"เสี่ยเฮ้ง" มั่นใจ "รทสช." คว้าปาร์ตี้ลิสต์ 15 ที่นั่ง ประกาศล้ม "บ้านใหญ่เมืองชล" กวาด 10 เขต

การเมือง4 เม.ย. 2566 • 18:16 น.
"เสี่ยเฮ้ง" มั่นใจ "รทสช." คว้าปาร์ตี้ลิสต์ 15 ที่นั่ง ประกาศล้ม "บ้านใหญ่เมืองชล" กวาด 10 เขต

 

วันที่ 4 เมษายน 2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ  ชมกลิ่น  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 5 พรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยว่า ตนเพิ่งทราบจากนายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯและผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ ว่า ตนเองได้ลำดับที่ 5 ของพรรค แต่ที่ทราบคือตนรับผิดชอบ 104 เขต ในพื้นที่ภาคกลาง เป้าหมายคือไม่ได้ส่งแค่เขตอย่างเดียวแต่เป็นการทำคะแนนให้กับพรรคภาพรวม จึงจำเป็นต้องดูแลในหลายจังหวัด ซึ่งเป็นที่มาที่ตนได้ลงบัญชีรายชื่อ ยืนยันว่าไม่ได้มีการตกลงหรือขอให้อยู่ในลำดับต้นๆ ทุกอย่างเป็นเรื่องของผู้บริหารพรรค ซึ่งตนมีความตั้งใจมาช่วยงานพรรครวมไทยสร้างชาติ และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม โดยตรงตั้งแต่ต้น แม้จะมีใครถามว่า หนทางข้างหน้าจะเป็นเหวหรือทางมืดแต่ตนเองมองว่าต้องมาก่อนมาเป็นเพื่อน พล.อ.ประยุทธ์ ไปด้วยกัน แล้ววันข้างหน้าจะค่อยสว่างไปเอง ที่มองเป็นเหวลึกก็จะค่อยๆตื้นขึ้น

ทั้งนี้ จะเห็นได้จากวันนี้การเมืองมีสองข้าง และคนที่มองปรามาสพล.อ.ประยุทธ์ ทุกวันนี้ ก็เห็นทุกเวทีปราศรัยโจมตีพูดถึงพล.อ.ประยุทธ์ ตลอด ดังนั้นถือเป็นตรรกะทางการเมืองว่า การหาเสียงควรต้องสร้างสรรค์มากกว่า อย่าไปพูดเรื่อง 8 ปีที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไร เศรษฐกิจไม่ดี เด็กรุ่นใหม่สามารถรับรู้ข่าวสารทั่วโลกได้เช่นกัน ซึ่งนักการเมืองเวลาจะพูดก็ต้องมีองค์ความรู้ ถ้าพูดโดยไม่มีความรู้ไปด้อยค่าคนอื่นก็จะทำให้เป็นการเมืองน้ำเน่า ส่งผลให้คนรุ่นใหม่ไม่อยากเป็นนักการเมือง ดังนั้นวันนี้วันนี้ต้องทำการเมืองให้เยาวชนมาสนใจเรื่องนี้ แก้ปัญหาเพื่อประเทศ ดังนั้นนักการเมืองต้องพูดความจริง การสื่อสารบนเวทีต้องเป็นสิ่งที่ทำได้ ไม่ใช่โจมตีกันในด้านไม่ดี  มีแต่พูดถึงตนเองในทางที่ดี  ไม่อยากเห็นการด้อยค่าคนอื่นเพื่อให้ตนเองมีคะแนนดีขึ้น

ส่วนในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ เป็นพื้นที่ของนางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ นั้นยอมรับว่าส่วนตัวเสียใจกับการสูญเสียของนายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม กลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า ซึ่งพรรคมีพื้นที่ เขต7 ของนางสาวไพลิน ซึ่งต้องรักษาฐานเสียงไว้ ส่วนเขตอื่นตนเองไม่ยุ่ง แต่เชื่อว่าพื้นที่ดังกล่าวยังมีแฟนคลับโดยเฉพาะ พระสมุทรเจดีย์ มีกลุ่มโรงงาน และมีผู้ใช้แรงงานจำนวนมาก จึงคิดว่าในสิ่งที่ตนทำมาจะมีความดีที่ทุกคนจับต้องได้บ้างแต่สิ่งหนึ่งที่ประชาชนจะเลือกผู้แทนวันนี้คือจับต้องได้จริงและรับใช้ประชาชนไม่ใช่เลือกเข้ามาแล้ว หาตัวไม่เจอและไม่ทำประโยชน์ให้พื้นที่  และประชาชนก็จะไม่เลือก

นายสุชาติ กล่าวถึงการดราม่าเรื่องป้ายหาเสียงเพจได้ทำเรื่องขอโทษในเรื่องนี้แล้ว 20 นาทีสาเหตุมาจากแอดมินพิมพ์ผิดซึ่งไม่เกิน 20 นาทีก็มีการแก้ไขและโพสต์ขอโทษ มองว่าเรื่องนี้ไม่ส่งผลต่อการแพ้ชนะการเลือกตั้ง แต่ถือเป็นความผิดพลาดได้มีการขอโทษไปแล้ว ดังนั้นจึงให้ขอเปิดใจให้กว้าง มองในภาพว่าประชาชนจะได้อะไรมากกว่า 

“สำหรับ 10 เขตในจังหวัดชลบุรีนั้น ยืนยันว่าพรรครวมไทยสร้างชาติ ส่งผู้สมัครครบ และไม่หนักใจที่จะแข่งกับบ้านใหญ่คุณปลื้ม เพราะเชื่อว่าประชาชนในพื้นที่รู้ว่าจะจับต้องขายได้พร้อมถามว่า “ทีมเฮ้ง” พึ่งได้หรือไม่  ถ้าเชื่อมั่นก็ต้องช่วยกัน ดังนั้นคำว่า “บ้านใหญ่ หรือบ้านใหม่” ไม่มีแล้ว มีแต่ประชาชนจับต้องได้ และเป็นที่พึ่ง เชื่อว่าประชาชนจะตัดสินใจได้ ถือเป็นสิ่งที่สวยงามที่มีคนเสนอตัวมาเป็นผู้รับใช้ประชาชนที่มีความสูสีกัน มีผลงานพอๆกัน  จึงคิดว่าประชาชนมีทางเลือกในการตัดสินใจ ถ้าอดีตแบบเดิมๆก็ได้แบบเดิมๆ เมื่อมีคนแนะนำสิ่งใหม่ก็ต้องทดลอง เปรียบเหมือนการเปลี่ยนรสชาติไอติมที่มีคนแนะนำรสชาติใหม่ๆ พร้อมมั่นใจทั้ง 10 เขตชลบุรีตนเองจะคว้าชัยชนะได้อย่างแน่นอน” นายสุชาติ กล่าว

ในส่วนของส.ส.แบบบัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาตินั้น นายสุชาติ มั่นใจว่า ตนในฐานะที่เก่งคณิตศาสตร์และสถิติ เมื่อคำนวณฐานเสียงจากการเลือกตั้งปี 2562 คะแนนนิยมพล.อ.ประยุทธ์ ได้คะแนนกว่า 8 ล้านเสียงวันนี้เชื่อว่าคะแนนอาจจะหายไปบ้างเพราะมีการแตกไปหลายพรรคคะแนนเสียงที่จะได้มาคาดว่าจะได้รับ 6 ล้านเสียง หากคำนวณด้วย 350,000 คะแนนก็จะได้ส.ส.บัญชีรายชื่อประมาณ 15 คน ที่มองว่าคะแนนอาจจะไม่ได้เพิ่มมากกว่าเดิมนั้นเนื่องจากมีพรรคการเมืองเพิ่มมากขึ้นหลายพรรค ประชาชนจึงมีตัวเลือกเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ภายหลังการให้สัมภาษณ์สื่อได้ขอให้นายสุชาติ ชูหมายเลข 22 ซึ่งเป็นหมายเลขของพรรครวมไทยสร้างชาติแต่นายสุชาติ ขอชู 2 นิ้ว สองข้างติดกันให้เป็นรูปหูกระต่าย เพราะปีนี้เป็นปีกระต่าย โดยนายสุชาติ เกรงจะผิดระเบียบ กกต.จึงเลี่ยงใช้ เป็นสัญลักษณ์หูกระต่ายแทน