เปิดใจ “ชัช เตาปูน” กาสิโน ช่วยชาติ

การเมือง17 ธ.ค. 2564 • 16:00 น.
เปิดใจ “ชัช เตาปูน” กาสิโน ช่วยชาติ
หมายเหตุ : “สยามรัฐสัปดาหวิจารณ์” สัมภาษณ์พิเศษ “ชัชวาลล์ คงอุดม” ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจรเพื่อหาแหล่งรายได้ใหม่จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ เปิดมุมมองถึงการผลักดันกาสิโนถูกกฎหมาย แบบครบวงจร (Entertainment Complex) เพื่อหาแหล่งรายได้ใหม่จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ มีสาระที่น่าสนใจดังนี้ -คณะกรรมาธิการฯ ได้มีการประชุมกันไปบ้างแล้ว ได้มีการประชุมกัน และมีการตั้งประธาน, รองประธานและที่ปรึกษา แต่ยังไม่มีการลงลึกในรายละเอียด -ทราบว่าตัวคุณชัชวาลล์ เอง ผลักดันเรื่องนี้มานานกว่า 30 ปีแล้ว ถูกต้องครับ เมื่อก่อนนี้เราพบว่ามีคนออกไปเล่นการพนันในต่างประเทศ กันมาก ก็รู้สึกเสียดายเงินในยุคนั้นก็คิดเป็นปีละ 8 หมื่นล้านบาทที่เงินไหลออก ซึ่งถือเป็นกลุ่มรายย่อย ที่มีรถมารับ มาส่ง ซึ่งหากจะไปทางตะวันออก ก็จะไปทางเขมร แต่ตัวเลข 8หมื่นล้านบาท ถือเป็นกลุ่มรายย่อยๆ แต่หากเป็นขาใหญ่ๆที่เสียกันครั้งละหลายล้านบาท ในยุคนั้นก็จะไปที่มาเก๊า ลาสเวกัส -จากจุดยืน 30ปีที่ผ่านมา จากวันนั้นจนถึงวันนี้ เราพบว่าในแง่รูปแบบของกาสิโน มีความแตกต่างไปจากเดิมหรือไม่ เพราะวันนี้มีการพนันในรูปแบบของออนไลน์เข้ามาด้วย ใช่ อย่างการพนันออนไลน์ เท่าที่รู้ เด็กสมัยนี้แค่เข้าไปเป็นสมาชิกก็เล่นได้แล้ว สามารถเข้าไปถึงหน้าจอมือถือกันแล้ว แล้วก็มีการไปเปิดเซิร์ฟเวอร์รอบๆประเทศเรา - แนวคิดที่จะมีการใช้กฎหมายเพื่อมาควบคุม ทำให้การพนันออนไลน์ขึ้นมาอยู่บนโต๊ะ หรือให้เป็นธุรกิจที่ถูกกฎหมาย เรามีแนวทางอย่างไรบ้าง เท่าที่ได้พูดคุยกับเด็กที่มีความชำนาญด้านนี้ ได้ให้ข้อมูลว่า อย่างประเทศอังกฤษจะมีการเก็บ 20-25 เปอร์เซ็นต์ซึ่งเท่าที่เรารู้จากกลุ่มต่างๆที่มีอยู่หลายพันราย แต่หากเรามีการจดทะเบียนทำให้ถูกกฎหมาย มีกำหนดกฎเกณฑ์อย่างไรว่าเด็กอายุเท่าไหร่ เล่นได้ หรือเล่น ไม่ได้ ผมมองว่าเมื่อปัจจุบันมีการแทงพนันกันทางมือถือได้แล้ว ทำไมเราไม่ทำให้ถูกต้อง เพื่อที่จะได้มีกำหนดกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน หากเราให้มีการจดทะเบียนที่ถูกต้อง เราก็ยังสามารถให้มีการเก็บเงินค่าค้ำประกัน สมมติหากเจ้าละ 50ล้านบาท หาก3,000 เจ้าจะเป็นเงินเท่าไหร่ ซึ่งตรงนี้จะก่อให้เกิดรายได้ หรือเก็บเอาไว้เป็นกองทุนได้ และจากการที่อาจารย์สังศิต พิริยะรังสรรค์ ได้ทำการวิจัยออกมา พบว่ากรณีหวยใต้ดินในประเทศไทยเรา ปีหนึ่งจะมีรายได้ตกประมาณ 5แสนล้านบาท หากเราเก็บ 30 เปอร์เซ็นต์ ปีหนึ่งจะได้ราว 1.5 แสนล้านบาท อย่างการที่มาเปิดกาสิโน ในเมืองไทยแต่ละภาคก็อาจจะใช้การส่งสัญญาณการถ่ายทอด โดยไม่ต้องไปเสียเงินให้ต่างประเทศ และยังโกงกันไม่ได้ด้วย ในเมื่อเป็นกาสิโนที่ถูกต้องแล้ว มันต้องมีการควบคุมที่ละเอียด คงจะยากที่จะไปพลิกแพลงกัน - ตรงนี้จะไปอยู่ในรายละเอียดในร่างกฎหมายที่พรรคพลังท้องถิ่นไท กำลังร่างขึ้นด้วยใช่หรือไม่ ถูกต้องครับ ซึ่งจะเป็นพ.ร.บ.การพนัน - ทราบว่ามีประชาชนหลายกลุ่มที่มีแนวคิดเห็นด้วย แต่สำหรับในส่วนของผู้ประกอบการเอง อย่างเจ้ามือ จะมองอย่างไร ผมว่า เจ้ามือเขาน่าจะพอใจ เพราะเขาได้ทำตามกฎหมายอย่างถูกต้อง อย่างกรณีเจ้ามือหวยใต้ดิน เท่าที่ทราบก็จะมีการแบ่งให้กับเจ้ามือเดินโพย 30 เปอร์เซ็นต์ แต่หากทำให้ถูกกฎหมาย ก็สามารถแทงตามตู้กันได้เลย อย่างประเทศไทยมี 8,000 ตำบล เป็นไปได้ไหมที่จะให้มี ตำบลละตู้ คนแทงก็ไม่ต้องไปกลัวเสียหาย ให้ตู้ละ 20 ล้านบาท ใครอยากจะรับหวยใต้ดิน ซึ่งตรงนี้รัฐก็จะเอาเงินที่ได้มา เอาไปใช้จ่ายอะไรได้ อย่างบาคารา ออนไลน์หรือเกมต่าง ๆ ใครจะทำ สัก 50 ล้านได้ไหมที่จะเอามาวาง ซึ่งมีนับหมื่นเจ้า คิดง่ายๆแค่ 1,000เจ้าก็ไม่รู้ว่ากี่แสนล้านบาทแล้ว -ปัจจุบันนี้ อยากให้ย้ำอีกครั้งว่า มูลค่าเม็ดเงินที่อยู่ใต้ดิน ประมาณเท่าใด อาจารย์สังศิต ได้ทำวิจัยในส่วนของหวยใต้ดิน ประมาณการว่าปีหนึ่งๆมีเม็ดเงินไม่ต่ำกว่า 5แสนล้านบาท ที่ชาวบ้านเล่นหวยใต้ดินกัน อย่างการพนันออนไลน์ ประมาณ 3,000 เจ้า เจ้าหนึ่งประมาณ 1,000 ล้าน ต่อเดือน ทั้งหวยใต้ดิน และอะไรต่างๆ เราตีเอาไว้ต่ำ หากมีรายได้ 2 ล้านล้านก็เกือบเท่างบประมาณของประเทศแล้ว ซึ่งก็สามารถกันเอาไว้เป็นกองทุนสำหรับชาวไร่ชาวนา การแก้หนี้กยศ. อีกส่วนหนึ่งเราก็จัดเอาไว้ให้กับท้องถิ่นเลย เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมาขอเบิกจ่ายงบประมาณจากรัฐบาล เหมือนเป็นโครงการตั้งต้นให้กับท้องถิ่น ให้ประมาณ 35เปอร์เซ็นต์ ให้เพิ่มขึ้นจากงบประมาณเดิมที่เคยได้รับการจัดสรรไปยังส่วนท้องถิ่น ซึ่งท้องถิ่นสามารถเอาไปพัฒนาตัวเองได้ ที่ผ่านมา เคยมีชาวบ้านจากโพทะเล จ.พิจิตร มาของบประมาณจากผม เนื่องจากถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ มาถึง6ปี เคยไปขออบต. ก็ไม่มีงบประมาณให้ เขาก็คงคิดว่าผมจะขอรัฐบาลได้ ก็โทรมาบอกว่าอยากจะให้ช่วยของบประมาณ เราก็ไม่รู้ว่าจะไปขอใคร แต่ตอนนั้นก็ต้องใช้เงินส่วนตัวไปทำให้ ทำถนนบดอัดให้ ถนนเส้นนั้นยาวประมาณ 6กิโลเมตร เด็กๆเดินไปโรงเรียนลำบากมาก ดังนั้นถ้าเรามีเงินจากส่วนนี้เข้ามาช่วย จะทำให้ท้องถิ่นไม่ต้องไปรอ และรัฐบาลก็จะเบาแรงด้วย ส่วนท้องถิ่นเองก็จะรู้ว่าเขาควรแก้ไข ตรงไหน อย่างไร อย่างที่ประเทศสิงคโปร์ จะมีหน่วยงานรับเรื่องร้องทุกข์ หากบ้านไหนมีปัญหา มีการร้องเรียนไป หน่วยงานก็จะเข้ามาตรวจสอบ ซึ่งตรงนี้จะเป็นสิงคโปร์โมเดล ที่เป็นบริษัทข้ามชาติเข้ามาบริหาร ซึ่งระบบตรวจสอบประเทศสิงคโปร์ น่าจะเป็นคนคิดขึ้นมาเอง หน่วยงานนี้จะตรวจสอบว่า เมื่อมีการเข้าไปเล่นการพนันแล้วครอบครัวเกิดปัญหา จนมีการร้องเรียนขึ้นมา ต่อไปคุณก็จะเข้าไปเล่นการพนันไม่ได้อีก -จุดนี้ถือเป็นประเด็นสำคัญ เพราะยังไม่ทันที่คณะกรรมาธิการกาสิโน จะเดินหน้า ล่าสุดก็มีโพลออกมา ระบุว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย กลัวว่าจะเป็นการมอมเมาประชาชน โพล อะไรก็ไม่สำคัญ แต่ถึงเวลาเราก็มาทำประชาพิจารณ์ทั่วประเทศเลย แบบนั้นดีกว่า อย่างผมที่ผ่านมาตลอดชีวิต จนอายุ 78 ปีแล้วก็ยังไม่เคยมีโพลที่ไหนมาถามผมสักที บางทีโพลก็สอบถามคนไม่กี่คน ดังนั้นควรสอบถามความเห็นของคนทั่วประเทศเลย เมื่อคณะกรรมาธิการฯ ศึกษากันเสร็จสิ้นแล้วก็ไม่ใช่ว่าจะให้สภาฯโหวต อย่างเดียว เพราะอาจจะมีข้อท้วงติงว่าสภาฯ ใช้เสียงที่มากกว่า ดังนั้นควรจะใช้เสียงของคนทั่วประเทศเพื่อความโปร่งใส ใสสะอาดกว่าไหม -แสดงว่าเราเชื่อมั่นว่าคนส่วนใหญ่ จะเห็นด้วย ชาวบ้านที่เราลงไปพูดคุยส่วนใหญ่ก็สะท้อนบอกมาว่าเป็นประโยชน์ แต่คนที่ไม่รู้จริง ก็พูดลำบาก เอาแค่ว่าหากมีการดำเนินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เมืองไทยก็ต้องมีศาลพระภูมิ แค่คนขายพวงมาลัยแถวนั้นก็รวยแล้ว เพราะคนเข้าไปเล่นก็ต้องซื้อพวงมาลัยมาไหว้ ถือว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน ในพื้นที่ อย่างเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ผมเคยพูดเรื่องทุ่งกุลาร้องไห้ ที่แห้งแล้ง ทำไมไม่ทำให้เป็นกาสิโน สักที่หนึ่ง จุดไหนที่มีรายได้น้อย ก็ทำตรงนั้น แรงงานก็ไม่ต้องไปหางานทำที่ต่างประเทศ ไม่ต้องไปตะวันออกกลาง ซึ่งหากเรามีกาสิโน แรงงานเหล่านี้ก็ไม่ต้องไปสร้างให้ประเทศอื่น ส่วนบริเวณนั้นราคาที่ดินก็ขึ้น ร้านค้า ก็เปิดขึ้นได้มากมาย อย่างที่คำชะโนด คนที่อยู่แถวนั้นก็เกิดรายได้ มีงานทำ ผมเชื่อว่าจะสร้างงานได้เยอะ - ในมุมของประชาชน เองที่มีเสียงสะท้อนจากการลงพื้นที่ของเรา ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา มีความเห็นอย่างไร บ้าง เกษตรกรก็เชียร์กัน เนื่องจากเขาได้ยินว่าเราทำกาสิโน เพื่อที่จะนำรายได้จากส่วนนี้ไปช่วยเหลือเกษตรกร อย่างนักศึกษาที่เป็นหนี้กยศ . ซึ่งเขาเป็นหนี้โดยที่ต้องเรียนหนังสือ แต่ก็ต้องมาถูกฟ้องอีก เท่าที่เราได้พูดคุยกับเขา ก็เห็นด้วย -แนวคิดในการบริหารรายได้ที่เกิดจากกการพนันถูกกฎหมายเราจะทำให้เป็นลักษณะกองทุนหรือไม่หลังจากที่รัฐบาลจัดเก็บรายได้ในส่วนนี้ อย่างเกษตรกรที่เป็นหนี้ธ.ก.ส. แล้วต้องมาเจอกับน้ำท่วม หรือพายุ เจอภัยพิบัติซึ่งเป็นภาวะจำเป็น หรืออย่างนักศึกษาที่กู้มาเรียน รวมถึงคนที่เซ็นค้ำประกันแล้วต้องถูกดำเนินคดีไปด้วย แต่หากเรามีรายได้จากส่วนนี้ ทำเป็นกองทุนขึ้นมา เราก็จะนำไปใช้แก้ปัญหาให้เขาจบเลย รวมถึงครู ข้าราชการที่เป็นหนี้สินด้วย -พบว่าเสียงคัดค้านส่วนใหญ่ ต่อแนวคิดเรื่องการตั้งกาสิโน บอกว่าแม้ระบบจะดี แต่ก็ยังไม่เชื่อมั่นการบังคับใช้กฎหมาย ของไทย อย่างผับ บาร์ ก็ยังปล่อยให้เด็กอายุต่ำกว่า 18ปีเข้าไปได้ทั้งที่ผิดกฎหมาย ก็รีบเลือกผมให้มาบริหาร ผมจะแก้ไขให้ แล้วดูว่าผมจะทำได้ไหม ของแบบนี้อยู่ที่ใจ อยู่ที่ว่าจะจริงหรือไม่จริง เรื่องเหล่านี้ไม่ยากเลย อย่างเงินด่วน หรือเงินอะไร เราเชื่อว่าเราแก้ได้เพราะเราอยู่กับคนจนมา เรารู้ว่าจะแก้อย่างไร เรารู้วิธีการว่าจะอย่างไรให้มันจบ -วันนี้ถือว่าเราช้าเกินไปหรือไม่ ที่เราจะทำเรื่องกาสิโน ถูกกฎหมาย ช้าก็ไม่เป็นไร แต่เราจะทำเมื่อไหร่ ผมเชื่อว่าต่างชาติก็สู้เราไม่ได้ เพราะเรามีธรรมชาติ มีจุดที่ขายได้อยู่แล้ว คนที่มาเล่นการพนันในบ่อน ส่วนมากก็ไม่ใช่คนจน ถ้าเรากลัวเด็กจะเสีย ก็ต้องดูว่าเด็กอายุ 20 ปีจะมาเล่นหรือ ในเมื่อมีการสร้างกาสิโนมูลค่าเป็นแสนล้าน ทุกอย่างต้องสวยงาม เพื่อดึงให้คนเข้าไปเที่ยว - มองว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ที่การเปิดกาสิโนถูกกฎหมายจะสามารถเกิดขึ้นได้ในรัฐบาลชุดนี้ เพราะได้เสนอเรื่องนี้มา 30 ปีแล้ว จุดยืนไม่เปลี่ยนแปลง แต่บริบทของสังคม จะส่งผลให้การผลักดันเรื่องนี้เป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน เราเชื่อว่าน่าจะผ่านความเห็นชอบในที่ประชุมสภาฯ แต่ก็ต้องอยู่ที่รัฐบาลด้วยว่าจะกล้าตัดสินใจทำหรือไม่ ถ้าเป็นผม ผมทำแน่ เพราะ หนึ่งผมเป็นคนเสนอเอง สอง ผมมีประสบการณ์และมีความคิดเห็นจากคนที่อยู่รอบๆบ่อน เขามีรายได้อย่างไร ทำให้คนอยู่ดี กินดีอย่างไร คนมีเงินก็ไม่ต้องคิดไปลักขโมยใคร อาชญากรรมก็ลดลง อย่างผม มีภาพของความเป็นชัช เตาปูน ที่น่ากลัวมาก แต่ผมก็ไม่เคยไปทำอะไรใครสักที เมื่อก่อนสื่อเขียนให้เราน่ากลัว ก็เลยกลายเป็นน่ากลัว ผมเคยไปพูดในเวทีสัมมนาที่จัดโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับอาจารย์ผาสุก มีครูประทีป อึ้งทรงธรรม อาจารย์บวรศักดิ์ อุวรรณโณ และอาจารย์สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ ตอนนั้นบนเวทีมีการพูดว่าบ่อนเปิดไม่ได้ จะมีการฆ่ากัน ผมก็เลยพูดให้เขาฟัง ว่าการฆ่ากันตาย การโกงกันนั้นเกิดขึ้นที่ข้างถนน เล่นกัน 5 บาท 10 บาทก็โกงกัน แต่ถ้าเล่นกันในบ่อน มีกล้องวงจรปิด มันโกงกันไม่ได้ เพราะเป็นธุรกิจ และในความเป็นจริง ไม่มีใครอยากเล่นการพนันกับเด็ก เพราะเด็กจะไปหาเงินมาจากไหน ถึงแม้จะมีพ่อแม่รวย แต่พ่อแม่ก็คงไม่ให้เงินมาเล่น -ประเด็นที่มีการคัดค้าน ยังมีการพูดถึงว่า หากเปิดเป็นเอนเตอร์เทนเมนท์ คอมเพล็กซ์ และมีระบบคัดกรองเข้มงวด จะกลายเป็นการเปิดช่องให้เกิดบ่อนเล็กๆขึ้นมาอีก จนทำให้เกิดปัญหาตามมาว่าจะแก้ปัญหาเรื่องบ่อนการพนันอีกไม่ได้ เรื่องนั้น ก็จะอยู่ที่คนควบคุมดูแล ซึ่งมีอำนาจ จะมีวิธีการจัดการอย่างไร ให้เกิดความเด็ดขาด ขณะเดียวกันกาสิโนที่ทำถูกกฎหมายก็ไม่เสียประโยชน์ด้วย ซึ่งจะต้องมีการแบ่งเงินให้เจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย เพราะการที่จะให้เขาไปจับผู้ร้าย โดยใช้แต่เงินเดือนอย่างเดียวก็ลำบาก ก็ควรจะมีงบพิเศษ หรืออย่างกรณีหวยใต้ดิน คนเดินโพยก็เหมือนเป็นพนักงาน ก็ควรจะได้เงินไป ซึ่งเมื่อมีการให้ถูกกฎหมายแล้ว ก็ต้องไปบังคับใช้กฎหมายกับส่วนที่ไปหลบๆ ซ่อนๆ เล่นกัน ยกเว้นที่เล่นกันสนุกๆตามบ้าน -แลนด์มาร์ค ที่สำคัญ ที่เคยพูดเอาไว้เมื่อ 30ปีก่อนที่เคยเสนอให้ใช้พื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ และในปัจจุบันนี้ได้มองที่ไหนเอาไว้บ้าง ผมอยากเสนอให้มีทางใต้ หนึ่งแห่ง ซึ่งตรงนี้ต้องไปดูกันว่าจุดไหนเหมาะสม อย่างภาคตะวันออก ก็อาจจะเป็นที่พัทยา ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอยู่แล้ว ส่วนภาคเหนือก็อาจจะเป็นที่เชียงใหม่ หากรวมที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ก็เป็นสี่แห่งแล้ว หากเก็บเงินได้ปีละ 1.5 แสนล้านบาทจากแต่ละแห่ง เหมือนกับที่ประเทศสิงคโปร์เก็บ ก็จะได้ 6 แสนล้านบาท และหากรวมหวยใต้ดินอีก 1.5 แสนล้านบาท ก็รวมทั้งสิ้นเป็น 7.5 แสนล้านบาท ผมเชื่อว่าอีกไม่กี่ปี ประเทศเราต้องหมดหนี้ ผมว่าเราจะช่วยคน ต้องให้เขามีกิน ถ้าเราไม่มีกิน เราจะช่วยเขาได้อย่างไร อย่างกรณีผมที่ส่งให้เด็กเรียนหนังสือ เพราะผมมี ซึ่งผมมองว่าจะต้องทำให้เรามีรายได้อย่างยั่งยืนด้วยเพื่อที่ช่วยเหลือ ยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน หากเรามีเงิน งบประมาณ เราก็สามารถส่งเสริมด้านการศึกษาให้เด็กตั้งแต่ชั้นอนุบาล ไปจนถึงระดับปริญญาตรี หาครูเก่งๆมาสอนภาษา ทำให้เด็กพูดได้หลายภาษา ซึ่งจะเป็นการดี อย่างลูกชาวนา หากเขามีการศึกษา พูดได้หลายภาษาก็สามารถติดต่อทำธุรกิจได้เลย โดยไม่ต้องผ่านคนกลาง ต้องมองยาวๆ -แสดงว่าคุณชัชวาลล์ เอง ก็ถอดโมเดล จากมูลนิธิของตนเองที่ได้ช่วยเหลือเด็กๆ สนับสนุน ส่งให้เด็กเรียนหนังสือ มาสู่แนวทางการพัฒนาในการใช้งบประมาณ จากรายได้ที่จะเกิดจากการทำกาสิโนให้ถูกกฎหมาย ใช่ อย่างมูลนิธิของผม สมัยก่อน อาจารย์วิรุณ ตั้งเจริญ อธิการบดี มศว ท่านเคยเป็นที่ปรึกษาให้ได้เสนอว่า การส่งเด็กให้ได้เรียนหนังสือควรทำเป็นรูปธรรม ให้คนได้รับรู้ ซึ่งสำหรับตัวผมแล้ว ไม่ได้อยากให้ใครมารับรู้ เราช่วยใครได้ก็ช่วย ซึ่งเราก็ช่วยเขามาตลอด อย่างทุกวันนี้ผมก็เอาเงินเดือนผมเข้ามูลนิธิ -ในอนาคตก็มองว่า อาจจะมีกองทุนเพื่อการศึกษา โดยที่ไม่ต้องมาใช้หนี้ ใช่ครับ ผมเชื่อว่าคนเราถ้าไม่เป็นหนี้ ก็จะมีคุณภาพชีวิตที่ดี