"นายกฯ" ชื่นชมสทบ.โครงการโคล้านครอบครัว ร่วมโปรโมทแคมเปญ “Gen Z มีดีให้อวด” รณรงค์ใช้ผ้าไทย

การเมือง8 ส.ค. 2566 • 12:35 น.
"นายกฯ" ชื่นชมสทบ.โครงการโคล้านครอบครัว ร่วมโปรโมทแคมเปญ “Gen Z มีดีให้อวด” รณรงค์ใช้ผ้าไทย

 

เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 8 ส.ค. 2566 ที่บริเวณหน้าตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เยี่ยมชมกิจกรรมการกระตุ้นและพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และรับทราบรายงานผลการดำเนินงานโครงการโคล้านครอบครัว จากนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  ในฐานะรัฐมนตรีกำกับดูแลสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) 

โดยนายกฯ รับชมการนำเสนอผลผลิตจากโครงการโคล้านครอบครัว ซึ่งเป็นเนื้อโคเกรดพรีเมี่ยมและผลิตภัณฑ์จากโคที่ผ่านการทดลองเลี้ยงและดูแลตามโครงการโคล้านครอบครัว พร้อมกล่าวว่า ถือเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับประชาชน ขอเพียงทุกคนมีความตั้งใจก็จะประสบความสำเร็จ และขอให้นักวิชาการช่วยเรื่องการแปรรูป การรักษาคุณภาพเนื้อโคพัฒนาคุณภาพและสายพันธ์ให้ตรงตามความต้องการของตลาด รวมถึงแนวคิดการผลิตผ้าจากมูลโค ขอให้ทุกคนร่วมมือนำสิ่งของที่มีมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ เพิ่มมูลลค่าสร้างรายได้

 

 

จากนั้นนางสาวนฤดี ภู่รัตนรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรม รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย และคณะผู้บริหารเข้าพบนายกฯ เพื่อประชาสัมพันธ์กิจกรรมแคมเปญ Gen Z มีดีให้อวด  ร่วมรณรงค์ส่งเสริมการใช้ผ้าไทย และงานศิลปหัตถกรรมไทยในเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้เกิดเป็นเครือข่ายคนรักงานศิลปหัตถกรรมไทย “Friend of sacit” 

โดยนายกฯ กล่าวว่า มีความภาคภูมิใจในการเสริมสร้างเอกลักษณ์ที่ให้ความสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมจากผ้าไทย รวมถึงการนำวัฒนธรรมของไทยไปใช้ให้เกิดความนิยมอย่างแพร่หลาย และชื่นชมในกิจกรรมของสถาบันส่งเสริมหัตถกรรม (องค์การมหาชน) หรือ sacit ที่เชิญชวนเยาวชนคนรุ่นใหม่สวมใส่ผ้าไทยเพื่อแสดงพลังแห่ง Soft Power ด้านหัตถศิลป์ไทย เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โอกาสนี้นายกฯ ยังได้ร่วมกิจกรรมโชว์การถ่ายวิดีโอด้วยเครื่อง Photo Booth 360 องศา และร่วมถ่ายภาพกับน้อง ๆ กลุ่ม Gen Z อีกด้วย 

 

ต่อจากนั้นนายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม นำคณะนักร้องประสานเสียงเยาวชนไทย หรือ Thai Youth Choir (TYC)  จำนวน 54 คน เข้าพบนายกฯ เพื่อแสดงบทเพลงที่ชนะการแข่งขันขับร้องประสานเสียงนานาชาติ ครั้งที่ 12 “Bali International Choir Festival” โดยได้รับถ้วยรางวัล 1 ถ้วย เหรียญทอง 3 เหรียญ  เหรียญเงิน 1 เหรียญ จากการแข่งขันประสานเสียงนานาชาติ ณ เมืองบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย  

โอกาสนี้คณะนักร้องประสานเสียงเยาวชนไทย TYC ได้แสดงการขับร้องบทเพลงที่ใช้ในการแข่งขันและได้รับรางวัล 2 บทเพลง ได้แก่ เพลง Under the Sea ใช้แข่งขันประเภท Pop & Jazz และเพลงออเจ้า ให้นายกฯ ได้รับฟัง

โดยนายกฯ ให้โอวาทและชื่นชม พร้อมให้กำลังใจคณะนักร้องประสานเสียงเยาวชนไทย ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศและความภาคภูมิใจในการแสดงศักยภาพการขับร้องประสานเสียงให้เป็นที่ประจักษ์ และนำเสนอบทเพลง การแสดงออกด้วยกิริยา ท่าทาง การแต่งกายแบบไทยที่เป็นเอกลักษณ์และวัฒนธรรมถือเป็นการแสดงให้นานาชาติเห็นถึงความเจริญในด้านศิลปะ อันเป็น Soft Power ที่แสดงสู่สายตาชาวโลก 

 

ขณะที่นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำคณะผู้บริหารเข้าพบนายกฯเพื่อประชาสัมพันธ์การจัดงาน “มหกรรมวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี2566” และงาน “เทคโนโลยีและนวัตกรรมของไทย ประจำปี 2566 : TechnoMart 2023” 

โอกาสนี้นายกฯ เยี่ยมชมผลงานนวัตกรรมและเทคโนโลยี เช่น นวัตกรรรมการตรวจสารเสพติดในเส้นผม (สามารถทราบผลภายใน 1 ชั่วโมง) เพื่อแก้ปัญหายาเสพติดของเด็กและเยาวชน โครงการฟื้นฟูและต่อยอดผ้าลายอย่างเอกลักษณ์อยุธยา “จุฬาพัสตร์” สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน โครงเรือนปลูกผักอัตโนมัติสำหรับครัวเรือน การจัดวางต้นไม้อย่างไรให้ลดฝุ่น PM2.5 Art สร้างสรรรค์ แห่งโลกอนาคต เป็นต้น  

นายกฯ กล่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีและนวัตกรรมถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาและขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่อนาคตได้อย่างยั่งยืน ซึ่งรัฐบาลได้วางแนวทางและดำเนินการขับเคลื่อนจริงจัง และเกิดผลเป็นรูปธรรมที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน จึงขอให้ทุกหน่วยงานขับเคลื่อนและขยายผลให้มากขึ้น และทำให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ ได้ พร้อมดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศมาท่องเที่ยวในพื้นที่เพิ่มขึ้น