"ภูมิธรรม" ชูไอเดียส่งเสริมเกษตรกรยุคใหม่ เน้น "นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้" ยกระดับชีวิตเกษตรกรไทย
"พายัพ" เผย "ภูมิธรรม" ชูไอเดีย "นโยบายส่งเสริมเกษตรกรยุคใหม่" ใช้ "ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้" ยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ ผลิตสินค้าเกษตรตรงตามตลาดเป้าหมาย
วันที่ 28 พ.ย.66 นายพายัพ ปั้นเกตุ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (นายภูมิธรรม เวชยชัย) เปิดเผยว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เห็นความสำคัญของภาคเกษตรกรรมไทยทั้งด้านการผลิต การตลาดและการส่งออก ต้องการพัฒนาแบบครบวงจร โดยพุ่งเป้าเน้นไปที่นโยบายส่งเสริมเกษตรกรรุ่นใหม่ ใช้การตลาดนำการผลิต เน้นนวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ เพราะประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ประชากรของประเทศเป็นเกษตรกรกว่า 40% หรือประมาณ 25 ล้านคน เกษตรกรเป็นกระดูกสันหลังของชาติ เป็นประเทศอู่ข้าวอู่น้ำที่อุดมสมบูรณ์สร้างความภาคภูมิใจให้คนไทย
นายพายัพ กล่าวว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาพี่น้องเกษตรกรไม่ได้รับการเหลียวแล อาชีพเกษตรกรรมไม่ได้รับการส่งเสริม จนไม่แน่ใจว่าวันนี้กระดูกเราผุไปเท่าไรแล้ว ขณะที่รัฐบาลเองลงทุนปีละแสนกว่าล้านบาททุกปี แต่พี่น้องเกษตกรยังยากลำบาก และยังเป็นกลุ่มคนที่ยากจนที่สุดของประเทศ จากข้อมูลปี 2565 ภาคเกษตรกรรมส่งออก 46,014.9 ล้านบาทเพิ่มจากปี 2564 17.18% ภาคอุตสาหกรรมเกษตรส่งออก 40,749 ล้านบาท น้อยกว่าภาคเกษตรกรรมอีกด้วยซ้ำไป แต่คนไทยกลับต้องละทิ้งอาชีพเกษตรกรไปขายแรงงานในต่างประเทศมากมายแล้วมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปีนับแสนคน เฉพาะผู้ที่ไปขายแรงงานที่ประเทศอิสราเอลก็ประมาณปีละ 30,000 กว่าคน หากไม่มีสงครามก็อาจเพิ่มมากขึ้นกว่านี้ ดังนั้นจึงถึงเวลาที่ประเทศไทยต้องเปลี่ยนทัศนคติด้านการเกษตรใหม่เสียที พี่น้องเกษตรกรต้องกลับมากินดีอยู่ดี มีอนาคต มีศักดิ์ศรี
“รัฐบาลที่นำโดยนายเศรษฐา ทวีสิน ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมเกษตรกรรุ่นใหม่ ใช้ตลาดนำการผลิต โดยใช้ตลาดทั้งในและนอกประเทศเป็นตัวชี้นำ เป็นหลักคิดว่า เขาต้องการอะไรก็ผลิตและปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ประมงให้ตรงเป้าหมายตลาด แล้วต้วใช้นวัตตกรรมใหม่ๆวิธีการและเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้ทันสมัย เข้าไปเสริม เพื่อให้ประเทศไทยยังคงเป็นอู่ข้าวอู่น้ำ และเป็นครัวโลกกันอย่างแท้จริง” ที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี กล่าว
นายพายัพ กล่าวว่า เรื่องการสนับสนุนส่งเสริมเกษตรกรนั้น นายภูมิธรรม ได้เล่าถึงเกษตรกรยุคใหม่ที่ อ.พาน จ.เชียงราย สองรายที่ได้ไปพบมา คนหนึ่งชื่อนายอานู มัสจิต เจ้าของร้านดงดิบคาเฟ่ทำเกษตรอินทรีย์แล้วเปิดร้านอาหารสุขภาพลูกชายจบเลอกอร์ดองเสริมธุรกิจ social Enterprise ส่วนอีกคนชื่อนายนพดล ธัญวรรธนา เคยเป็น Young Leaders พรรคไทยรักไทย เลิกรับจ้างแล้วหันมาเลี้ยงแพะชำแหละส่งออกเอง ซึ่งรัฐบาลจะส่งเสริมเพิ่มทักษะเกษตรกรรุ่นใหม่ด้วยระบบ 3C คือ C-Common หมายถึงประชาชน กลุ่มเป้าหมาย ทั้งสองท่านเริ่มต้นทำงานด้วยการทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย รู้จักตลาด , C-Connection การทำงานร่วมกับเครือข่าย ไม่ทำตัวคนเดียว เพราะเครือข่ายจะสร้างพลังในการขับเคลื่อนงานได้ในทุกมิติ และ C -Can Do ความเชื่อมั่นว่าทำได้ มีใจรักในงานที่ทำ รวมถึงการทำงานด้วยพื้นฐานของความรู้ทั้งที่มาจากประสบการณ์ จากผู้รู้ หรือ จากข้อมูลตามหลักวิชาการ