- โฆษณา -

"รมว.นฤมล" แจ้งข่าวดี! กระทรวงเกษตรฯ เจรจาเปิดตลาดส่งออกเนื้อไก่-เป็ดดิบ ไปขายฟิลิปปินส์สำเร็จเป็นครั้งแรก

การเมือง9 พ.ค. 2568 • 08:05 น.
"รมว.นฤมล" แจ้งข่าวดี! กระทรวงเกษตรฯ เจรจาเปิดตลาดส่งออกเนื้อไก่-เป็ดดิบ ไปขายฟิลิปปินส์สำเร็จเป็นครั้งแรก

เมื่อวันที่ 9 พ.ค.68 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหัวหน้าพรรคกล้าธรรม(กธ.)เปิดเผยว่า จากเมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ตนได้ร่วมหารือกับ H.E. Francisco P. Tiu Laurel, Jr. Secretary of the Department of Agriculture รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรของฟิลิปปินส์ ถึงความเป็นไปได้ในการเปิดตลาดสินค้าเกษตร คือ เนื้อสัตว์ปีกดิบ เช่น ไก่ และเป็ดจากไทยไปขายที่ประเทศฟิลิปปินส์

- โฆษณา -

ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า ล่าสุดกรมปศุสัตว์ได้รับแจ้งจากสถานทูตฟิลิปปินส์ ประจำประเทศไทยว่า หน่วยงาน National Veterinary Quarantine Service Division- BAI ให้การรับรองสถานประกอบการ 2 แห่งในประเทศไทย ได้แก่ EST. 14 บางกอกแรนช์ และ EST. 79 พนัสโพลทรีย์ ให้เป็นผู้ส่งออกเนื้อสัตว์ปีกดิบไปยังประเทศฟิลิปปินส์ โดยได้รับการลงนามเรียบร้อยแล้ว และขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการเผยแพร่ต่อสาธารณะ ในกระบวนการขั้นสุดท้าย หน่วยงาน Bureau of Animal Industry - BAI ขอความกรุณาจากกรมปศุสัตว์ ในการจัดส่งตัวอย่างหนังสือ Health Certificate สำหรับเนื้อสัตว์ปีก เพื่อให้ทาง BAI ได้พิจารณาข้อความรับรองต่าง ๆ ต่อไป โดยกรมปศุสัตว์จะส่งร่าง H/C ให้ทาง BAI โดยเร็วต่อไป

“นับเป็นข่าวดีของเกษตรกรไทยที่จะสามารถส่งออกเนื้อสัตว์ปีกไปยังฟิลิปปินส์ได้ ซึ่งเป็นไปตามที่เราได้เคยเจรจากับทางฟิลิปปินส์ไว้ วันนี้เกิดผลสัมฤทธิ์แล้ว ฟิลิปปินส์ได้อนุญาตให้ไทยส่งออกสัตว์ปีกดิบได้ เหลือเพียงขั้นตอนของเอกสาร Health certificate แล้วเสร็จก็จะสามารถส่งออกได้ทันที โดยในช่วงแรกทางฟิลิปปินส์ได้รับรองโรงงานส่งออกของไทย 2 โรงงาน คือโรงงานเป็ด 1 โรง และโรงงานไก่ 1 โรง ซึ่งในอนาคตจะมีขยายรับรองโรงงานอื่นต่อไป ที่ผ่านมาไทยเคยส่งออกได้แต่ไก่สุก เพิ่งจะสามารถเปิดตลาดไก่ดิบได้เป็นครั้งแรก ซึ่งจะเป็นประโยชน์มาก ๆ เพราะตลาดไก่ดิบมีตลาดที่ใหญ่กว่าไก่สุกมาก โดยคาดว่า 2 โรงงานที่ได้รับรองก่อนในครั้งนี้จะสามารถส่งออกไปฟิลิปปินส์ได้ปริมาณปีละ 5 พันตัน มูลค่า 500 ล้านบาท หากมีโรงงานขึ้นทะเบียนเพิ่มเติมอีกต่อเนื่อง มีโอกาสจะแชร์ตลาดนำเข้าเนื้อสัตว์ปีกดิบของฟิลิปปินส์ได้ถึงประมาณ 25% มูลค่านับหมื่นล้านบาท และที่สำคัญจะเป็นโอกาสเพิ่มขึ้นอีกมากสำหรับเกษตรกรไทย“ศ.ดร.นฤมล กล่าวในที่สุด