ปธ.กมธ.พัฒนาศก.สภาฯ แย้ง แนวคิดกขค.ชงซีพีควบรวมเทสโก้ ชี้ส่งผลกระทบคู่ค้า-ผู้บริโภค-ภาพรวมศก.ของประเทศ เสนอทบทวน 4 ปม

การเมือง3 ธ.ค. 2563 • 09:45 น.
ปธ.กมธ.พัฒนาศก.สภาฯ แย้ง แนวคิดกขค.ชงซีพีควบรวมเทสโก้ ชี้ส่งผลกระทบคู่ค้า-ผู้บริโภค-ภาพรวมศก.ของประเทศ เสนอทบทวน 4 ปม
เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร แถลงข่าวถึงที่กรณีคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) มีมติเห็นชอบอนุญาตให้บริษัท ซี.พี. รีเทล ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด และบริษัท เทสโก้ สโตร์ส (ประเทศไทย) จำกัด สามารถควบรวมธุรกิจได้ ซึ่ง กมธ. ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อกรณีดังกล่าวมาให้ข้อมูลประกอบการพิจารณา เนื่องจากการควบรวมธุรกิจดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อคู่ค้า ผู้บริโภค และเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศโดยตรง ซึ่งกมธ. มีข้อสังเกตต่อกรณีดังกล่าวว่าเกิดจากการกำหนดขอบเขตตลาดที่ทาง กขค. กำหนดแยกว่าห้างแมคโคร ซึ่งเป็นของบริษัท ซี.พี. รีเทล ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ให้อยู่คนละตลาดกับห้างเทสโก้ โลตัส ของบริษัท เทสโก้ สโตร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งการกำหนดขอบเขตตลาดว่าแมคโครอยู่ในตลาดค้าส่ง และเทสโก้อยู่ในตลาดค้าปลีกทำให้ตีความว่าโครงสร้างตลาดหลังควบรวมกิจการจะไม่เปลี่ยนและการกำหนดแบ่งท้องที่ ที่ผู้ประกอบธุรกิจแต่ละรายจะจำหน่าย พบว่ามีประมาณ 10 จังหวัด ที่มีแค่ห้างเทสโก้ โลตัส และห้างแมคโคร ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงหากมีการขึ้นราคาสินค้า ลดปริมาณสินค้า หรือการควบคุมคุณภาพสินค้า ประธานกมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ กล่าวว่า มาตรการเยียวยาของ กขค. ยังไม่ครอบคลุมถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นภายหลังที่มีการควบรวมธุรกิจ ดังนั้น กมธ. มีแนวทางการดำเนินงานในขั้นต่อไป คือ 1. ขอเอกสารเพิ่มเติมจาก กขค. ซึ่งมีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาพิจารณาเรื่องดังกล่าวเป็นการเฉพาะเพื่อประกอบการพิจารณา 2.หากพบว่ามีการใช้อำนาจเหนือตลาด กมธ. ยินดีเป็นช่องทางในการร้องเรียน เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับผู้บริโภคและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ 3.กมธ. จะติดตามการดำเนินงานของ กขค. อย่างใกล้ชิด ว่ามีการดำเนินงานภายใต้เงื่อนไข 7 ข้อ ที่กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตรวมธุรกิจ ดำเนินการตามกำหนดระยะเวลาและเงื่อนไขตามที่ประกาศหรือไม่ 4. ตั้งคณะทำงานศึกษา พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 250 อันจะนำไปสู่การเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าวต่อไป