"ประธานรัฐสภา" หวังเวที AIPA สร้างประโยชน์ต่อภูมิภาคอาเซียนสูงสุด พร้อมยกระดับการทำงานร่วมกันในการตอบสนองต่อความท้าทายต่างๆได้
"ประธานรัฐสภา" หวังการประชุมสมัชชารัฐสภาอาเซียนครั้งที่ 44 จะเป็นเวทีที่นำเสนอมุมมองอย่างเปิดกว้างและนำมาสู่ผลลัพธ์การประชุมที่เป็นประโยชน์ต่อภูมิภาคอาเซียน รวมไปถึงยกระดับการทำงานร่วมกันในการตอบสนองต่อความท้าทาย เชื่อมั่นว่าการเพิ่มขึ้นของเสียงคนรุ่นใหม่ จะช่วยทำให้ AIPA มีความเข้มแข็งจากมุมมองที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น และยังช่วยผลักดันการทำงานของรัฐสภาให้เป็นที่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง
วันที่ 7 ส.ค.2566 ที่กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนรัฐสภาไทย ร่วมการประชุมสมัชชารัฐสภาอาเซียน หรือ AIPA ครั้งที่ 44
โดยประธานรัฐสภาไทย กล่าวถ้อยแถลงในระหว่างการประชุมว่า ในนามของคณะผู้แทนรัฐสภาไทย ขอแสดงความยินดีกับดร.ปวน มหารานี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสาธารณรัฐอินโดนีเซีย และประธานสมัชชารัฐสภาอาเซียน ครั้งที่ 44 และขอชื่นชมสภาผู้แทนราษฎรสาธารณรัฐอินโดนีเซีย สำหรับการเป็นเจ้าภาพการประชุม เป็นการประชุมด้านนิติบัญญัติที่มีความสำคัญที่สุดการประชุมหนึ่งของภูมิภาคอาเซียน ตนขอใช้โอกาสนี้ส่งความปรารถนาดีอย่างจริงใจไปยังคณะผู้แทนประเทศสมาชิกสมัชชารัฐสภาอาเซียนทุกประเทศ ประเทศผู้สังเกตการณ์ และแขกผู้มีเกียรติทุกคนที่ได้เดินทางมาเข้าร่วมในครั้งนี้
"วันนี้ถือเป็นนิมิตรใหม่อันดีที่ทุกคนได้มารวมตัวกัน ณ สถานที่แห่งนี้ เพื่อแสดงถึงความมุ่งหมายที่จะรักษาและเสริมสร้างสันติภาพ เสถียรภาพและการพัฒนาที่ยั่งยืนในภูมิภาค เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนอาเซียน ซึ่งปัจจุบันนี้ ผมเห็นว่า อาเซียนต้องเผชิญกับความท้าทายระดับโลกที่ซับซ้อนเหล่านี้ ต้องการการสนับสนุนจากฝ่ายนิติบัญญัติผ่านรัฐสภาประเทศสมาชิกอาเซียนและตามที่ทุกคนทราบกันดีว่า ในฐานะที่พวกเราเป็นตัวแทนของประชาชน AIPA มีบทบาทสำคัญในการเป็นสะพานสะท้อนเสียงของประชาชนไปยังรัฐบาล ตลอดจนให้การสนับสนุนด้านกฎหมาย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของอาเซียน"ประธานสภาฯ กล่าว
นายวันมูหมัดนอร์ กล่าวว่า รัฐสภาแห่งราชอาณาจักรไทย ในฐานะหนึ่งในรัฐสภาสมาชิก AIPA มีความประสงค์อย่างยิ่งที่จะเห็นการเสริมสร้างความสอดคล้องกันของกฎหมายระหว่างประเทศสมาชิกเพื่ออำนวยความสะดวกให้อาเซียนดำเนินการตามข้อตกลงในด้านต่างๆและให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายเพื่อบรรลุเป้าประสงค์ด้านต่างๆของประชาคมอาเซียน AIPA ในฐานะที่เป็นองค์กรสำคัญด้านนิติบัญญัติของภูมิภาค จึงต้องมีความเข้มแข็งมากขึ้นและให้ความสำคัญกับการทบทวนและส่งเสริมเรื่องการสร้างความสอดคล้องทางกฎหมาย รวมไปถึงยกระดับการทำงานร่วมกันในการตอบสนองต่อความท้าทายต่างๆ ผ่านการทูตรัฐสภา เพื่อแก้ไขปัญหาระดับภูมิภาค รัฐสภาไทยจึงขอสนับสนุนหัวข้อหลักของการประชุมใหญ่ในครั้งนี้ คือรัฐสภาที่ตอบสนองเพื่ออาเซียนที่มั่นคงและมั่งคั่ง ที่มุ่งให้ความสำคัญต่อความสามารถของรัฐสภาที่จะจัดการกับแรงผลักดันต่างๆที่ส่งผลกระทบกับภูมิภาคตลอดจนสะท้อนถึงความตั้งใจของ AIPA ในการสนับสนุนอาเซียนและการทำงานร่วมกันเพื่อประชาชน
"ผมเห็นว่าการเสริมสร้างและส่งเสริมนโยบายที่เข้าใจถึงความต้องการของคนรุ่นใหม่ เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ AIPA ควรให้ความสำคัญ เพราะเป็นหนึ่งในกลุ่มที่อาจต้องเผชิญกับความท้าทายที่เกิดขึ้น โดยขอเรียนว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบันของราชอาณาจักรไทยนั้น มีสัดส่วนสมาชิกรัฐสภาที่เป็นคนรุ่นใหม่ที่อายุน้อยกว่า 45 ปี กว่าร้อยละ 40 ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าการเพิ่มขึ้นของเสียงคนรุ่นใหม่ จะช่วยทำให้ AIPA มีความเข้มแข็งจากมุมมองที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น และยังช่วยผลักดันการทำงานของรัฐสภาให้เป็นรัฐสภาที่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง ซึ่งจะนำไปสู่การมีเสถียรภาพด้านการเมืองเศรษฐกิจสังคมในภายภาคหน้าต่อไป"
นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวอีกว่า รัฐสภาไทยยังให้ความสำคัญของความเท่าเทียมของเพศและสตรีในการมีส่วนร่วมการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ ความเท่าเทียมทางเพศ เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างสังคมที่ยั่งยืนและทันสมัยในอาเซียน แม้ว่าในการเลือกตั้งที่ผ่านมาจะมีสัดส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสตรีในรัฐสภาเพิ่มมากขึ้น แต่ยังเห็นว่าคงต้องส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของสตรีให้มากขึ้นกว่านี้ เนื่องจากการเพิ่มจำนวนแทนตัวแทนสตรีในรัฐสภา สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายในด้านสำคัญต่างๆ เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมกันทางเพศมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น ตนหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่าง AIPA และอาเซียนจะได้รับการส่งเสริมอย่างต่อเนื่องผ่านการประชุมใหญ่ในครั้งนี้ รวมถึงการประชุมอื่นๆในกรอบ AIPA เพื่อสะท้อนความคิดและวิสัยทัศน์ของสมาชิกรัฐสภาในฐานะตัวแทนของประชาชนของอาเซียนและยังคงเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของความเป็นหุ้นส่วนระหว่างฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติของอาเซียนอีกด้วย
"ท้ายที่สุดนี้ผมมีความเชื่อมั่นอย่างมากว่า การประชุมสมัชชารัฐสภาอาเซียนครั้งที่ 44 จะเป็นเวทีที่นำเสนอมุมมองอย่างเปิดกว้างและนำมาสู่ผลลัพธ์การประชุมที่เป็นประโยชน์และตนขออวยพรให้การประชุมครั้งนี้ประสบความสำเร็จลุล่วงด้วยดี เพื่อความมั่นคงสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคและเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนของพวกเรา" ประธานสภาฯ กล่าว