"กมธ.กม.ปฏิรูปตำรวจ" เร่งพิจารณา ขีดเส้น พ.ย.นี้ชงรัฐสภา พิจารณาวาระสอง
วันที่ 8ต.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการประชุมกรรมาธิการวิสามัญ (กมธ.) พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ รัฐสภา ที่มีนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธาน ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เร่งรัดการพิจารณา โดยจัดประชุมพิจารณาเนื้อหา 3 วันต่อสัปดาห์เป็นครั้งแรก
สำหรับผลการพิจารณาเบื้องต้น นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย ฐานะกมธ.ฯ เปิดเผยว่ากมธ.ฯ ได้มอบหมายให้อนุกรรมาธิการฯ พิจารณาเนื้อหา จำนวน 3 หมวด คือ หมวด 1 ว่าด้วยการจัดระเบียบราชการข้าราชการตำรวจ ที่วางหลักการให้คำนึงถึงระบบคุณธรรม, หมวด 2 ตำแหน่งและการดำรงตำแหน่งและ หมวด3 ว่าด้วยการบรรจุ การแต่งตั้ง และการเลื่อนขั้นเงินเดือน ทั้งนี้อนุกมธ.ฯ จะนัดพิจารณารายละเอียดอย่างต่อเนื่องและคาดว่า ในวันที่ 14 ตุลาคม ที่กมธ.นัดประชุมอีกครั้งจะนำเสนอเนื้อหาให้พิจารณาได้
นายขจิตร กล่าวด้วยว่า ส่วนกมธ. ชุดใหญ่ ได้พิจารณาต่อในหมวด 4 ว่าด้วยเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง และเงินเพิ่มอื่น รวมถึงหมวด 5 การรักษาราชการแทนและปฏิบัติราชการแทน เบื้องต้นในส่วนของหมวด 4 นั้น มีข้อเสนอจากกมธ. รวมถึงตน ที่ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จัดทำรายละเอียดเกี่ยวกับเงินเดือน ค่าตอบแทนและเงินเพิ่ม นอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนดเพื่อให้เกิดการปฏิรูปอย่างแท้จริง โดยยกตัวอย่างจากการให้ค่าตอบแทนของตำรวจชุมชนในประเทศญี่ปุ่นที่ได้รับค่าตอบแทนเมื่อทำงานให้บริการประชาชนทำให้ตำรวจในประเทศญี่ปุ่น มีขวัญกำลังใจ ทำงานหนักเพื่อให้บริการประชาชน
“เงินเดือน ค่าตอบแทน แนบท้ายพระราชบัญญญัตินั้นผมมองว่าทำให้เกิดการปฏิรูปไม่ได้ เพราะมีข้อจำกัด ใช้แบบบัญชีราชการ ทำให้ตำรวจไร้กำลังใจและยังมีพฤติกรรมขูดรีดประชาชน ดังนั้นสิ่งที่สตช. ต้องคิด คือการออกแบบค่าตอบแทนตามผลงานที่เขาทำ เพื่อให้ตำรวจอยู่และทำงานอย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี พร้อมเสนอให้ดูตัวอย่างจากต่างประเทศ โดยไม่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดของการงบประมาณของประเทศ” นายขจิตร กล่าว
เมื่อถามว่าในหมวดค่าตอบแทนนั้นกำหนดให้มีเงินเพิ่มตามการพิจารณา ครม.ได้ และตามภาวะเศรษฐกิจไม่เพียงพอใช่หรือไม่ นายขจิตร กล่าวว่า “ไม่มีใครคิดจะใช้กฎหมายเพื่อปฏิรูป และหลายเรื่องเนื้อหามีความล้าหลัง”
เมื่อถามถึงแผนการทำงาของกมธ. นายขจิตร กล่าวว่า กมธ.ฯ กำหนดแผนการทำงาน และจะเสนอให้นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาเพื่อพิจารณาบรรจุในวาระพิจารณาในการประชุมสภาฯ สมัยหน้า คือ เดือนพฤศจิกายน ส่วนตัวมองว่ากมธ.ควรเร่งทำงานให้เสร็จก่อน 15 พฤศจิกายน เพื่อนำเสนอให้รัฐสภาพิจารณาวาระสอง ซึ่งการเร่งรีบให้กมธ.ฯทำงานนั้น ต้องมีความรอบคอบ