มติกมธ.แก้ไขรธน.เพิ่มเสียงวาระ2-3 แก้รธน.ยากขึ้น ด้าน"สมคิด"ไม่ติดใจอยู่ที่ความจริงใจมากกว่า
เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่รัฐสภา นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ส.ว. ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ(กมธ.)พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. แถลงว่า ที่ประชุมกมธ.วันนี้ได้มีมติคือมาตรา 256 (1) ว่าด้วยจำนวนสมาชิกในการเสนอญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเห็นชอบตามร่างเดิมที่พรรคร่วมรัฐบาลเสนอ คือใช้เสียงจำนวนหนึ่งในห้าของสมาชิกสองสภา สำหรับ มาตรา 256 (3) ว่าด้วยการออกเสียงเห็นชอบในวาระที่หนึ่งรับหลักการที่ประชุมเห็นชอบให้ใช้เสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสองสภา ส่วนมาตรา 256 (6) ว่าด้วยคะแนนเห็นชอบในวาระที่สาม ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบกำหนดคะแนนเสียงจำนวนสองในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสองสภา และมาตรา 256 (7) ที่ประชุมเห็นชอบให้คงไว้ตามร่างเดิมของรัฐบาล คือ เมื่อมีการลงมติในวาระที่สามแล้ว ให้รอไว้ 15 วัน แล้วจึงนำร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย และให้นำความในมาตรา 81 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
นายดิเรกฤทธิ์ กล่าวว่า สำหรับการประชุมในวันที่ 5 ก.พ.ทางคณะกมธ.จะเชิญสมาชิกรัฐสภาที่ขอแปรญัตติ ประกอบด้วย ส.ว. 8 คน และส.ส.จำนวน 101 คน รวมทั้งสิ้น 109 คน โดยจะจัดกลุ่มเพื่อเข้าชี้แจงเหตุผลรายละเอียดประกอบคำแปรญัตติ ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถนำเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ในวาระที่สอง ระหว่างวันที่ 24 - 25 ก.พ. 64
ขณะที่นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบล พรรคเพื่อไทยในฐานะกรรมาธิการแก้รธน.
กล่าวว่า ตนไม่ตืดใจว่าจะใช้เสียง สามในห้า หรือสองในสาม เพราะคะแนนห่างกันไม่เท่าไหร่ แต่ขึ้นอยู่กับความจริงใจมากกว่าว่าต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญจริงหรือไม่ เพราะถ้ารัฐบาลคิดจะคว่ำร่างก็สามารถทำได้อยู่แล้ว