อนุชาชี้หมอปลาส่อผิดอาญาแผ่นดิน ร้องปปช.ฟัน"นอภ.-ผอ.สำนักพุทธฯ"

การเมือง18 พ.ค. 2565 • 00:00 น.
อนุชาชี้หมอปลาส่อผิดอาญาแผ่นดิน ร้องปปช.ฟัน"นอภ.-ผอ.สำนักพุทธฯ"
"อนุชา"ลั่นเดินหน้าเอาผิด "หมอปลา" ชี้เป็นอาญาแผ่นดิน ด้านองค์การพิทักษ์รธน. บุกร้อง"ปปช." เชือด"นอภ.ป่าติ้ว-ผอ.สำนักพุทธฯ-หมอปลา" ปมจาบจ้วง"หลวงปู่แสง" เผยใช้วิธีล่อซื้อโดยมิชอบ ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 17 พ.ค.65 นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี นายจีระพันธ์ เพชรขาว หรือหมอปลา บุกไปที่สำนักสงฆ์ดงสว่างธรรม อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร กล่าวหา "หลวงปู่แสง ญาณวโร" จับเนื้อต้องตัวหญิงสาว ว่า ทุกอย่างว่าไปตามกฎหมาย อะไรที่ยอมไม่ได้เป็นอาญาแผ่นดินก็ต้องดำเนินการตามที่นักกฎหมายกล่าวไว้ ซึ่งในส่วนของสำนักพุทธศาสนา ที่มีส่วนที่เกี่ยวข้องต้องดำเนินการ ไม่เช่นนั้นจะเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งตามมติของมหาเถรสมาคมได้มีการเข้าไปดูแลพระสงฆ์และศาสนาอยู่แล้ว โดยเฉพาะในเรื่องการกำกับดูแลพระตามลำดับชั้น และอยู่ระหว่างที่จะตั้งโทษในส่วนที่จะเกิดขึ้นแต่ละลำดับชั้นลงไปในการดูแลของพระใต้การปกครอง ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางมายื่นคำร้องต่อป.ป.ช. ขอให้ไต่สวนสอบสวนเอาผิดนายอำเภอป่าติ้ว และผอ.สำนักพุทธศาสนาจังหวัดยโสธร ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ กรณีเมื่อวันที่ 11 พ.ค. ปล่อยให้ "หมอปลา" หรือ นายจีรพันธ์ เพชรขาว กับพวก พาทีมสื่อมวลชนบุกไปที่สำนักสงฆ์ดงสว่างธรรม อ.ป่าติ้ว จ.ยโสธร กล่าวหา "หลวงปู่แสง ญาณวโร" จับต้องผู้หญิง โดยมีการนำคลิปภาพ เสียงที่จัดทำขึ้นในลักษณะล่อให้กระทำความผิด อันเป็นพยานหลักฐานอันเป็นเท็จตาม ปอ.มาตรา 179 มาเป็นพยานในการกล่าวหาดังกล่าว และใช้กิริยาวาจาและท่าทางที่ไม่เหมาะสม ไม่เป็นการเคารพพระอริยสงฆ์ในพุทธศาสนา เป็นเหตุให้เกิดเป็นกระแสไม่พอใจของศิษยานุศิษย์และประชาชน เนื่องจากว่าข้อเท็จจริงหลวงปู่แสงท่านชราภาพอายุร่วม 100 ปีแล้ว อีกทั้งมีอาการป่วยอัลไซเมอร์ จึงไม่มีเหตุผลที่มีน้ำหนักที่จะเป็นไปตามการกล่าวหาได้ นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า การบุกไปสำนักสงฆ์ดังกล่าวมีนายอำเภอป่าติ้ว ผอ.สำนักพุทธศาสนาจังหวัดยโสธร และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมคณะไปด้วย ซึ่งบุคคลดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ราชการ หรือเจ้าหน้าที่รัฐ ย่อมต้องเข้าใจกฎ ระเบียบ และขั้นตอน วิธีการในการปฏิบัติต่อพระเถระชั้นผู้ใหญ่ดี แต่กลับปล่อยให้หมอปลาและพวกแสดงพฤติกรรมในลักษณะข่มขืนใจหลวงปู่แสงให้ยอมรับว่ากระทำการใดหรือไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด อันมีลักษณะความผิดตาม ป.อ.มาตรา 309 และยังอาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 14(1) แห่ง พรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 แก้ไขเพิ่มเติม 2560 ประกอบ พรบ.คณะสงฆ์ 2505 แก้ไขเพิ่มเติม 2535 มาตรา 44 ตรี และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209 และมาตรา 210 ฐานอั้งยี่-ซ่องโจร อีกด้วย นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การที่นายอำเภอป่าติ้วและผอ.สำนักพุทธศาสนาจังหวัดยโสธรร่วมเดินทางไปกับขบวนของหมอปลาและพวก และปล่อยให้มีพฤติการณ์ข่มขืนใจ จาบจ้วง และการแสดงกริยาวาจาท่าทางที่ไม่เหมาะสมต่อหลวงปู่แสงให้ยอมรับผิดตามการกล่าวหา ถือได้ว่ามีส่วนช่วยเหลือหรือสนับสนุนให้หมอปลาและคณะกระทำความผิดตาม ป.อ.มาตรา 86 ต้องระวางโทษสองในสามส่วนของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดที่สนับสนุนนั้น เพื่อมิให้เจ้าหน้าที่รัฐถูกบุคคลใดใช้ตำแหน่งหน้าที่เป็นเครื่องมือของใครในการกระทำดังกล่าว หรือแสวงหาผลประโยชน์แอบแฝง หรือทำลายพระพุทธศาสนา สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจำต้องนำความมาร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ดำเนินการไต่สวนสอบสวนและเอาผิดผู้ที่ถูกกล่าวหาทั้งสองและผู้ที่เกี่ยวข้องในโทษขั้นสูงสุดต่อไป ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบังคับการปราบปราม นายสนธิญา สวัสดี ที่ปรึกษากรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร นำเอกสารหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีในความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ /พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 และความผิดอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับ นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือหมอปลา พร้อมกับพวก ที่นำกลุ่มสื่อมวลชนและข้าราชการ จาบจ้วงและข่มขืนใจหลวงปู่แสงให้รับสารภาพว่าจับเนื้อต้องตัวหญิงสาว ที่ใช้วิธีล่อให้กระทำความผิด อันเป็นวิธีการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย "ขอให้ตำรวจกองปราบปราม ตรวจสอบเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นกับหลวงปู่แสงในวันที่ 11 พ.ค.ว่าหมอปลา และทีมงานที่กระทำความผิด มีทั้งหมดกี่คน ทั้งในส่วนของการบุกรุก และการไลฟ์สดเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ รวมถึงให้ตรวจสอบในกรณีที่น้ำฟ้าภรรยาของหมอปลาอ้างว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประสานตำรวจเข้ามาช่วยเหลือในการทำเรื่องนี้ จริงหรือไม่"