“พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช” ใช้ “ใจแลกใจ” ดึง “คนเห็นต่าง” กลับบ้าน เมินโดนตั้ง “ค่าหัว” -เชื่อไม่นานไฟใต้สงบ !

การเมือง16 ก.ค. 2560 • 23:00 น.
“พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช” ใช้ “ใจแลกใจ” ดึง “คนเห็นต่าง” กลับบ้าน เมินโดนตั้ง “ค่าหัว” -เชื่อไม่นานไฟใต้สงบ !
ประชาชนในพื้นที่เขาก็ปฏิเสธความรุนแรงในทุกรูปแบบ ซึ่งผมได้ทำการพูดคุยกับผู้นำศาสนาท่านก็ให้ความช่วยเหลือผมมาตลอด เข้าไปช่วยพูดกับกลุ่มคนเหล่านี้ สถานการณ์ จึงดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เหลือแค่เพียงบางส่วนเท่านั้นที่ยังเป็นเด็กดื้อที่ยังเกเรอยู่” “สยามรัฐ” ได้สัมภาษณ์พิเศษ “พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช” แม่ทัพภาคที่ 4 ถึงแนวทางดำเนินการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้งความคืบหน้าของ “โครงการพาคนกลับบ้าน” ที่ได้รับการสนองตอบด้วยดี นอกจากนี้ยังไม่พลาดประเด็นร้อนๆ เรื่องการตั้งค่าหัว แม่ทัพภาคที่ 4 ถึง 1 ล้านบาทจากแนวร่วมก่อความไม่สงบ ทุกคำถาม มีคำตอบจาก พล.ท.ปิยวัฒน์ แม่ทัพภาคที่ 4 ดังนี้ - หลังจากที่มีกระแสข่าวเรื่องการตั้งค่าหัว ของแม่ทัพภาคที่ 4 เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 กค.ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้มีความคืบหน้าเรื่องขอ098งการติดตามตัวมือโพสต์ มากน้อยแค่ไหน ทางเราพอจะทราบตัวแล้วว่าผู้โพสต์เป็นใคร หลังจากนี้จะเชิญตัวมาทำการพูดคุย แต่เราก็ไม่รู้ว่าเขาจะมีการทำกันเป็นขบวนการหรือว่าทำแค่เพียงคนเดียว แต่หลังจากที่เชิญมาคุยแล้วจะค่อยๆขยายผลไปว่าเป็นอย่างไร ส่วนตัวแล้วยังเชื่อว่าเป็นพวกมือบอน - สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงถึงความเหิมเกริม ท้าทายเจ้าหน้าที่รัฐ ของฝ่ายผู้ก่อเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้มากน้อยแค่ไหน และเรา มองเรื่องนี้อย่างไรบ้าง ผมคิดว่าไม่ใช่ท้าทายหรือเหิมเกริมต่อเจ้าหน้าที่รัฐ คงเป็นพวกมือบอนมากกว่า พวกไม่มีอะไรทำชอบลบปมด้อยของตัวเอง ปมด้อยที่ไม่มีงานทำ เห็นคนอื่นเขาได้ดี ก็อยากเด่นอยากดัง ก็โพสต์ลงไปแค่นั้นเอง และคงไม่เกี่ยวกับกลุ่มที่ก่อความไม่สงบในพื้นที่ ส่วนตัวก็มองว่าไม่น่าเป็นไปได้และไม่น่าจะมีเงินขนาดนั้น และหากมีเงิน 1 ล้านบาท ก็น่าจะเอาไปลงทุนทำอย่างอื่นดีกว่า ถ้าหากว่าล่าหัวผมได้จริงๆแล้วจะไปเบิกเงินที่ใคร และที่สำคัญคงเป็นการสร้างสถานการณ์ขึ้นมา เพราะเห็นว่าไม่มีเหตุความรุนแรง สถานการณ์เงียบๆ ประชาชนในพื้นที่ปฏิเสธความรุนแรง หันหน้ามายึดตามนโยบายรัฐบาล มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา พอชาวบ้านในพื้นที่ยึดหลักแบบนี้ เศรษฐกิจในพื้นที่ก็ดีขึ้น ชาวบ้านเริ่มมีการจับจ่ายใช้สอยกันมากขึ้น มีการเปิดปั๊มน้ำมันใหม่ โชว์รูมรถอีกหลายโชว์รูม ร้านค้าเปิดใหม่ เพิ่มมากขึ้น ส่วนกลุ่มนี้ก็เป็นพวกที่ว่างงานไม่มีอาชีพ ก็สร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา เขานึกอะไรขึ้นมาได้เขาก็เขียน ส่วนตัวคิดว่าออกมาดีกว่าจะได้มีงานทำ หากหลบอยู่แบบนั้นก็หลบไปจนตายก็ไม่มีงานทำ อยากหลบอยู่แบบนั้นไม่มีอนาคตก็อยู่แบบนั้นไป - อยากให้ช่วยเล่าถึงความคืบหน้า “โครงการพาคนกลับบ้าน” ปัจจุบัน ถือว่าเกิดผลงานเป็นรูปธรรมที่น่าพอใจแล้วหรือไม่ และเสียงสะท้อนจาก “ผู้เห็นต่าง” ที่กลับใจมาร่วมพัฒนาชาติไทย อย่างไรบ้าง และเป็นไปได้หรือไม่ ว่าอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ก่อความไม่สงบรู้สึกสั่นคลอน หลังจากที่ได้รับฟังความคิดเห็นประชาชนในเรื่องของโครงการพาคนกลับบ้าน ชาวบ้านก็บอกว่ายังไม่มีข้อบกพร่อง ซึ่งโครงการนี้ก็เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งผมได้มาดำรงตำแหน่งแม่ทัพในปี 2559 ซึ่งก่อนหน้านี้ตัวโครงการเองยังมีช่องโหว่ มีข้อผิดพลาดเยอะ แต่เมื่อมารับตำแหน่งแม่ทัพ ผมก็เอามาปรับปรุงใหม่ เพื่อพัฒนาให้โครงการนี้ได้ประสิทธิภาพและมีรูปธรรมมากขึ้น มีการเรียกประชุมคณะกรรมการ 2-3 ครั้งที่ผ่านมา โดยมีการปรับปรุงหลักสูตรโครงการใหม่ แต่คนที่เข้ามาร่วมโครงการแล้วก่อนหน้านี้ จบหลักสูตรแล้วก็กลับไปพัฒนาหมู่บ้านตัวเอง แล้วก็ทำหน้าที่ดูแลสอดส่องความเดือดร้อนของประชาชน เป็นหูเป็นตาให้กับภาครัฐด้วย แต่โครงการใหม่ที่ผมได้ปรับปรุงขึ้นจะมีการคัดกลุ่มคนที่จะมาเข้าร่วมพัฒนา จะต้องมีการดูคุณสมบัติของเจ้าหน้าที่และผู้ที่เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน โดยเฉพาะในส่วนของเจ้าหน้าที่เราต้องเลือกคนที่มีคุณสมบัติเฉพาะด้าน เพื่อมาทำหน้าที่ ส่วนผู้ที่ร่วมโครงการจะต้องมีการติดตามและการประเมินผลมีมาตรการควบคุมอีกหลายอย่างซึ่งในตอนนี้เรามีรูปแบบโครงการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากโครงการพาคนกลับบ้านแล้ว ยังให้มีการโทรเข้าหาผมโดยตรงก็เป็นการดำเนินงานรูปแบบใหม่ซึ่งในเรื่องนี้ไม่มีแผน ไม่มีโครงการแต่เราจะใช้ใจแลกใจ ใจที่เขาจะกลับมาและใจที่ผมจะกลับไปรับเขา ซึ่งตั้งแต่ดำเนินโครงการนี้มามีคนเข้าร่วมโครงการนี้ทั้งหมด 9 คน สภาพชีวิตตอนนี้ดีขึ้น ส่วนมากจะยังมีปัญหาในเรื่องของกฎหมาย แต่เขาก็ยอมรับแล้วว่าเข้ามารายงานตัวแล้วก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายของประเทศไทยตอนนี้ในเรื่องคดีเป็นหน้าที่ของทนายความ ที่ต้องต่อสู้กันไปตามกระบวนการยุติธรรม หากไม่มีความผิดก็กลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติ ส่วนเจ้าตัวก็มีการทำมาหากินตามปกติ ใช้ชีวิตกับครอบครัวไปอย่างมีความสุข ซึ่งตอนนี้เขาก็อยู่ที่บ้านแต่อยู่ในสถานะผู้ต้องหา ตอนนี้คนที่เข้าร่วมโครงการก็ยังมาเยี่ยมมาหาผม เขาบอกว่า เขาสบายใจได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับคนในครอบครัว นอกจากนี้แล้วผมยังได้นำแนวทางการนำผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย มาสนับสนุนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อกำหนดกรอบทิศทาง และการปรับแผนงานกลยุทธ์ใหม่ในการดำเนินงานโครงการพาคนกลับบ้าน เพื่อร่วมกันพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มาเป็นวิทยากรพิเศษเพื่อบรรยายให้กับผู้เห็นต่างรับฟัง โดยกลุ่มเป้าหมายของเราคือผู้นำศาสนา ผู้นำท้องถิ่น ญาติพี่น้องของผู้เห็นต่างและประชาชนในพื้นที่ โดยเราจะให้ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยมาบรรยายให้ฟังว่าก่อนที่เขาจะเป็นคอมมิวนิสต์นั้นเป็นอย่างไร เข้ามาเป็นผู้ก่อการคอมมิวนิสต์แล้วหนีเข้าป่านั้นเป็นอย่างไรและเมื่อมีนโยบาย66 / 23 เขารู้สึกอย่างไรถึงได้เดินทางออกมาแล้วเข้ามาร่วมเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย และเมื่อเข้ามาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยแล้วได้อะไรบ้างและปัจจุบันได้ทำอะไรอยู่ อนาคตเขาจะทำอะไรต่อไปก็จะนำตรงนี้มาช่วยกัน ทางผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยก็ได้ตอบรับคำเชิญของเราแล้วซึ่งตอนนี้เราได้กำหนดวันที่ว่าจะเริ่มดำเนินการ การบรรยายพิเศษของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยในรุ่นแรกเราจะเริ่มกันในปลายเดือนก.ค.นี้ - โดยส่วนตัวแล้ว แม่ทัพภาค 4 ประเมินหรือไม่ว่า การดำเนินการโครงการพาคนกลับบ้าน”ของเรา ได้รับการขานรับที่ดี อาจทำให้ฝ่ายผู้ก่อการณ์ หาทางตอบโต้ ขัดขวาง พวกที่ขัดขวางโครงการพาคนกลับบ้านก็ย่อมมีอยู่แล้วพูดง่ายๆ คือเป็นพวกที่เป็นเด็กดื้อ เพราะเราก็เปิดช่องให้ผู้เห็นต่างเข้ามาร่วมพัฒนาชาติไทย แต่ก็ยังมีพวกที่ดื้อ คนพวกนี้คือพวกที่ไม่มีงานทำ ไม่มีอาชีพ ไม่มีรายได้ พวกที่มีปมด้อยของตัวเองก็พยายามที่จะใช้วิธีรุนแรง ทำเป็นว่าตัวเองเก่งแต่ไปอยู่บนเขา วิ่งหลบๆซ่อนๆ ก็ไปข่มเหงกดขี่พวกคนใหม่ที่มีการศึกษา ไม่ให้เข้าร่วมพัฒนาชาติไทย แต่เราก็ได้บอกช่องทางให้กับคนรุ่นใหม่และเริ่มทยอยกันเข้ามา ซึ่งหลังจากที่เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้านทางกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าก็ได้มีการส่งเสริมอาชีพ โดยมีโรงเรียนช่างฝีมือเข้ามาร่วมด้วย ทั้งภาครัฐและเอกชนโดยที่เค้าจะเข้ามาสอนอาชีพให้และดูว่าคนไหนอยากทำอาชีพอะไรและที่สำคัญมีโครงการพระราชดำริถึง 22 โครงการและสามารถ รองรับบุคคลเหล่านี้ได้ซึ่งโครงการพระราชดำรินี้พระองค์ท่านทรงทำให้กับชาวบ้านได้มีงานทำ มีอาชีพเลี้ยงตัวเอง - พฤติกรรมการท้าทายเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะในส่วนที่ดูแลรับผิดชอบ3จว.ภาคใต้ เช่นนี้ ประเมินว่าต้องการหวังผลดิสเครดิตมาถึงรัฐบาลด้วยหรือไม่ ก็มีบ้างแต่พวกนี้จะเป็นกลุ่มคนกลุ่มเดียวที่หวังประโยชน์ส่วนตัวคือคนกลุ่มเดียว ที่เคยทำธุรกิจผิดกฎหมายทั้งหมดในพื้นที่ภาคใต้ เป็นผู้มีอิทธิพล เมื่อมีนักลงทุนข้างนอกอยากเข้าไปลงทุนข้างในเพื่อให้มีความเจริญในพื้นที่สามจังหวัดใช้แดนภาคใต้ คนกลุ่มนี้ก็จะอาศัยเด็กรุ่นใหม่ให้ก่อเหตุความรุนแรง เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้นักลงทุนลากเข้ามาลงทุนในพื้นที่ พูดง่ายๆคือกลุ่มคนพวกนี้ต้องการที่จะสร้างสถานการณ์ สร้างความกลัวเพื่อที่จะไม่ให้นักลงทุนเข้ามาพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ หากถามว่าสถานการณ์ลดลงหรือเพิ่มขึ้นหรือไม่ตั้งแต่ที่ผมเข้ามารับตำแหน่งแม่ทัพภาค 4 ผมก็ตอบไม่ได้ก็ต้องให้ประชาชนดูสถานการณ์เอง เพราะตัวผมเองก็ไม่ได้อยากจะเปรียบเทียบ ซึ่งสถานการณ์ในตอนนี้ก็เกือบจะเป็นปกติอยู่แล้ว แต่มีเพียงบางคนแค่นิดเดียวที่พยายามจะสร้างปมเด่นของตัวเองเพราะตัวเองเป็นคนมีปมด้อยพยายามที่จะก่อเหตุ หลายๆอย่างไปเรื่อยๆทั้งๆที่เหตุการณ์นั้นไม่ได้มีอะไร ซึ่งตอนนี้ในทุกจังหวัดเขาก็วุ่นวายกับการทำมาหากิน ส่วนตัวผมบอกได้เลยว่าไม่ต้องการแย่งมวลชนกับใคร คนที่อยากลงมาเขาก็ลงมาเอง เราไม่ไปเรียกให้ลงมาเพราะอย่างไรเขาก็ไม่เชื่อ เขาเชื่อแค่ผู้นำศาสนาและครอบครัวของเขาเท่านั้น ก็ให้ครอบครัวของเขาจัดการกันไปทางเราเองก็ทำตามนโยบายของรัฐบาล มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน และเราก็ทำแบบรวมไปถึงเข้าใจ เข้าถึง พัฒนาสร้างตอนนี้เราก็ทำสำเร็จแล้วเมื่อเขารู้ว่าเราทำสำเร็จเขาก็พยายามที่จะก่อเหตุหลายๆครั้ง ครั้งละนิดละหน่อย ผมเห็นว่า มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยถ้าจะให้เปรียบเทียบก็คงยาก เพราะพวกนี้ทำไปเพราะลดปมด้อยของตัวเองเท่านั้นเอง ในช่วงแรกที่มีกระแสข่าวว่ามีการจัดฉากที่ผมเอาเฮลิคอปเตอร์ ไปรับผู้ที่เห็นต่าง ถามว่าผมจะทำไปเพื่ออะไร บางคนมีหมายจับ7-8 หมาย หากผมจัดฉากจริงเขาก็คงไล่ยิงผม ตอนนี้ก็มีการตั้งค่าหัวผมตั้ง 1ล้านบาทผมจะไปจัดฉากเพื่ออะไร ผมอยู่ของผมดีๆไม่ดีกว่าหรือ กับการที่ต้องเข้าไปในป่าเข้าไปในหมู่บ้านมันมีความเสี่ยง คนที่พูดเขาอาจทำไม่ได้ ผมถือคติว่าคนโง่อยู่ที่ปาก คนฉลาดอยู่ที่ใจ - ความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ เป็นอย่างไรบ้าง และถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ในภาคใต้ด้วยใช่หรือไม่ และมีอะไรอยากฝากเพิ่มเติม ในจุดนี้ คนในพื้นที่มีผลในการแก้ปัญหาสถานการณ์อยู่แล้วเพราะเป็นพื้นที่ภูมิลำเนาของเขาเองและประชาชนในพื้นที่เขาก็ปฏิเสธความรุนแรงในทุกรูปแบบ ซึ่งผมได้ทำการพูดคุยกับผู้นำศาสนาท่านก็ให้ความช่วยเหลือผมมาตลอด เข้าไปช่วยพูดกับกลุ่มคนเหล่านี้ สถานการณ์ก็เลยดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เหลือแค่เพียงบางส่วนเท่านั้นที่ยังเป็นเด็กดื้อที่ยังเกเร ในตอนนี้ชาวบ้านก็ให้การปฏิเสธกลุ่มคนเหล่านี้ และตอนนี้ชาวบ้านก็เป็นเครือข่ายให้กับทางรัฐบาลโดยช่วงหลังจะเห็นได้ว่าทางรัฐบาลได้มีการจับกุม มีการเชิญตัวหรือพิสูจน์ทราบตัวตนของคนก่อเหตุได้เยอะ เพราะชาวบ้านในพื้นที่ให้ความร่วมมือและให้เบาะแส ให้ข่าวคราว เป็นหูเป็นตาให้กับทางรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นไทยพุทธ ไทยมุสลิมหรือไทยจีน ก็ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลทั้งสิ้นทำให้ คนกลุ่มนี้ ที่ก่อความไม่สงบ ไม่มีที่ซ่อนเพราะผมเคยบอกไว้ว่าหากใครให้ที่พักอาศัยก็มีความผิดเช่นกันโดยจะมีโทษเราจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดหากใครให้ที่พักพิงกับกลุ่มคนเหล่านี้ ในพื้นที่ทุกคนต้องการความสงบ ไม่มีใครชอบความรุนแรงแม้กระทั่งตัวพวกเราเองก็ไม่ได้ชอบความรุนแรงแต่มีเพียงกลุ่มนี้ ที่พยายามจะสร้างปมเด่นของตัวเองว่าเป็นคนเก่งคนกล้าหาญแต่ในความจริงแล้วไม่ได้กล้าหาญ ยิงเขาแล้วก็วิ่งหนี ใส่ชุดผู้หญิงพรางตัวมาทำร้ายคนอื่น ผมว่าพวกนั้นไม่ใช่คนเก่งแต่เป็น คนขี้ขลาดมากกว่า - คาดว่าในอนาคตเราจะจัดการกับคนเหล่านี้ หรือให้เขาเข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้านไก้หรือไม่ ผมคิดว่าในอนาคตไม่ไกลสถานการณ์ภาคใต้มีความสงบลงทั้งหมดอย่างแน่นอน เพราะว่าความร่วมมือของประชาชนในพื้นที่ และตัวผู้เห็นต่างเอง ทุกอย่างอยู่ที่ใจถ้าเขาไม่มีใจให้รัฐบาลอย่างไรเสียเหตุการณ์ก็ต้องเกิดขึ้นทุกวันทั้งปืน และระเบิดหาซื้อได้ง่าย ถ้าเขามีใจให้เรา เหตุการณ์ร้ายๆก็จะไม่เกิด อีกอย่างเพราะเราเอาอาชีพ เอารายได้ เอางานให้เขา รวมทั้งส่งเสริมอาชีพให้กับครอบครัวของเขาทำให้เขาเห็นว่ามีอนาคตและลูกเขาที่กำลังจะเกิด มีอาชีพรองรับอย่างแน่นอนครอบครัวเขาอยู่สบายมีงานทำเขาก็คงไม่เข้าไปในป่า