ศาลรธน.นัดวินิจฉัย 2 มาตรา พรบ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ขัดรธน.หรือไม่ 7 มิ.ย.นี้

การเมือง3 พ.ค. 2566 • 08:04 น.
ศาลรธน.นัดวินิจฉัย 2 มาตรา พรบ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ขัดรธน.หรือไม่ 7 มิ.ย.นี้

 

 

 

วันที่ 3 พฤษภาคม 2566 ศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีการอภิปรายเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยในคดีที่ศาลปกครองสงขลา ส่งคำโต้แย้งของ นางชะรัตน์ เทพสิงห์ ผู้ฟ้องคดีในคดีหมายเลขดำที่ บ.67/2565 พี่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 212 ว่า พ.ร.บมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2551 มาตรา 40 วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติว่า "เมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ท.มีมติว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดจะทำการทุจริตในภาครัฐและเป็นกรณีมีมูลความผิดทางวินัยให้ประธานกรรมการส่งรายงานและเอกสารที่มีอยู่พร้อมทั้งความเห็นไปยังผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนผู้ถูกกล่าวหาผู้นั้นเพื่อพิจารณาโทษทางวินัยตามฐานความผิดที่คณะกรรมการ ป.ป.ท.ได้มีมติโดยไม่ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอีก ในการพิจารณาโทษทางวินัยแก่ผู้ถูกกล่าวหาให้ถือว่ารายงานเอกสารและความเห็นของคณะกรรมการ ป.ป.ท.เป็นสำนวนการสอบสวนทางวินัยของคณะกรรมการสอบสวนวินัยตามกฎหมายระเบียบหรือข้อบังคับว่าด้วยการบริหารงานบุคคลของผู้ถูกกล่าวหานั้นๆแล้วแต่กรณี" วรรคสอง ที่บัญญัติว่า "สำหรับผู้ถูกกล่าวหาซึ่งไม่มีกฎหมาย ระเบียบ หรือข้อบังคับเกี่ยวกับวินัยเมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ท.มีมติว่าผู้ถูกกล่าวหาดังกล่าวได้กระทำผิดในเรื่องที่ถูกกล่าวหาให้ประธานกรรมการส่งรายงานและเอกสารที่มีอยู่พร้อมทั้งความเห็นของคณะกรรมการ ป.ป.ท.ไปยังผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป"

และมาตรา 41 ที่บัญญัติว่า "เมื่อได้รับรายงานตามมาตรา 40 ให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนพิจารณาลงโทษภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับเรื่องและให้ผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนส่งสำเนาคำสั่งลงโทษดังกล่าวไปให้คณะกรรมการ ป.ป.ท.ทราบภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้ออกคำสั่ง ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 26 หรือไม่ โดยเห็นว่าคดีเป็นปัญหาข้อกฎหมายและมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้จึงยุติการไต่สวนตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มาตรา 58 วรรค 1 และกำหนดมาแถลงด้วยวาจาปรึกษาหารือและลงมติในวันพุธที่ 7 มิ.ย.66 เวลา 09.30 น.