"กลุ่มคราฟเบียร์" แค้น รบ.ห้ามขายสุราออนไลน์ ลั่น เตรียมเข้าร่วมชุนนุม 19 ก.ย.นี้ ในฐานะ "กลุ่มสุราปลดแอก"
"กลุ่มคราฟเบียร์" ยั๊ว รบ.ห้ามขายสุราออนไลน์ บอกเป็น "เผด็จการทางสุขภาพ" ลั่น เตรียมเข้าร่วมชุนนุม 19 ก.ย.นี้ ในฐานะ "กลุ่มสุราปลดแอก"
เมื่อวันที่ 10 ก.ย.63 ที่รัฐสภา ตัวแทนผู้ประกอบการ และผู้บริโภคคราฟเบียร์แห่งประเทศไทย นำโดย นายศุภพงษ์ พรึงลำภู เข้ายื่นหนังสือผ่านนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมสุรา คณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อคัดค้านการบังคับใช้ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยวิธีการหรือในลักษณะการขายทางอิเล็กทรอนิกส์
โดยนายศุภพงษ์ กล่าวว่า พวกตนรู้สึกโกรธมาก เพราะการกระทำแบบนี้ ขอประณามว่าเป็นเผด็จการทางสุขภาพ โดยเป็นการริดรอนการเข้าถึงข้อมูลสิทธิในการประชาสัมพันธ์ ซึ่งกำลังสร้างความเหลื่อมล้ำครั้งใหญ่ เป็นการนำเยาวชนมาอ้างเพื่อออกกฎหมายห้ามขายผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ใช่แค่เฉพาะออนไลน์ เพราะเป็นทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้โลกกำลังเคลื่อนไปข้างหน้า การห้ามขายสุราทางอิเล็กทรอนิกส์ไม่ได้เป็นการปกป้องเยาวชน แต่เป็นการบังคับให้ทุกคนไปซื้อสุราที่ร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า หรือบาร์ ทั้งนี้หน่วยงานสาธารณสุข รณรงค์เรื่องการเมาไม่ขับ ซึ่งการออกกฎหมายโดยไม่มีการคำนึงถึงผู้ประกอบการรายย่อยหรือผู้ประกอบการธุรกิจทั้งหลาย ซึ่งมีใบอนุญาตการขายสุราในประเทศไทยมากกว่า 5 แสนใบ ทั้งหมดนี้คือจำนวนประชาชนที่ประกอบกิจการอย่างสุจริต แต่สิ่งที่ท่านกำลังทำตอนนี้กำลังทำลายอาชีพ และทำลายธุรกิจที่ดำเนินการอย่างยากลำบากมาตลอด ทั้งนี้ให้ความร่วมมือกับภาครัฐในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ดังนั้นพวกเราจะไม่ยอมอีกต่อไป โดยในวันที่ 19 ก.ย.พวกเราจะขอไปร่วมชุมนุมในฐานะกลุ่มสุราปลดแอก เพื่อยับยั้งกฎหมายดังกล่าวให้ได้
ด้านนายเท่าพิภพ กล่าวว่า ในฐานะที่ตนดำเนินการเรื่องนี้มาโดยตลอด พรรคก้าวไกลขอแสดงจุดยืนว่าเราไม่เห็นกับการออกกฎหมายควบคุม เข้าใจว่าเรื่องสุราต้องมีการควบคุม แต่การขายออนไลน์เคยเสนอว่า สามารถตรวจบัตรหรืออายุของผู้ซื้อ หรือผู้รับได้ ซึ่งมีกระบวนการอยู่ และในหลายๆ ประเทศได้ดำเนินการแล้ว อย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีระบุว่าไทยแลนด์ 4.0 ในขณะนี้กลายเป็นไทยแลนด์ 0.4 ทั้งนี้ การดื่มสุราที่บ้านทำให้ลดการใช้รถยนต์ป้องกันปัญหาเมาแล้วขับ ตนในฐานะประธานอนุกรรมาธิการฯ จะรับเรื่องดังกล่าวไว้ และนำไปพิจารณาในคณะอนุกรรมาธิการฯ เพื่อนำเสนอสภาพิจารณาต่อไป