อดีตรองหัวหน้าอนาคตใหม่ วิพากษ์ลัทธิ "คอมมิวนิสต์" เมื่อ "คอมมี่ เลนิน-เหมา-ทรอตสกี้" กลับมาสร้างความบันเทิง

การเมือง8 ธ.ค. 2563 • 12:47 น.
อดีตรองหัวหน้าอนาคตใหม่ วิพากษ์ลัทธิ "คอมมิวนิสต์" เมื่อ "คอมมี่ เลนิน-เหมา-ทรอตสกี้" กลับมาสร้างความบันเทิง
พล.ท.พงศกร รอดชมภู อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีตรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า เรื่องคอมมี่ เรื่องมาร์ก เรื่องเลนิน เรื่องเหมา เรื่องทรอตสกี้ จะกลับมาสร้างความบันเทิงกันอีกแล้วนะครับ ในยุโรปพรรคการเมืองซ้ายจัดที่นั่งในสภาจะน้อยมากโดยเปรียบเทียบ จะมีแต่กลางขวาและกลางซ้ายเท่านั้นที่ผลัดกันเป็นรัฐบาล หมายความว่าในยุโรปที่นิยมเรื่องรัฐสวัสดิการและใจกว้างต่อลัทธิคอมมิวนิสต์ ผู้คนก็ยังไม่เอาแนวทางของเลนินหรือทรอตสกี้ในเรื่องเผด็จการชนชั้นกรรมาชีพ เพราะการมองปัญหาทุกอย่างเฉพาะเศรษฐกิจแบบมาร์กซิสคลาสสิค หรือ จะขยายวงเป็นมาร์กซิสใหม่ครอบคลุมปัญหาอื่น ๆเข้ามาแล้วก็ตามที จำเป็นต้องทำลายล้างระบอบทุนนิยมกระแสหลักลงเสียก่อน ซึ่งฝรั่งยังไม่ยอมรับ ในยุคปัจจุบัน ชนชั้นกรรมาชีพคือกรรมกร มีจำนวนลดลงกลายเป็นผู้ประกอบการอิสระมากขึ้นทุกที มวลชนพื้นฐานหายไปจากการต่อสู้ พันธมิตรคือชาวนาในยุโรปกลายเป็นเกษตรกรร่ำรวยด้วยการบริหารของรัฐสมัยใหม่โดยการเปลี่ยนระบบการผลิต ที่ต้องเล่าให้ฝ่ายขวาจัดฟังด้วยก็คือ แนวทางวิเคราะห์สังคมแบบมาร์กซิสไม่ใช่สิ่งเลวร้ายแบบสุดโต่ง ถ้าใครสอบเข้าเรียนระดับปริญญาตรีขึ้นไปในสหรัฐฯ จะต้องเขียนวิเคราะห์ปัญหาต่าง ๆ ด้วยวิธีวิภาษ ในภาษาอังกฤษคือ critical thinking ทุกมหาวิทยาลัย ภาษาไทยใช้คำว่า "การใช้เหตุผลแบบมีวิจารณญาน" และหลักสูตรการเรียนของไทยก็มีเพื่อให้คิดเป็น ดังนั้นอาจต้องแยกมาร์ก ออกจากเลนิน เหมา หรือทรอตสกี้ ใครจะรวมกรัมซี่ด้วยก็ได้ คาร์ล มาร์ก มีคุณประโยชน์ที่ทำให้ ทุนนิยมปีศาจในยุคต้นกลายเป็นทุนนิยมแบบรัฐสวัสดิการในสมัยนี้ จนถึงขนาดฝ่ายขวารังเกียจว่าจะทำงานเสียภาษีให้คนเกียจคร้านทำไม ในทำนองเดียวกัน คอมมิวนิสต์แบบเลนิน แบบเหมา ที่ยกสังคมที่เท่าเทียมกันในตอนต้นมาโฆษณาเช่นขนมปังทุกคนหรือที่ดินให้ชาวนาทุกคน จบสงครามตัวเองได้อำนาจเพียงผู้เดียว สุดท้ายระบบนี้ก็สร้างคนอย่างสตาลินซึ่งเป็นระบบรัฐราชการรวมศูนย์เบ็ดเสร็จ นำไปสู่ความยากไร้ และล้มตายกันเป็นจำนวนมาก การวางแผนจากศูนย์กลางรัฐนี้เองทำให้ประชาชน ยากจน คำว่า "ประชาธิปไตยแบบรวมศูนย์" ของคอมมิวนิสต์นี้ทำให้ทุกแห่งใช้คำว่า ประชาชน คำว่า ประชาธิปไตยนำหน้าชื่อประเทศกันเกลื่อนกราด ในขณะที่ประชาชนจริง ๆ ไร้ซึ่งอำนาจ ไทยเรามีรัฐบาลแบบรัฐราชการรวมศูนย์ ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีแล้ว ยังมีเรื่องต้องวิวาทะกันในแนวทางมาร์กซิสอีกว่าจะเป็นไปได้ไหมในยุคนี้ ไพร่สมัยใหม่จะลุกขึ้นสู้แบบที่หวังกันไว้หรือไม่ เหล่านายทุนจะปรับตัวกันหรือจะขูดรีดต่อไป ถึงเวลาต้องใช้รัฐสวัสดิการมาเยียวยาการขูดรีดนี้หรือไม่ ผู้ประกอบการอิสระจำนวนมากขึ้นทุกทีนี้จะเลือกข้างฝ่ายไหน สรุปแล้วจะมีทิศทางต่อไปอย่างไร จะไปถึงการเป็นมหาอำนาจในลัทธิคอมมิวนิสต์ใหม่เพื่อเป็นต้นแบบของโลกได้หรือไม่ ในเมื่อคอมมิวนิสต์คลาสสิคล่มสลายไปเหลือเผด็จการเบ็ดเสร็จไม่กี่ประเทศ แล้วฝ่ายประชาธิปไตยแบบตะวันตกอย่างผมจะอยู่ตรงไหนกันดีครับ ขอขอบคุณข้อมูล และรูปภาพจากเฟซบุ๊ก พงศกร รอดชมภู