รัฐสภาล่มอีกรอบ! ก่อนปิดสมัยประชุม "ฝ่ายค้าน" อัดรัฐบาลไม่ลงมติร่างพ.ร.บ.การศึกษาชาติ
วันที่ 17 ก.ย.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมร่วมกันของรัฐสภา พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.... ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอ ที่ประชุมได้พิจารณามาตั้งแต่เวลา 10.30 น. จนถึงเวลา 20.00 น. มีผู้อภิปรายรวม70 คน ซึ่งส่วนใหญ่แสดงความเห็นโต้แย้งต่อเนื้อหาร่างพ.ร.บ. หลากหลายประเด็น โดยเฉพาะการบัญญัติกฎหมายที่มีลักษณะไม่ยืดหยุ่น และรวบอำนาจไว้ที่ส่วนกลาง ขาดแผนการพัฒนาการศึกษาที่เน้นให้ผู้เรียนมีความพร้อมและรู้เท่าทันยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลง พร้อมเรียกร้องให้ปรับแก้ไข
หลังจาก สมาชิกอภิปรายครบทั้งหมดแล้ว น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวขอขอบคุณสมาชิกฯ ทุกท่านที่เล็งเห็นความสำคัญของร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... อีกทั้งยังให้ข้อเสนอแนะและข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์ต่อร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการจะน้อมรับข้อเสนอแนะไปแก้ไข และฝากไปยังคณะกรรมาธิการนำข้อสังเกตไปพิจารณาปรับแก้ไขเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อคณะครู บุคลากรทางการศึกษา รวมทั้งเด็กและเยาวชนที่มีความเกี่ยวข้องต่อร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ต่อไป
จากนั้นนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ฐานะประธานการประชุม สอบถามกับคณะกรรมการประสานงาน 3 ฝ่าย ว่า มีปัญหาหรือไม่จะหาขอมติที่ประชุม
นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ได้ลุกขึ้นแจ้งต่อที่ประชุมว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการหารือกันแล้วว่าขอให้มีการเลื่อนลงมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติการศึกษาฯในการประชุมครั้งถัดไป
ด้านนายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทยได้ลุกขึ้นกล่าว ว่า ไม่เห็นด้วย
ทำให้นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม ถามถึงผู้ควบคุมเสียงจากทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภาว่า ได้มีการตกลงในเรื่องการลงมติร่วมกันไว้ก่อนหน้านี้อย่างไรหรือไม่
นายอรรถกร ได้ลุกขึ้น กล่าวยืนยันว่ายึดแนวทางที่ได้กล่าวข้างต้นว่าในวันนี้ได้มีการอภิปรายในครั้งนี้ให้จบและปิดสมัยการประชุมนี้เพื่อขอให้ลงมติรับหลักการในการประชุมครั้งถัดไป
ต่อจากนั้นนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ได้ลุกขึ้น กล่าวว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านเราได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาการอภิปรายก็สมบูรณ์แบบ เหลือเพียงขั้นตอนสุดท้ายว่าเราจะลงมติรับหลักการหรือไม่ เพื่อจะได้ไปทำหน้าที่กันต่อในช่วงปิดสมัยประชุม โดยร่างพระราชบัญญัติการศึกษาเป็นกฎหมายสำคัญกับประเทศชาติ หากเราไม่ลงมติในขณะที่มีสมาชิกรัฐสภาอยู่พร้อมหน้ากันขณะนี้ เราจะไปตอบสังคมกันได้อย่างไร เราควรทำหน้าที่ของเราให้สมบูรณ์พร้อม เราต้องลงมติรับหลักการและตั้งคณะกรรมาธิการต่อ
โดยนายชวน ได้กล่าวว่า ตามหลักแล้วเมื่ออภิปรายแล้วเสร็จจะต้องลงมติต่อตามข้อบังคับ
จากนั้นนายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ได้ขอหารือในที่ประชุมว่าในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาวันนี้มีร่างพระราชบัญญัติเข้ามาจำนวนสองร่างพระราชบัญญัติคือร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติและร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ จึงเห็นว่าควรมีพระราชบัญญัติ 2 ร่างนี้ไปคู่กัน หากวันนี้ประธานรัฐสภาจะดำเนินการให้ลงมติมันก็จะไม่สมบูรณ์ จึงเห็นด้วยกับการขอให้ลงมติในคราวหน้า ทางวิปวุฒิสภาไม่ขัดข้อง
ทางด้านนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติเป็นธรรมนูญสำคัญที่สุดของการศึกษาไทย และเป็นกฎหมายปฏิรูปที่รัฐบาลเสนอเข้ามาเอง ซึ่งแต่เดิมมีร่างของพรรคก้าวไกลและร่างของ ส.ส.อีกหลายร่าง ก็ถูกนายกรัฐมนตรีปัดตกไปวันนี้ถ้าเลื่อนการลงมติต้องเลื่อนออกไปอีก 2 เดือน จึงคิดว่าเป็นการไม่รับผิดชอบต่อประชาชนของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล
ท้ายที่สุดนายชวน ได้ดำเนินการตามข้อบังคับการประชุมร่วมกันของรัฐสภาคือเดินหน้าลงมติในวาระที่หนึ่ง ซึ่งภายหลังการตรวจสอบองค์ประชุมเพื่อลงมติในวาระที่ 1 กว่า 10 นาที พบว่ามีสมาชิกรัฐสภาอยู่เป็นองค์ประชุมจำนวน 365 คน
จากนั้นนายชวน จึงให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อ่านพระบรมราชโองการประกาศพระราชกฤษฎีกาปิดประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง พ.ศ. 2564
ต่อมานายชวน ได้กล่าวว่า "ขอบคุณสมาชิกทุกคน พบกันวันที่ 1 พ.ย. ขอปิดประชุมครับ"