเช่าแบบปีต่อปี เมื่อถามว่าหากครบสัญญาแล้วอาจจะมีการย้ายที่ทำการพรรคหรือไม่ หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า “ ก็แล้วแต่ ถ้าหากพรรคใหญ่กว่านี้ก็ต้องย้ายที่ทำการพรรคไปในที่ ที่ใหญ่กว่า”