"ส.ส.ก้าวไกล"ลั่นกลางสภาจงรักภักดีต่อสถาบัน ข้องใจ กมธ.ล็อกไม่แตะหมวด 1-2 

การเมือง10 ก.ย. 2563 • 14:29 น.
 "ส.ส.ก้าวไกล"ลั่นกลางสภาจงรักภักดีต่อสถาบัน ข้องใจ กมธ.ล็อกไม่แตะหมวด 1-2 
ปากกับใจ.!! "ส.ส.ก้าวไกล"ลั่นกลางสภาจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ชี้ต้องการเห็นสถาบันอยู่อย่างสง่างาม มั่นคง ไม่ใช่ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ข้องใจกมธ.แก้รธน.ไม่แตะหมวด 1-2  เมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อรายงานกมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหา หลัก เกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี2560 ต่อมา น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ส.ส.นครปฐม พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า รายงานของ กมธ. ไม่มีตรงไหนที่พูดถึงหมวด 1 และหมวด 2 แต่ในรายงานข้ามไปเลย ทำให้ตนสงสัย ดังนั้นการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในหมวด 1 และ 2 ไม่ใช่การล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือล้มล้างการปกครอง แต่อย่างใด ตนจงรักภักดีต่อสถาบัน และต้องการเห็นสถาบันคงอยู่อย่างมั่นคง และสง่างาม ในอดีตที่ผ่านมามีการแก้ไขในหมวด 1 และ หมวด 2 อยู่หลายครั้ง รวมถึงในรัฐธรรมนูญปี 60 เป็นเรื่องปกติ สามารถแก้ไขได้ โดยไม่ส่งผลต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมถึงไม่ส่งผลเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ ตามมาตรา 255 ทำไม กมธ. ไม่ใช้โอกาสนี้พิจารณาในหมวด 1 และ หมวด 2 เราควรรับฟังเสียงของประชาชนทุกกลุ่ม เพื่อหาแนวทางร่วมกัน อะไรทำได้หรือไม่ก็ต้องมีการได้พูดคุยชี้แจง “หมวด 1 และหมวด 2 แก้ไขได้เป็นเรื่องปกติ ที่ผ่านมาส.ส.ร.ปี 2539 ร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 ก็ไม่ได้ตีกรอบห้ามแก้ไขในหมวดใด จึงมีคำถามว่าหากต่อไปต้องการแก้ไขในหมวด 1และหมวด 2 แต่มีการล็อคไว้จะต้องทำอย่างไร ดิฉันคิดว่าเป็นการสร้างเงื่อนไขโดยไม่จำเป็น ขอย้ำว่าการแก้ไขหมวด1และ หมวด 2 ไม่ได้เป็นการล้มล้าง ในอนาคตหากมีการตั้งส.ส.ร.แล้วไปจำกัดการแก้ไข คิดว่าเป็นทางตัน ควรเปิดโอกาสให้ส.ส.ร.ที่มาจากประชาชนพิจารณาทุกเรื่องด้วยเหตุผล รับฟังข้อเสนอของทุกกลุ่มไม่ปิดกั้น สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันหลักอันเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ ดิฉันจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศ์ศานุวงศ์ทุกพระองค์ และต้องการเห็นสถาบันคงอยู่อย่างสง่างาม มั่นคง สมพระเกียรติ สถาบันฯเป็นของคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่จะผู้ขาดความจงรักภักดี และป้ายสีให้คนเห็นต่างเป็นพวกทำลายชาติ” น.ส.สุทธวรรณ กล่าว น.ส.สุทธวรรณ กล่าวด้วยว่า ทุกสิ่งทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาต้องมีการปรับให้สอดคล้องกับยุคสมัย ปัจจุบันมีนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชนออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้มากมาย แค่พวกเขาพูดก็ถูกกล่าวหาว่าคิดร้าย ถูกจับกุม ดำเนินคดีมากมาย ซึ่งบางครั้งเข้าพูดเพราะความหวังดีต่อประเทศ แต่ก็ถูกดำเนินคดี ข้อเรียกร้องของนักศึกษาไม่ได้รับการตอบสนอง ตอนนี้พวกเขาขาดความเชื่อมั่นในระบบรัฐสภา จึงต้องออกไปอยู่บนท้องถนน อย่างไรก็ตาม การพูดคุยกันอย่างมีเหตุผล มีวุฒิภาวะ เป็นการคลี่คลายสถานการณ์การชุมนุมในปัจจุบัน ตนคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นหนทางในการรักษาไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งกษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญ และอยู่เหนือการเมือง