“กรณ์” ชี้ อนาคตประเทศไทย คือการใช้นวัตกรรม สร้างเศรษฐกิจรูปแบบใหม่
วันที่ 31 มี.ค.65 นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า กล่าวว่า ระบุว่าปัจจุบันเราอยู่ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ วิกฤตินี้อาจไม่เหมือนในอดีตเพราะเป็นวิกฤตระดับประชาชน ซึ่งประชาชนวันนี้มีปัญหาเรื่องการทำมาหากิน มีรายได้น้อย สินค้าราคาแพง ค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น และปัญหาของวิกฤติภาคประชาชนในครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะประชาชนคนยากคนจน แต่ชนชั้นกลางกำลังเดือดร้อนอย่างสาหัส
“เราเคยมีความหวังว่าจะสร้างประเทศด้วยการเพิ่มชนชั้นกลาง เช่นเดียวกับนักศึกษาที่กำลังจะจบการศึกษา ก็รู้สึกว่าขาดความหวังและไม่มีโอกาสทางเศรษฐกิจ รวมถึงเกษตรกรที่วันนี้ก็ได้รับความเดือดร้อนเรื่องผลผลิตและต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น โอกาสในการเข้าถึงการตลาดขาดการพัฒนา และในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมา นอกจากเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นจากวิกฤติโควิด19 แถมยังมาเจอวิกฤตของสงครามเข้ามาอีกด้วย มาตรการชุดความคิดนโยบายที่อิงกับความคิดในอดีตไม่สามารถที่จะใช้การได้อีกแล้ว” หัวหน้าพรรคกล้า กล่าว
นายกรณ์ กล่าวอีกว่า ในอดีตเรานึกถึงปัจจัยการผลิตหลักอยู่ 4 ข้อ แต่วันนี้แค่4ปัจจัยไม่เพียงพอ เราต้องเปลี่ยนความคิดเราต้องเติมและอัดฉีดเข้าไปในระบบเศรษฐกิจ คือนวัตกรรมและเทคโนโลยี ที่จะมาช่วยสร้างเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นภาคเกษตรกรรม หรือผู้ประกอบการ โดยต้องสร้างด้วยการศึกษาที่ดีขึ้น ต้องมีบุคลากรที่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้ มีการฝึกในเรื่องของระบบความคิดเชิงนวัตกรรม แต่ทุกอย่างจะไม่สามารถเป็นไปได้หากประเทศไทยยังคงไว้ซึ่งระบบราชการแบบเดิม และนี่เป็นสิ่งที่พรรคกล้าต้องการนำเสนอ เพราะหากสามารถทำได้ก็จะสามารถนำพาประชาชนและประเทศชาติให้หลุดพ้นจากความยากจนและสร้างโอกาสได้
“ดังนั้นจึงต้องนำระบบราชการทั้งหมดเข้าสู่ระบบดิจิตอล ทำให้ระบบราชการอยู่ในโทรศัพท์มือถือ สิ่งที่จะตามมาคือประสิทธิภาพและต้นทุนที่ลดลง และนี่คือภารกิจที่สำคัญที่จะสร้างอนาคตของประเทศไทย ให้มีโอกาสสำหรับประชาชนที่จะก้าวหน้าได้ ซึ่งหากเราสามารถทำได้ก็จะเป็นโอกาสของประเทศชาติ แต่การจะทำได้นั้นต้องพึ่งปัจจัยเดียวที่สำคัญที่สุด คือ ทัศนคติ Mindset และความตั้งใจ ถ้าเราเปลี่ยนทัศนคตินี้ได้ มีความมุ่งมั่น มีความชัดเจน ว่าเราจะต้องเปลี่ยนแปลงในระบบราชการเพื่อปลดล็อกระบบเศรษฐกิจให้กับภาคเอกชนและประชาชน ประเทศไทยเราจะก้าวหน้าได้” หัวหน้าพรรคกล้า กล่าว