พท.ซัดรัฐล้มเหลว/จี้ปปช.สอบ“หมู-ไข่”แพง

การเมือง10 ม.ค. 2565 • 17:10 น.
พท.ซัดรัฐล้มเหลว/จี้ปปช.สอบ“หมู-ไข่”แพง
พท.เหน็บ รัฐบาล “ลุงตู่” ยุค “ของแพงค่าแรงถูก” คนไทยเจอวิกฤติซ้อนวิกฤติทั้งโควิด ปากท้อง ของแพง จี้ "นายกฯ-จุรินทร์” เร่งช่วยประชาชนด่วน “องค์กรพิทักษ์รธน.”ร้อง ป.ป.ช.เอาผิด “บิ๊กเกษตรฯ-พณ.-อธิบดีปศุสัตว์” ปล่อยหมูแพง-ไข่แพง ที่พรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 10 ม.ค.65 น.ส.ชญาภา สินธุไพร รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สัญญาณอันตรายเกี่ยวกับปากท้องของคนไทยได้เริ่มขึ้นแล้วในทุกมิติ ตั้งแต่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคมีการปรับราคาสูงขึ้น พี่น้องประชาชนต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่สูงลิ่วสวนทางกับรายรับ ทั้งวิกฤติการระบาดของไวรัสโควิด-19 และวิกฤติเศรษฐกิจที่รุมเร้า ราคาสินค้าหลายรายการมีราคาแพงขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้ง ผักแพง น้ำมันแพง ค่าไฟฟ้าแพง ค่าก๊าซหุงต้มแพง ค่าทางด่วนแพง หมูแพง ล่าสุดไข่แพง เรียกว่าเป็นวิกฤติ "ของแพงทั้งแผ่นดิน" คนไทยต้องทนอยู่กับภาวะ “ของแพงค่าแรงถูก” ค่าแรงขั้นต่ำที่พรรคพลังประชารัฐให้คำมั่นสัญญาในตอนหาเสียงเมื่อปี 2562 ว่าจะปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำที่ 400-425 บาท แต่จวบจนถึงทุกวันนี้ค่าแรงยังไม่ขึ้น แต่มาขึ้นค่าครองชีพแทน นอกจากจะไร้วี่แววไม่ทำตามสัญญาแล้ว การแก้ไขปัญหาของผู้รับผิดชอบในรัฐบาลสุดแสนจะสิ้นหวัง โดยเฉพาะปัญหาราคาเนื้อหมูแพงเป็นประวัติการณ์ รัฐบาลปกปิดความจริงมาตลอด 2-3 ปี และบอกให้ประชาชนหันไปรับประทานเนื้อไก่หรืออาหารทะเลแทนเพื่อเพิ่มโปรตีน ซึ่งไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ตรงจุด ซ้ำยังทำให้เนื้อสัตว์อื่นๆ ปรับราคาขึ้นไปเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ราคาไข่ไก่คละไซส์ขอปรับราคาขึ้นจากฟองละ 2.80 บาทมาเป็น 3.00 บาท ซึ่งรัฐบาลยังเงียบไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม น.ส.ชญาภา กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้ใกล้เข้าสู่ช่วงเทศกาลวันตรุษจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในเทศกาลสำคัญที่พี่น้องประชาชนจะจับจ่ายใช้สอยซื้ออาหารเพื่อนำไปไหว้บรรพบุรุษ หากราคาสินค้ามีแนวโน้มแพงต่อเนื่อง ต้องฝากไปยังรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ ให้ดูแลควบคุมราคาสินค้าให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าเอาเปรียบประชาชน ดูแลค่าครองชีพเพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมพี่น้องประชาชนอีก ซ้ำเติมจากที่ก่อนหน้านี้ต้องเผชิญทั้งวิกฤติโรคระบาดไวรัสโควิด-19 โรคลัมปีสกิน โรคอหิวาต์แอฟริกาในหมู และวิกฤติเศรษฐกิจที่รุมเร้า จนแทบจะไม่เหลืออะไรแล้ว ยังต้องมาเผชิญกับวิกฤติของแพงทั้งแผ่นดินอีก จึงไม่เข้าใจว่าเหตุใดพลเอกประยุทธ์ จึงเวิร์กฟอร์มโฮมได้ทุกวัน นอนหลับสบายได้ทุกคืน “โรคระบาดไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะชีวิตของประชาชนเท่านั้น ยังได้สร้างความยากจนระบาดไปทุกหย่อมหญ้าทั่วประเทศ ที่ผ่านมารัฐบาลพลเอกประยุทธ์ได้พิสูจน์จนสิ้นข้อสงสัยแล้วว่าบริหารประเทศล้มเหลวทุกด้านอย่างสิ้นเชิง จนเกิดวิกฤติซ้อนวิกฤติ นอกจากประชาชนต้องแบกรับภาระค่าครองชีพที่สูงลิ่วแล้ว ประชาชนเริ่มรู้สึกว่ารัฐบาลไม่ใช่ที่พึ่งที่หวัง แต่กลับมาเป็นภาระให้ประชาชนเสียเอง” น.ส.ชญาภา กล่าว ด้าน นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ Facebook ส่วนตัว ข้อความว่า สำหรับช่วงนี้ปัญหาปากท้องของประชาชนกำลังรุมเร้ารัฐบาลอยู่ นับตั้งแต่ปัญหาราคาหมูแพง ที่รัฐบาลยังไม่สามารถแก้ปัญหาให้ราคาลดลงไปได้ นอกจากการแนะนำให้ประชาชนไปบริโภคอาหารชนิดอื่นทดแทน เช่น บริโภคไก่ หรือบริโภคอาหารทะเล ซึ่งเป็นการแก้ไม่ปัญหาไม่ตรงจุด เหมือนกับเกาไม่ถูกที่คัน เพราะความจำเป็นของประชาชนในการบริโภคอาหารแต่ละชนิด มีความจำเป็นแตกต่างกัน เช่นคนที่จะชอบกินขาหมู ก็จะไม่สมารถใช้ไก่มาทำข้าวขาหมูทดแทนได้ หรือคนที่เป็นโรคเก๊า จะไปให้กินไก่ ก็ยิ่งทำให้โรคเก๊ากำเริบขึ้น หรือคนที่แพ้อาหารทะเล ก็ไม่สามารถบริโภคอาหารทะเลได้ รัฐบาลก็ต้องเร่งหาแนวทาง ในการแก้ไขปัญหาราคาหมูแพงให้ถูกจุดโดยเร็วที่สุด นอกจากปัญหาราคาหมูแพง ที่ยังไม่คลี่คลาย ก็เกิดปัญหาราคาไข่ไก่ขึ้นราคาขึ้นมาอีก เหมือนกับเป็นการซ้ำเติมปัญหาความปากท้องของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ราคาไข่ไก่เปรียบเสมือนดัชนีวัดเศรษฐกิจปากท้องของประชาชน เพราะไข่คืออาหารพื้นฐานของคนไทย ที่นิยมบริโภค ตั้งแต่คนจนถึงมหาเศรษฐี เมื่อไข่ปรับราคาขึ้น ย่อมกระทบต่อชีวิตประจำวัน และปัญหาปากท้องของคนในระดับรากหญ้ามากที่สุด ซึ่งรัฐบาลต้องเร่งแก้ไข อย่าให้ปัญหาราคาไข่แพง กลายเป็นประเด็นทางการเมืองไป ในทุกยุคทุกสมัย ดัชนีชี้วัดของเศรษฐกิจปากท้อง ขึ้นอยู่ที่ราคาไข่ไก่ มักจะมีการเปรียบเทียบว่า ราคาไข่ไก่ในรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีคนใด ไข่มีราคาเท่าใด มีราคาแพงกว่ากันอย่างไร จะมีการเปรียบเทียบราคาไข่ ตามชื่อของนายกรัฐมนตรีแต่ละยุคแต่ละสมัย เช่น ไข่ชวน,ไข่เติ้ง,ไข่จิ๋ว,ไข่แม้ว,ไข่หมัก,ไข่มาร์ค ฯลฯ ว่าไข่ใครแพงกว่ากันจะไม่มีการเปรียบเทียบ เฉพาะในยุคนายกรัฐมนตรี คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เท่านั้น ส่วนในปัจจุบันก็อาจจะเปรียบเทียบได้ว่า “ไข่ตู่ หรือ ไข่ลุงตู่” ราคาแพงใบละเท่าไหร่ วันเดียวกัน ที่สำนักงาน ป.ป.ช. นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวน สอบสวนเอาผิดอธิบดีปศุสัตว์, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กรณีปล่อยให้หมูแพง-ไข่แพง ด้วยข้อกล่าวหาฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย โดยเฉพาะการปกปิดข้อมูลการแพร่ระบาดของเชื้ออหิวาต์แอฟริกาในหมู หรือ ASF ทั้งนี้ จากการยืนยันจากนักวิชาการและสมาคมผู้เลี้ยงสัตว์ต่างยืนยันตรงกันว่า มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (Afican Swine Fever: ASF) มากว่า 3 ปีแล้ว แต่ทว่าอธิบดีกรมปศุสัตว์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กลับปกปิดข้อมูลข่าวสารดังกล่าว และอ้างมาโยตลอดว่าประเทศไทยปลอดเชื่อ ASF 100% จนนำมาซึ่งปัญหาการล้มตายของสุกรเป็นจำนวนมาก ทำให้เกษตรกรเลือกเลี้ยง เป็นสาเหตุสำคัญที่นำมาซึ่งปัญหา “หมูแพง” ในปัจจุบัน ทั้งๆ ที่หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องต่างรู้และทราบปัญหาดังกล่าวมาตั้งแต่ต้นกลับเพิกเฉย และหลีกเลี่ยงที่จะเปิดเผยให้ประชาชนทราบ สิ่งที่บ่งชี้ถึงความผิดพลาด ล้มเหลวในการควบคุมราคาการจำหน่ายสุกรของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลุกลามไปถึงสินค้าและบริการอื่น ๆ อีกมากมาย ที่แห่ขึ้นราคาสินค้าและบริการกันมาก เพราะล่าสุดสมาคมผู้ผลิตผู้ค้าและส่งออกไข่ไก่ ได้ออกประกาศปรับขึ้นราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์ม จากฟองละ 2.80 บาท เป็น 3 บาท รวมทั้งแผงราคาขึ้น 6 บาท มีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปแล้ว โดยที่กระทรวงพาณิชย์หาได้มีการควบคุม หรือดำเนินการยับยั้งการขึ้นราคาดังกล่าวตามอำนาจหน้าที่ หรือตาม พรบ.ว่าด้วยสินค้าและบริการ 2542 ได้ ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงต้องรีบนำความมาร้องต่อ ป.ป.ช. ให้ดำเนินการไต่สวน สอบสวน เพื่อดำเนินการเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาดังกล่าวในวันนี้ต่อไป นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด