"นายกฯ" พร้อม เฝ้าระวังค่าเงินบาทอ่อน ชื่อไม่มีผลเสีย เผยคุยผู้ว่าธปท. ประเมินดิจิทัลวอลเล็ตวางแผนระยะกลาง-ยาว มั่นใจการเงินไทยแข็งแรง 

การเมือง3 ต.ค. 2566 • 13:27 น.
"นายกฯ" พร้อม เฝ้าระวังค่าเงินบาทอ่อน ชื่อไม่มีผลเสีย เผยคุยผู้ว่าธปท. ประเมินดิจิทัลวอลเล็ตวางแผนระยะกลาง-ยาว มั่นใจการเงินไทยแข็งแรง 

เมื่อเวลา 11.43 น.วันที่ 3 ต.ค. 2566  ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลังให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงสถานการณ์ค่าเงินบาทอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องนั้นเป็นห่วงเรื่องการนำเข้าน้ำมันและอุตสาหกรรมหรือไม่ว่า เป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวัง แต่เรื่องการจะไปก้าวก่ายหรือไปแทรกแซงคงไม่มี ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกของตลาด และการที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าก็ไม่ได้มีผลเสียทั้งหมด เพราะการส่งออกที่มากว่า 50% ของจีดีพี ส่วนการท่องเที่ยวคือ 20% ของจีดีพีก็ได้รับบอานิสงส์ในเชิงบวก แต่ต้องดูให้เหมาะสม ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ดูแลและติดตามเรื่องนี้อยู

 

เมื่อถามว่า การนำเข้าน้ำมันที่มีต้นทุนจะทำอย่างไร เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ นายกฯ กล่าวว่าราคาน้ำมันเป็นเรื่องธรรมดา เพราะเรานำเข้าน้ำมันจำนวนมากก็ต้องหาและใช้พลังงานทดแทน รวมถึงต้องใช้แผนระยะยาวในการแก้ไขปัญหาเรื่องแหล่งพลังงาน

 

เมื่อถามว่า การประกาศเดินหน้าดิจิทัลวอลเล็ตในเดือน ก.พ. ได้มีการประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจไทยเศรษกิจโลกว่าจะมีผลกระทบหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ได้มีการประเมินโดยเมื่อวันที่ 2 ต.ค. ตนได้พูดคุยกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ถึงแผนระยะกลาง ระยะยาวว่าถ้าเสนอนโยบายออกไปแล้วควรจะเป็นอย่างไร ทั้งภาพเครดิตเรทติ้ง เอเจนซี่ ประชาชนและนักลงทุนต่างประเทศ ซึ่งผู้ว่าธปท.ได้ให้คำแนะนำและไกด์ไลน์มาว่า รัฐบาลควรทำอย่างไรซึ่งตนก็น้อมรับ รวมถึงรมช.คลังและปลัดกระทรวงการคลังก็จะนำสิ่งที่พูดคุยไปพิจารณา 

 

เมื่อถามว่า หากเกิดเหตุฉุกเฉินในอนาคต เราจะให้ความมั่นใจประชาชนได้หรือไม่ว่าเรายังมีเงินอยู่ นายเศรษฐา กล่าวว่า มั่นใจว่าสถานภาพการเงินการคลังของเรายังแข็งแรง 

 

เมื่อถามว่า แหล่งเงินดิจิทัลต้องบรรจุไว้ในงบประมาณปี 67 หรือไม่ นายกล่าวว่า เดี๋ยวรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องจะแถลง