"อดีตบิ๊ก ศรภ." ชี้สถาบันฯกับประชาชนเป็นจุดแข็งประเทศไทยที่เหลืออยู่

การเมือง29 ม.ค. 2567 • 20:48 น.
"อดีตบิ๊ก ศรภ." ชี้สถาบันฯกับประชาชนเป็นจุดแข็งประเทศไทยที่เหลืออยู่

วันที่ 29 ม.ค.67 พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ ศรภ. โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์ ระบุว่า  ก้าวไกล เอาสถาบันฯไปหาเสียงจริง ตามฟ้อง หรือเปล่า

กรณีที่มีผู้ไปยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวหาพรรคก้าวไกลที่เสนอ ร่าง พรบ.แก้ไขประมวลกฏหมายอาญา (ฉบับที่…) พ.ศ…..มีจุดประสงค์ที่จะยกเลิก ม.112 โดยใช้เป็นนโยบายการหาเสียงเลือกตั้ง ซึ่ง คดีนี้จะเข้าสู่การพิจารณาใน 31 มกราคมนี้

คุณ ไอติม โฆษก พรรคก้าวไกล ได้ระบุว่า (1) พรรคก้าวไกล หรือ ส.ส.พรรคก้าวไกล ไม่มีการกระทำไดที่เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง โดยไม่ได้ระบุว่า เรื่องอะไร แต่เมื่อโฆษกพรรค พูดถึงเรื่องนี้อยู่ ก็น่าจะหมายความถึงเรื่อง ม.112 นั้นเอง ซึ่งกรณีนี้ช่างกล้าพูดออกมาได้อย่างไร เมื่อหันกลับไปดูเรื่องเดิมๆ หรือ ไอติมในฐานะโฆษกพรรคเพิ่งเข้ามาอยู่ใหม่

(2) ร่างกฏหมายใดๆไม่สามารถเข้าสู่การล้มล้างการปกครองได้ เพราะยังมีการพิจารณาอีกหลายขั้นตอน ซึ่งผมก็ว่าไม่จริงอีก เพราะ เมื่อมาพิจารณาถึงข้อเท็จจริงที่พรรคก้าวไกลเกี่ยวข้องกับ ม.112 แล้วนั้น พอสรุปได้ดังนี้

พรรคก้าวไกล หรือ ส.ส. พรรคก้าวไกล เคยใช้ ม.112 ออกมาหาเสียงแน่นอน แต่จะเข้าข่ายตามมาตรฐานของศาล หรือเปล่า เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ในร่าง พรบ.ของพรรคก้าวไกล จะเขียนว่า "ร่างแก้ไขประมวลกฏหมายอาญา...." แต่ในมาตรา 4 ของร่างฯ เขาเขียนไว้ชัดเจนว่า "ให้ยกเลิกมาตรา 112 แห่งประมวลกฏหมายอาญาซึ่งแก้ไขเพิ่มเติ่มโดยคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่4ลง21ต.ค.19 ซึ่งสามารถที่จะขอแก้ไขเพาะข้อความได้ โดยไม่ต้องยกเลิก แต่ทำไมต้องใช้คำว่า”ยกเลิก”

(3) ยังมีสาระสำคัญ ที่จะเสนอให้มีการแก้ไขอีกมาก เช่น (1)กำหนดให้ลดโทษตาม ม.112 ลงเหลือไม่เกิน 1 ปี สำหรับพระมหากษัตริย์ โดยไม่มีโทษขั้นต่ำด้วย และยังสามารถยอมความกันได้อีก (กฏหมาย ม.112 นี้ เป็นกฏหมายในหมวดความมั่นคง พระมหากษัตริย์ไม่ใช่คู่กรณีกับผู้กระทำความผิด) กรณีนี้ ทางพรรคก้าวไกลจึงพยายามขอแก้ไขให้ย้าย ม.112 จากหมวดความมั่นคง ไปสู่หมวดอื่น และยังห้ามประชาชนไปฟ้องร้องแทนอีกด้วย โดยเปลี่ยนไปเป็นสำนักพระราชวังเป็นผู้ฟ้องแทน นอกจากนั้นยังเพิ่มเหตุที่ทำให้ ไม่ต้องรับโทษเข้าไปอีก ซึ่งเป็นการกระทำโดยไม่เข้าใจเลยว่า กฏหมาย ม.112นี้ เป็นต้นแบบการคุ้มครองสิทธิ ของเอค อัครราชทูตประเทศต่างๆ ตำรวจ ทหารที่ปฎิบัติหน้าที่ ศาล องค์กรระหว่างประเทศ ซึ่งจะต้องมีการแก้ไขถึงขนาดนี้ กระทบต่อกันไปเป็นลูกระนาด แม้แต่สิทธิ ส.ส.เอง

(4) คดีนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของคุณพิธา แบบคดีที่แล้ว แต่เป็นคดีที่จะส่งผลกระทบต่อประเทศชาติ เป็นส่วนร่วม

- ผลการพิจารณาของศาล คนเขียนกันไว้แยะแล้ว ก็คงปล่อยให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินเอง ซึ่งก็ไม่น่าตัดสินยากเลยครับ

ถ้าไม่เข้าไปยุ่งกับพระองค์ ใครจะเดือดร้อนจากกฏหมายนี้  สถาบันฯกับประชาชนนั้น เป็นจุดแข็งเพียงเรื่องเดียวที่ประเทศไทยยังเหลืออยู่ ครับ ต้องช่วยกันดูแลหน่อยครับ

 

 

ขอบคุณ เฟซบุ๊ก พลโท นันทเดช เมฆสวัสดิ์