"ดร.นิว" ข้องใจ "จตุพร" ลดเพดานไม่แตะทุนสามานย์ ดูท่า "ไทยไม่ทน" จะล้มเหลวตั้งแต่ในมุ้ง
เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.64 นายศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ "ดร.นิว" นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว Suphanat Aphinyan ระบุว่า "ไทยไม่ทน" ดูท่าจะล้มเหลวตั้งแต่ในมุ้ง
ตอนแรกคุณตู่ จตุพร พรหมพันธุ์ กล้าเอ่ยถึง #นายกลาง เจ้าสัวใหญ่ด้านพลังงานคนหนึ่ง มีอำนาจเหนือทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน กำลังแทรกแซงไปสู่การมีอำนาจเหนือระบอบการปกครอง กล่าวไว้เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2564
"...กลุ่มทุนผูกขาดและบรรดาเจ้าสัวทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าสัวด้านพลังงาน เราเองได้เคยเห็นกรณีการควบรวมกิจการ ที่เรียกว่ามีอำนาจเหนือการตลาด แต่กลุ่มทุนนี้มีอำนาจเหนือรัฐ และกำลังจะมีอำนาจเหนือระบอบการปกครอง มีอำนาจเหนือทุกสิ่งทุกอย่างที่จะกำหนดให้ผู้ปกครอง หรือแม้กระทั่งในระบบรัฐสภานี้ขี้นกับตัวเองทุกฝ่าย..."
"...มีนายทุนคนหนึ่ง ซึ่งวันนี้สามารถกำหนดการได้ มีอำนาจเหนือรัฐบาล เหนือรัฐมนตรี และที่สำคัญที่สุดกำลังจะฮั้วประเทศไทย เลวร้ายมากกว่าคำว่าระบอบรัฐสภา เลวร้ายมากกว่าคำว่าทุนสามานย์..."
ทั้งๆที่เปิดประเด็นออกมาถึงขนาดนี้ภายใต้การเคลื่อนไหว #ไทยไม่ทน แต่สุดท้ายคุณจตุพรก็กลับลำแล้วลดเพดานของการเคลื่อนไหวกลับลงมาที่พลเอกประยุทธ์ ทั้งๆที่ปัญหาจริงๆเป็นปัญหาระบอบ ไม่ใช่ปัญหาบุคคล เป็นปัญหาของระบอบเผด็จการนายทุน ซึ่งเข้ามาตักตวงผลประโยชน์ของชาติและประชาชน แย่งชิงกันแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเข้ามาคอรัปชั่นเชิงนโยบายเอื้อผลประโยชน์ทางธุรกิจ แปรรูปรัฐวิสาหกิจแล้วถือครองผ่านนอมินี ตลอดจนสัมปทานผูกขาดอีกเป็นจำนวนมาก
ข้อเสนอของคุณจตุพรที่ลดเพดานลงมาจึงดูตื้นเขิน เพราะต่อให้สามารถไล่พลเอกประยุทธ์ออกไปได้สำเร็จ แต่ระบอบเผด็จการนายทุนก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม แล้วการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้อย่างไร? คุณจตุพรคิดดีแล้วหรือ?
Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์
อยากรู้จังเลยว่า "ปิยบุตร แสงกนกกุล" กับ "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" ในนามของคณะก้าวหน้า รวมถึงพรรคก้าวไกลที่ทำเป็นเก่งกับสถาบันพระมหากษัตริย์ จะกล้าแตะนายกลางผู้นี้หรือไม่? หรือ พวกเขาแค่ออกมาสนตะพายม็อบสามนิ้วด้วยการปั่นกระแสบิดเบือนในโซเชียลมีเดีย หวังทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์ดูเป็นตัวร้ายเพื่อปกป้องและปกปิดผู้ร้ายตัวจริง ซึ่งกำลังแอบฮั้วสัมปทานครั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า? ตลอดจนอาศัยกระแสของความขัดแย้งอันเนื่องมาจากการบิดเบือนให้ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ และดราม่าไร้สาระอีกจำนวนมากในโลกโซเชียล เพื่อปิดหูปิดตาของประชาชน คอยเบี่ยงเบนให้สัมปทานครั้งใหญ่กลายเป็นเรื่องที่เงียบสนิทที่สุด? "